วิชาต้มเกลือ
แสงตะวันยามบ่ายคล้อยเริ่มทอประกายสีทองอ่อนจาง สาดส่องลงบนเส้นทางดินขรุขระที่ทอดนำกลับสู่หมู่บ้านลั่วเหอ เงาร่างบอบบางของหลินหว่านเอ๋อร์ทอดทาบยาวอยู่บนพื้นดิน แผ่นหลังเล็กๆ ของนางโค้งงอเล็กน้อยภายใต้น้ำหนักของกระสอบป่านใบเขื่องที่พาดอยู่บนบ่า
เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากเนียน ทว่าดวงตาหงส์คู่งามกลับมิได้ฉายแววเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้า กระสอบบรรจุเศษเกลือสิบชั่งนี้แม้นจะหนักอึ้ง แต่ในความรู้สึกของนาง มันคือศิลาฤกษ์ก้อนแรกสำหรับรากฐานชีวิตใหม่ คือการเดิมพันด้วยเงินก้อนสุดท้ายที่นางมี และนางจะไม่มีวันยอมให้มันพังทลายลงเด็ดขาด
เมื่อย่างเท้าเข้าสู่เขตกระท่อมท้ายหมู่บ้าน ร่างของเจียงต้าไห่ที่กำลังสาละวนซ่อมแหอยู่หน้าเรือนพลันชะงักงัน เขาวางมือจากงานแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จ้องมองกระสอบใบใหญ่บนบ่าของสตรีร่างเล็กด้วยความประหลาดใจระคนเป็นห่วง
“แม่นางหลิน นั่นท่านไปแบกอันใดมา เหตุใดจึงหนักหนาถึงเพียงนั้น?” น้ำเสียงห้าวหยาบกร้านตามประสาชาวประมงเจือแวววิตก
เจียงอาหนิวที่กำลังช่วยบิดาจัดเรียงเชือกอยู่ใกล้ๆ ก็รีบวิ่งเข้ามาหา ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของหลินหว่านเอ๋อร์ “พี่สาวคนสวย ท่านไปทำอะไรมา เหตุใดจึงเหงื่อท่วมกายเช่นนี้?”
หลินหว่านเอ๋อร์วางกระสอบลงกับพื้นอย่างแผ่วเบาที่สุด นางยืดตัวตรงแล้วปาดเหงื่อที่ข้างขมับ ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้สองพ่อลูก “ไม่มีอันใดมากหรอกท่านลุงเจียง ข้าเพียงไปซื้อของใช้จำเป็นมาเล็กน้อยเท่านั้น”
นางมิได้อธิบายมากความ เพียงแต่ลากกระสอบป่านเข้าไปยังพื้นที่ว่างข้างกระท่อม ซึ่งเป็นที่ตั้งของเตาดินเก่าๆ ที่พอจะใช้งานได้ จากนั้นจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากครอบครัวเจียง “ท่านลุงเจียง พอจะให้ข้ายืมหม้อดินใบใหญ่ที่สุดของท่านสักใบได้หรือไม่? แล้วก็... ข้าต้องการฟืนจำนวนมาก กับถ่านไม้ที่เผาแล้วสักเล็กน้อย”
คำขอนี้ทำให้เจียงต้าไห่และโจวชุนฮวาที่เพิ่งเดินออกมาจากในกระท่อมถึงกับขมวดคิ้วด้วยความงุนงง พวกเขามองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ หม้อดินกับฟืนนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ่านไม้ที่มอดแล้วจะเอาไปทำสิ่งใด?
“แม่นางหลิน ท่านจะทำอันใดกันแน่?” โจวชุนฮวาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลินหว่านเอ๋อร์เพียงแย้มยิ้มอย่างมีความนัย “เดี๋ยวพวกท่านก็จะได้เห็นเองเจ้าค่ะ”
แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ด้วยน้ำใจที่มีให้กันเสมอมา เจียงต้าไห่ก็พยักหน้าให้เจียงอาหนิวไปขนฟืนมาให้ ส่วนตัวเขาเดินกลับไปที่เรือนแล้วอุ้มหม้อดินสีดำขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาวางให้ข้างเตา โจวชุนฮวาก็ไปคุ้ยเขี่ยเอาเศษถ่านไม้ที่มอดสนิทแล้วในเตาของตนเองมาให้จำนวนหนึ่ง
เมื่อได้อุปกรณ์ครบครัน หลินหว่านเอ๋อร์ก็ไม่รอช้า นางลงมือปฏิบัติการที่วางแผนไว้ในหัวทันที ขั้นแรก นางจัดการเทน้ำสะอาดลงในหม้อดินใบใหญ่จนเกือบเต็ม จากนั้นจึงค่อยๆ แก้ปมเชือกที่มัดปากกระสอบออก เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน
เศษเกลือสมุทรสีเทาหม่นปะปนไปด้วยเม็ดทรายและเศษสิ่งสกปรกเล็กๆ ถูกเทลงไปในหม้อดิน คนทั้งสามที่เฝ้าดูอยู่ต่างเบิกตากว้าง นี่นางกำลังจะทำอะไรกับเกลือหลวงคุณภาพต่ำเช่นนี้? นำมันมาต้มเช่นนั้นหรือ?
