เศษเกลือสมุทร
ถ้อยคำของกรรมกรสองคนนั้นมิได้ลอยผ่านแล้วลับหายไปดั่งสายลม หากแต่ฝังลึกลงในห้วงความคิดของหลินหว่านเอ๋อร์ราวกับเมล็ดพันธุ์ที่รอวันเติบโต คำว่า ‘เกลือเถื่อน’ ทั้งขม ทั้งคล้ำ วนเวียนอยู่ในหัวของนางไม่หยุดหย่อน ประกายวาบในดวงตาหงส์คู่งามค่อยๆ หรี่แสงลง แปรเปลี่ยนเป็นความใคร่ครวญอันลึกซึ้ง
นางมิได้หันกลับไปมองความโอ่อ่าของหอไห่เว่ยอีกต่อไป ในใจของนางเวลานี้มีเพียงเรื่องเกลือเท่านั้น ความมั่งคั่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าล้วนเป็นภาพมายา หากปราศจากทุนรอนในมือก็มิอาจเอื้อมคว้าได้ แต่เกลือคุณภาพต่ำที่ผู้คนรังเกียจ... นั่นอาจเป็นบันไดขั้นแรกที่มั่นคงที่สุดสำหรับนาง
หลินหว่านเอ๋อร์หมุนกายเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ สองเท้าก้าวไปตามสัญชาตญาณ ทว่าจิตใจกลับล่องลอยไปไกลโพ้น คำว่า ‘เกลือเถื่อน’ ในยุคต้าจิ่งนี้มีความหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการลักลอบค้าเกลือซึ่งเป็นสินค้าผูกขาดของทางการ โทษทัณฑ์ของมันหนักหนาสาหัสถึงขั้นประหารชีวิต! นางผู้ทะนุถนอมชีวิตใหม่นี้ยิ่งกว่าสิ่งใดย่อมไม่คิดหาญกล้าเอาคอไปพาดบนบ่าประหารเป็นแน่
ทว่า... หากสิ่งที่กรรมกรเหล่านั้นเรียกขานด้วยความคุ้นชินว่า ‘เกลือเถื่อน’ แท้จริงแล้วมิใช่เกลือลักลอบนำเข้าเล่า? หากมันเป็นเพียงคำเรียกติดปากของชาวบ้านสำหรับเกลืออีกประเภทหนึ่งที่พวกเขามิเคยเห็นคุณค่าเล่า?
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาทำให้นางต้องหยุดชะงัก หัวใจที่เคยสงบนิ่งพลันเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง ในฐานะคนที่เคยคลุกคลีอยู่กับหลักการตลาดมาทั้งชีวิต นางย่อมเข้าใจดีว่า ‘คุณค่า’ ของสินค้าแต่ละชิ้นนั้นขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ซื้อโดยแท้
สองวันถัดมา หลินหว่านเอ๋อร์มิได้เร่งร้อนออกหาปลาหรือทำสิ่งใด นางใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินเตร็ดเตร่อยู่ในตลาดตงลั่งและตามตรอกซอกซอยต่างๆ ของอำเภอไห่เยี่ยน นางทำทีเป็นเลือกซื้อผักกำเล็กๆ จากแผงหนึ่ง สอบถามราคาขิงแก่จากอีกร้านหนึ่งพลางชวนพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ สองหูคอยเงี่ยฟังบทสนทนาของผู้คนรอบข้างอย่างตั้งใจ
ไม่นานนัก จิ๊กซอว์ในหัวของนางก็เริ่มประกอบกันเป็นรูปเป็นร่าง
นางได้ความว่า ‘เกลือหลวง’ ที่วางขายตามร้านค้าใหญ่ๆ นั้นมีราคาสูงลิ่ว เพราะผ่านการคัดสรรและจัดจำหน่ายโดยทางการ มีสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ รสชาติเค็มกำลังดี เหมาะสำหรับใช้ปรุงอาหารในจวนขุนนางหรือภัตตาคารหรูหรา ทว่านอกจากเกลือหลวงแล้ว ยังมีเกลืออีกชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม ‘เกลือหยาบ’ หรือ ‘เกลือท้ายเกวียน’
มันคือผลผลิตส่วนที่เหลือจากการเคี่ยวเกลือสมุทรในโรงเกลือของทางการ เป็นกากเกลือที่จับตัวกันเป็นก้อนไม่สม่ำเสมอ มีสีขุ่นคล้ำอมเหลืองเจือปนด้วยเศษทรายและสิ่งสกปรก ที่สำคัญคือมันมีรสขมฝาดเจือปนความเค็มอย่างชัดเจน ทำให้ไม่มีร้านอาหารดีๆ ที่ไหนต้องการนำไปใช้ ทางการจึงมักนำมันไปขายต่อในราคาถูกแสนถูกให้กับโรงฟอกหนัง หรือชาวนาที่ต้องการนำไปปรับสภาพดินเท่านั้น
ในที่สุดหลินหว่านเอ๋อร์ก็ถึงบางอ้อ! ‘เกลือเถื่อน’ ที่กรรมกรพูดถึงก็คือ ‘เศษเกลือสมุทร’ คุณภาพรองนี่เอง! มันมิใช่สิ่งผิดกฎหมาย แต่เป็นสิ่งที่ผู้คนในยุคนี้มองว่าไร้ค่า!
