มิติห้างสรรพสินค้าแห่งอนาคต

แสงสว่างเจิดจ้าตรงหน้าค่อยๆ หรี่ลงจนสายตาของหลินหว่านชิงสามารถปรับโฟกัสได้ ภาพชั้นวางสินค้าที่ทำจากโลหะผสมมันวาวเรียงรายยาวเหยียดราวกับไร้จุดสิ้นสุดปรากฏชัดขึ้นในห้วงจิตสำนึก ทุกตารางนิ้วถูกจัดสรรอย่างเป็นระเบียบ แบ่งโซนอย่างชัดเจน ตั้งแต่อาหารสด เวชภัณฑ์ล้ำยุค เสื้อผ้า ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทุกสิ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีจากอนาคตที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีในอดีตชาติ

นัยน์ตาหงส์เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ท่ามกลางยุคแปดศูนย์ที่แร้นแค้นและยังต้องพึ่งพาระบบคูปองในการดำรงชีพ มิติห้างสรรพสินค้าแห่งนี้คือขุมทรัพย์ที่ประเมินค่ามิได้!

ด้วยสัญชาตญาณของหมอทหาร หญิงสาวพุ่งความสนใจไปยังโซนเวชภัณฑ์ทันที เธอเห็นกล่องยาปฏิชีวนะและยาทาแก้ฟกช้ำวางเรียงรายอยู่ ทว่าในจังหวะที่ยื่นมือออกไปเพื่อหยิบมัน นามธรรมแห่งจิตวิญญาณของเธอกลับปะทะเข้ากับกำแพงอากาศโปร่งแสงที่กั้นขวางไว้อย่างไร้ปรานี

*[ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามในการนำสินค้าออก ขออภัย ผู้ใช้งานระดับเริ่มต้นไม่สามารถหยิบสินค้าได้โดยพลการ]*

เสียงเครื่องจักรกลเย็นเยียบดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า ปรากฏตัวอักษรเรืองแสงระบุกฎเกณฑ์อย่างชัดเจน

*[ระบบห้างสรรพสินค้าอเนกประสงค์แห่งอนาคต ยึดหลักการ 'แลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม' หากต้องการสินค้า ท่านต้องใช้สิ่งของที่มีมูลค่าในยุคสมัยปัจจุบันมาทำการสแกนเพื่อแลกเป็น 'คะแนน' เช่น แสตมป์เก่า เหรียญกษาปณ์หายาก โสมป่า หยกโบราณ หรือสิ่งของที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์]*

หลินหว่านชิงมุมปากกระตุกเล็กน้อย เข้าใจในทันทีว่าสวรรค์ไม่ได้มอบของฟรีมาให้ ทว่าแค่นี้ก็ถือว่าเมตตามากพอแล้ว หญิงสาวดึงสติกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้งในห้องพักที่สร้างจากดินเหนียวซอมซ่อ ร่างกายของเธอยังคงปวดร้าวจากการถูกทุบตีและรอยช้ำที่เกิดจากการกดขี่ของแม่สามี หากไม่รีบรักษา ร่างกายที่อ่อนแอของเจ้าของร่างเดิมคงทนไม่ไหวเป็นแน่

เธอสูดลมหายใจลึก กัดฟันพยุงร่างลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ เริ่มลงมือรื้อค้นข้าวของภายในห้องที่รกเรื้อฝุ่นเขรอะ เจ้าของร่างเดิมเป็นสตรีขี้เกียจตัวเป็นขนก็จริง แต่ความตระหนี่ถี่เหนียวและนิสัยชอบแอบซ่อนของนั้นไม่เป็นสองรองใคร หลินหว่านชิงใช้ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ คลำหาแผ่นไม้กระดานปูพื้นใต้เตียงที่เผยอขึ้นมาเล็กน้อย

เมื่อออกแรงงัดแผ่นไม้นั้นออก ก็พบกับกล่องเหล็กขึ้นสนิมใบเล็กซุกซ่อนอยู่ ภายในมีแสตมป์เก่าที่ยังไม่ได้ใช้งานสองสามดวง และเหรียญกษาปณ์ยุคท่านผู้นำจำนวนหนึ่งที่เจ้าของร่างเดิมแอบอมเงินเดือนของสามีไปแลกเก็บไว้

"หวังว่าของพวกนี้จะพอมีค่าอยู่บ้างนะ" หลินหว่านชิงพึมพำ กำสิ่งของเหล่านั้นไว้ในมือแล้วส่งกระแสจิตเรียกใช้ระบบ