หลินหว่านเอ๋อร์ใช้ท่อนไม้คนให้เศษเกลือละลายไปกับน้ำจนหมดสิ้น น้ำในหม้อที่เคยใสสะอาดบัดนี้กลับขุ่นคลั่กเป็นสีเทาอมน้ำตาล ดูแล้วไม่น่าอภิรมย์แม้แต่น้อย
“อาหนิว ช่วยข้าก่อไฟทีนะ แต่ใช้ไฟอ่อนๆ ก่อน” นางหันไปบอกเด็กชายที่ยืนมองอย่างตั้งอกตั้งใจ
“ขอรับพี่สาว!” เจียงอาหนิวรับคำอย่างแข็งขัน เด็กชายมีความสุขเสมอที่ได้ช่วยเหลือพี่สาวคนสวยของเขา เขารีบนำฟืนมาใส่ใต้เตาแล้วจุดไฟอย่างคล่องแคล่ว
ระหว่างที่รอน้ำอุ่นได้ที่ หลินหว่านเอ๋อร์หยิบผ้าป่านเนื้อหยาบที่นางเตรียมไว้ขึ้นมาพาดไว้บนปากอ่างไม้ใบย่อม จากนั้นจึงนำก้อนถ่านไม้ที่ได้มาทุบจนแหลกละเอียด แล้วโรยผงถ่านสีดำนั้นลงบนผืนผ้าจนทั่ว
นี่คือภูมิปัญญาจากโลกเก่าของนาง ถ่านไม้มีคุณสมบัติในการดูดซับสิ่งเจือปนและสีได้อย่างน่าอัศจรรย์ มันคือเครื่องกรองน้ำชั้นเลิศที่คนในยุคนี้ยังไม่ล่วงรู้
เมื่อน้ำเกลือในหม้อเริ่มอุ่นได้ที่ นางจึงค่อยๆ ตักน้ำเกลือขุ่นคลั่กนั้นเทลงบนผ้าป่านที่โรยด้วยผงถ่านอย่างช้าๆ
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ครอบครัวเจียงถึงกับอ้าปากค้าง น้ำเกลือสีเทาขุ่นที่ไหลผ่านชั้นผ้าและผงถ่านสีดำ บัดนี้กลับหยดลงสู่อ่างไม้เบื้องล่างกลายเป็นน้ำใสสะอาดราวกับน้ำฝนแรกฤดู! แม้จะมีเศษผงถ่านเล็กๆ หลุดรอดไปบ้าง แต่มันก็แตกต่างจากสภาพเดิมอย่างสิ้นเชิง
“สวรรค์! นี่มัน... นี่มันเรื่องมหัศจรรย์อันใดกัน?” เจียงต้าไห่ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนชีวิตถึงกับอุทานออกมาอย่างลืมตัว เขาขยี้ตาครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น ถ่านไม้สีดำสนิทที่ใช้เพียงก่อไฟ กลับสามารถชำระล้างน้ำเกลือให้ใสสะอาดได้ถึงเพียงนี้!
หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก นางทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างใจเย็น จนกระทั่งน้ำเกลือขุ่นทั้งหมดถูกกรองจนใสสะอาด จากนั้นจึงนำผ้าสะอาดอีกผืนมากรองเศษผงถ่านออกอีกชั้นหนึ่ง จนได้น้ำเกลือที่ใสบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
“อาหนิว ทีนี้เร่งไฟให้แรงที่สุดเลย!”