ความตื่นเต้นยินดีแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนนางแทบเก็บอาการไว้ไม่มิด ในศตวรรษที่ 21 ความรู้ทางเคมีพื้นฐานเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทราบดี รสขมในเกลือสมุทรนั้นเกิดจากแร่ธาตุเจือปนจำพวกแมกนีเซียมคลอไรด์และอื่นๆ ซึ่งมีคุณสมบัติละลายน้ำได้ดีกว่าโซเดียมคลอไรด์หรือเกลือแกงบริสุทธิ์ หากนำเศษเกลือขมๆ เหล่านี้มาละลายน้ำให้หมดจด กรองเอาสิ่งสกปรกและทรายออกไปด้วยผ้าเนื้อละเอียดหรือแม้กระทั่งถ่านไม้บด จากนั้นค่อยๆ นำน้ำเกลือที่ใสขึ้นนั้นไปต้มเคี่ยวอีกครั้งอย่างใจเย็น เกลือบริสุทธิ์ที่มีรสเค็มกลมกล่อมจะตกผลึกออกมาก่อน!
เพียงเท่านี้ นางก็สามารถเปลี่ยนขยะในสายตาคนอื่นให้กลายเป็นทองคำได้แล้ว! ต้นทุนการทำปลาเค็มของนางจะลดลงอย่างมหาศาล กำไรที่ได้ย่อมเพิ่มพูนขึ้นเป็นเงาตามตัว
เมื่อความคิดตกผลึก แผนการทุกอย่างก็กระจ่างชัดในใจ หลินหว่านเอ๋อร์รีบจ้ำอ้าวกลับไปยังกระท่อมซอมซ่อท้ายหมู่บ้าน ท้องฟ้าภายนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง แต่ภายในกระท่อมกลับมืดสลัวลงอย่างรวดเร็ว นางจุดตะเกียงน้ำมันดวงเล็กขึ้น แสงสีอำพันสาดส่องให้เห็นสภาพอันรันทดของที่พักพิงเพียงแห่งเดียวของนาง
นางมิได้สนใจความอัตคัดขัดสนนั้นแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่อยู่ในความคิดคือการคำนวณต้นทุน หญิงสาวทรุดกายนั่งลงบนพื้นดินเย็นเฉียบ ค่อยๆ แก้ปมผ้าผืนเล็กที่ผูกไว้อย่างแน่นหนาออกจากเอว มันเป็นห่อผ้าเก่าๆ ที่ภายในบรรจุสมบัติทั้งหมดที่นางมีอยู่
นางเททุกสิ่งอย่างลงบนฝ่ามือที่หยาบกร้านเล็กน้อย เสียงเหรียญทองแดงกระทบกันดังกังวานแผ่วเบาในความเงียบ มีเพียงเหรียญอีแปะที่ทำจากทองแดงขึ้นสนิมเขียวอยู่ไม่กี่สิบเหรียญ และเศษเงินชิ้นเล็กๆ บิ่นๆ อีกเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น นี่คือเงินทั้งหมดที่นางได้รับจากการขายปลาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา รวมกับเงินส่วนตัวก้อนสุดท้ายที่ติดตัวออกมาจากจวนตระกูลเสิ่น
หลินหว่านเอ๋อร์ใช้นิ้วชี้ค่อยๆ เขี่ยเหรียญอีแปะมาเรียงเป็นแถวอย่างประณีต สิบเหรียญ... ยี่สิบเหรียญ... สามสิบเหรียญ... นางนับมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด ทุกเหรียญล้วนแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายของนาง คือความหวังเดียวในการพลิกฟื้นชะตาชีวิต
เงินจำนวนน้อยนิดนี้หากนำไปซื้อเกลือหลวง คงได้มาเพียงหยิบมือเดียว ไม่พอจะใช้หมักปลาได้แม้แต่ตัวเดียวด้วยซ้ำ แต่หากใช้ซื้อมันกับ ‘เศษเกลือสมุทร’ ที่ผู้คนดูแคลน... บางทีมันอาจจะเพียงพอสำหรับปลาล็อตแรกที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับนาง!
ความลังเลและความกลัวฉายวาบขึ้นในแววตาเพียงชั่วครู่ หากการคาดเดาของนางผิดพลาด หากกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ล้มเหลว เงินทั้งหมดนี้ก็จะสูญสลายไปในพริบตา และนางจะต้องกลับไปเริ่มต้นจากศูนย์อีกครั้ง... ไม่สิ... ต้องเรียกว่าติดลบด้วยซ้ำ
ทว่าวินาทีต่อมา ประกายแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้าก็ลุกโชนขึ้นมาแทนที่ความหวาดหวั่นนั้นจนหมดสิ้น!
หลินหว่านเอ๋อร์กำเหรียญทั้งหมดไว้ในอุ้งมือแน่น ความเย็นของโลหะเสียดแทรกเข้าสู่ผิวเนื้อ ปลุกเร้าจิตวิญญาณนักสู้ของนางให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางจะไม่ยอมแพ้! โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว มีหรือที่แม่ค้าสู้ชีวิตอย่างนางจะปล่อยให้มันหลุดลอยไป!
นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์ทอประกายเจิดจ้าภายใต้แสงตะเกียงสลัวจับจ้องไปยังทิศทางของตัวอำเภอไห่เยี่ยนที่อยู่ห่างไกลออกไป ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างเด็ดเดี่ยว
ในเมื่อสวรรค์มอบโอกาสให้ถึงเพียงนี้แล้ว ข้า...หลินหว่านเอ๋อร์...ก็จะขอเดิมพันกับมันสักตั้ง