*[ติ๊ง! ตรวจพบสิ่งของยุคแปดศูนย์ที่มีมูลค่าทางประวัติศาสตร์ ดำเนินการสแกน... เสร็จสิ้น! ท่านได้รับ 150 คะแนน]*

หน้าจอมุมขวาบนปรากฏตัวเลขคะแนนที่เพิ่มขึ้น หญิงสาวไม่รอช้า รีบเปิดหมวดหมู่สินค้าพื้นฐาน เธอเลือกซื้อยาปฏิชีวนะแบบแคปซูล ยาทาบรรเทาอาการฟกช้ำ และข้าวสารเม็ดขาวบริสุทธิ์น้ำหนักหนึ่งกิโลกรัม คะแนนถูกหักออกไปจนเหลือเพียงสิบคะแนน ก่อนที่สิ่งของทั้งสามชิ้นจะปรากฏขึ้นบนเตียงไม้อย่างเงียบเชียบ

หลินหว่านชิงรีบจัดการกลืนยาและทายาลงบนรอยช้ำตามแขนและขา เนื้อครีมเย็นซ่านซึมลึกเข้าสู่ผิวหนัง บรรเทาความเจ็บปวดที่รุมเร้าได้อย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ เมื่อร่างกายเริ่มฟื้นฟู ความหิวโหยก็เริ่มประท้วงอย่างรุนแรง

เธอหอบเอาถุงข้าวสารเดินตรงไปยังห้องครัวที่แยกออกไปทางปีกซ้ายของบ้าน สภาพครัวนั้นหยากไย่เกาะเต็มไปหมด บ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าของร่างเดิมแทบไม่เคยเหยียบย่างเข้ามา หลินหว่านชิงลงมือทำความสะอาดลวกๆ จุดไฟในเตาดินด้วยฟืนเก่าที่กองทิ้งไว้ ก่อนจะซาวข้าวสารจากอนาคตลงในหม้อเหล็ก กลิ่นหอมละมุนของข้าวคุณภาพสูงที่ไม่เคยมียุคสมัยนี้เริ่มลอยกรุ่นออกมาพร้อมกับควันไฟสีเทาที่พวยพุ่งขึ้นจากปล่องควัน

ในขณะเดียวกัน ที่นอกแนวกำแพงดินเตี้ยๆ หน้าลานบ้าน ร่างของอู๋เสี่ยวลี่ที่เพิ่งส่งแม่สามีเข้านอนกำลังยืนด้อมๆ มองๆ อยู่ด้วยความสงสัย

สะใภ้ใหญ่เบิกตากว้างเมื่อเห็นควันไฟลอยออกมาจากปล่องเรือนรอง นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ สตรีขี้เกียจที่ไม่เคยแม้แต่จะจับไม้กวาดหรือก่อไฟ วันนี้กลับลุกขึ้นมาเข้าครัวด้วยตัวเอง! แถมกลิ่นหอมของข้าวที่ลอยมาตามลมนั้นยังหอมหวานจนชวนให้ท้องร้อง

"นังจิ้งจอกแพศยา! ปากบอกว่าไม่มีเงิน แต่กลับแอบซ่อนข้าวชั้นดีไว้กินเองอย่างนั้นรึ!" อู๋เสี่ยวลี่กัดฟันกรอด ความอิจฉาริษยาและไฟแค้นจากเหตุการณ์เมื่อครู่ปะทุขึ้นในอก เธอเตรียมจะพังประตูเข้าไปจับผิดเพื่อนำไปฟ้องแม่สามีให้สับหลินหว่านชิงเป็นชิ้นๆ

ทว่าในวินาทีที่อู๋เสี่ยวลี่กำลังจะก้าวเท้าออกไป และหลินหว่านชิงกำลังจะเปิดฝาหม้อตักข้าวคำแรก...

พลันปรากฏเสียงเครื่องยนต์ของรถจี๊ปทหารดับลงที่หน้าหมู่บ้าน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและมั่นคงของใครบางคนที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ ก่อนที่เสียงเคาะประตูไม้หน้าลานบ้านจะดังกึกก้องขึ้นราวกับสายฟ้าฟาด ทำเอาอู๋เสี่ยวลี่สะดุ้งสุดตัวจนล้มขะมำ ส่วนหลินหว่านชิงก็ชะงักมือ นัยน์ตาหงส์หรี่ลงอย่างระแวดระวัง!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การกลับมาของนายทหารหนุ่ม]**