สิ้นเสียงของนาง เจียงอาหนิวก็รีบเติมฟืนเข้าไปในเตาอย่างกระตือรือร้น เปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนขึ้นเลียไล้ก้นหม้อดินอย่างรุนแรง ไม่นานนักน้ำเกลือใสสะอาดในหม้อก็เริ่มเดือดปุดๆ ส่งเสียงดังซ่าๆ ไอน้ำสีขาวลอยอวลขึ้นมาในอากาศ ปะทะกับลมทะเลเย็นๆ ยามบ่าย
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ครอบครัวเจียงทั้งสามคนยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าราวกับต้องมนตร์สะกด ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมาอีก มีเพียงเสียงฟืนปะทุและเสียงน้ำเดือดที่ดังระงมอยู่รอบกาย พวกเขามองดูระดับน้ำในหม้อที่ค่อยๆ ลดลงทีละน้อยๆ ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก
หลินหว่านเอ๋อร์ยืนกอดอก มองดูผลงานของตนเองด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นไม่ต่างกัน นี่คือขั้นตอนสุดท้าย หากสำเร็จ ทุกอย่างที่นางวาดฝันไว้ก็จะเป็นจริงได้
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบหนึ่งชั่วยาม น้ำในหม้อดินก็ระเหยจนแห้งสนิท เหลือเพียงบางสิ่งบางอย่างเกาะอยู่ที่ก้นหม้อและขอบหม้อ
เจียงอาหนิวชะโงกหน้าเข้าไปดูเป็นคนแรก ก่อนจะร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นตะลึง “ท่านพ่อ ท่านแม่! มาดูนี่เร็ว! หิมะ! ในหม้อมีหิมะ!”
เจียงต้าไห่และโจวชุนฮวารีบก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้ทั้งสองแทบหยุดหายใจ... ที่ก้นหม้อดินสีดำ บัดนี้กลับถูกฉาบไปด้วยผลึกสีขาวละเอียดบริสุทธิ์ มันระยิบระยับยามต้องแสงอาทิตย์อัสดง งดงามราวกับเกล็ดหิมะแรกในยามเหมันต์ ไม่มีร่องรอยของสีเทาหม่นหรือเม็ดทรายใดๆ หลงเหลืออยู่เลย
นี่คือเกลือ! เกลือที่ขาวสะอาดและงดงามที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยพบเห็นมาในชีวิต!
เจียงต้าไห่ผู้คลุกคลีอยู่กับเกลือมาตลอดชีวิตชาวประมง ลองเอานิ้วแตะผลึกสีขาวนั้นขึ้นมาชิมเล็กน้อย รสเค็มบริสุทธิ์ที่ปราศจากรสขมปร่าของดินปนทรายแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น ทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม
“นี่... นี่มันคือเกลือชั้นเลิศ! ดีกว่าเกลือหลวงที่ขายกันในเมืองเสียอีก!” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “แม่นางหลิน ท่าน... ท่านทำได้อย่างไร? นี่มันคือวิชาเล่นแร่แปรธาตุอันใดกัน?”
หลินหว่านเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ “หาใช่วิชาพิสดารอันใดไม่เจ้าค่ะท่านลุงเจียง ข้าเพียงแค่รู้วิธีขจัดสิ่งสกปรกออกไปเท่านั้น นี่ไม่ใช่การผลิตเกลือเถื่อน เพราะเราซื้อเศษเกลือหลวงมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เราเพียงแค่ ‘แปรรูป’ มันให้มีคุณภาพดีขึ้นเท่านั้น”
นางอธิบายอย่างชาญฉลาดเพื่อขจัดความกังวลของพวกเขา การกระทำของนางแม้จะดูน่าทึ่ง แต่ก็ยังคงอยู่ในกรอบของกฎหมายต้าจิ่งทุกประการ
เมื่อขูดเกลือขาวบริสุทธิ์ออกจากหม้อได้ทั้งหมดแล้ว แม้ปริมาณจะลดลงไปบ้าง แต่คุณภาพที่ได้มานั้นกลับประเมินค่ามิได้ หลินหว่านเอ๋อร์มองกองเกลือสีขาวราวหิมะตรงหน้าด้วยแววตาที่เปล่งประกายเจิดจ้า วัตถุดิบสำคัญที่สุดได้มาอยู่ในมือของนางแล้ว
นางหันไปมองกองปลาไป๋หลินราคาถูกที่ซื้อมาเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งบัดนี้ถูกกองรวมไว้มุมหนึ่งราวกับเป็นของไร้ค่า ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงไม่กี่คน
“เอาล่ะ... ในเมื่อได้ของดีมาแล้ว ก็ถึงเวลาชุบชีวิต ‘ปลาขยะ’ พวกนี้ให้กลายเป็นทองคำเสียที”