สมบัติแห่งขุนเขาและคะแนนแรก
พริบตาที่อสรพิษร้ายพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าหาลำคอระหง หลินหว่านชิงมิได้กรีดร้องหรือตื่นตระหนกเฉกเช่นสตรีทั่วไป สัญชาตญาณของอดีตแพทย์ทหารที่ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนสั่งการให้ร่างกายขยับเร็วกว่าความคิด เท้าเล็กเบี่ยงหลบไปด้านข้างเพียงครึ่งก้าว ทว่าแม่นยำและไร้ที่ติราวกับคำนวณไว้แล้ว งูพิษพุ่งพลาดเป้าหมายไปอย่างฉิวเฉียด
ในเสี้ยววินาทีนั้น มือบางตวัดกิ่งไม้เนื้อแข็งที่คว้ามาได้จากพื้นดินขึ้นมาด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่า ปลายกิ่งไม้กดลงตรงตำแหน่งหลังคอของอสรพิษร้ายอย่างพอดิบพอดี มิได้รุนแรงจนเลือดตกยางออก ทว่าเป็นการสกัดจุดประสาทสำคัญที่ทำให้ลำตัวยาวเหยียดนั้นอ่อนยวบลงชั่วขณะ หลินหว่านชิงอาศัยจังหวะนั้นตวัดปลายไม้ งัดร่างของมันลอยละลิ่วข้ามพุ่มไม้ทึบ หายลับเข้าไปในดงเถาวัลย์ที่ห่างไกลออกไปหลายสิบจั้ง
"คิดจะเฝ้าสมบัติ ก็ต้องดูด้วยว่าเจ้ามีฝีมือพอหรือไม่" หญิงสาวปัดมือเบาๆ รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก
เมื่อขจัดอุปสรรคพ้นทาง นัยน์ตากระจ่างใสก็หันกลับมาจับจ้องยังพุ่มใบสีเขียวเข้มตรงหน้าอีกครั้ง หลินหว่านชิงคุกเข่าลงบนพื้นมอสชื้นแฉะอย่างระมัดระวัง หยิบมีดขุดสมุนไพรออกมาแซะดินรอบๆ อย่างเบามือที่สุด เพื่อมิให้รากฝอยอันบอบบางได้รับความเสียหาย เวลาผ่านไปเกือบครึ่งก้านธูป โสมป่าอวบอ้วนที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์และมีรากแขนงสมบูรณ์แบบก็ปรากฏแก่สายตา กลิ่นหอมเฉพาะตัวของสมุนไพรล้ำค่าที่ดูดซับปราณฟ้าดินมานับหลายสิบปีโชยเตะจมูก
โสมป่าร้อยปีอาจจะหายากยิ่ง ทว่าโสมอายุหลายสิบปีในป่าลึกยุคแปดศูนย์ที่ยังไม่ถูกมนุษย์รุกรานเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งในโลกอนาคตที่เธอจากมา!
หลินหว่านชิงไม่รอช้า เธอรวบรวมสมาธิเพ่งจิตเข้าไปในมิติห้างสรรพสินค้าอเนกประสงค์ที่ซ่อนอยู่ในเบื้องลึกของวิญญาณ ทันทีที่จิตประสานเข้ากับพื้นที่อันกว้างใหญ่ เธอวางโสมป่าลงในช่องสแกนประเมินมูลค่าของระบบแลกเปลี่ยนข้ามเวลา แสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบขึ้น ครอบคลุมรากโสมทุกอณู
[ติ๊ง! ตรวจพบสมุนไพรล้ำค่าแห่งยุค โสมป่าบริสุทธิ์อายุหกสิบแปดปี ปราศจากสารปนเปื้อน เป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในตลาดอนาคต...]
[ประเมินมูลค่าเสร็จสิ้น! ยืนยันการแลกเปลี่ยน ท่านได้รับคะแนนสะสม: 50,000 คะแนน!]
ดวงตาของหลินหว่านชิงเบิกกว้างด้วยความปีติ ห้าหมื่นคะแนน! นี่มันมากกว่าที่เธอคาดการณ์ไว้หลายสิบเท่า โสมป่าในยุคแปดศูนย์อาจจะขายได้เงินเพียงไม่กี่ร้อยหยวนในยุคนี้ ทว่าเมื่อนำไปแลกเปลี่ยนกับเทคโนโลยีอนาคตที่ทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอ มันกลับกลายเป็นขุมทรัพย์มหาศาล!
[ประกาศจากระบบ: เนื่องจากท่านสะสมคะแนนทะลุเกณฑ์ที่กำหนด ระบบทำการปลดล็อก 'หมวดสินค้าฟุ่มเฟือย' เรียบร้อยแล้ว]
ภาพโฮโลแกรมตรงหน้าปรากฏหมวดหมู่สินค้าใหม่ที่สว่างไสวขึ้น ภายในนั้นเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณระดับไฮเอนด์ เครื่องสำอาง สบู่หอมสกัดจากดอกไม้นานาพรรณ และเครื่องประทินโฉมที่สตรีในยุคนี้ไม่อาจจินตนาการถึง มุมปากของหลินหว่านชิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หนทางแห่งการสร้างอาณาจักรธุรกิจและโกยเงินจากกระเป๋าของเหล่าภรรยาทหารและเศรษฐีนีในเมือง เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
หลังจากเก็บกวาดร่องรอยบริเวณที่ขุดโสมอย่างแนบเนียน หญิงสาวก็สะพายตะกร้าที่เต็มไปด้วยสมุนไพรธรรมดาเพื่อตบตา เดินลัดเลาะลงจากภูเขา
เมื่อดวงตะวันคล้อยต่ำลงจนแตะยอดเขา หลินหว่านชิงก็ผลักประตูไม้ของบ้านตระกูลจ้าวเข้ามา ร่างบางมีคราบดินโคลนเปรอะเปื้อนตามชายเสื้อ ทว่าก้าวเดินกลับมั่นคงและสง่างาม
ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของใครบางคนก็ตวัดมาจับจ้องเธอแทบจะในทันที จ้าวถิงเวยที่กำลังนั่งซ่อมเก้าอี้ไม้เก่าๆ อยู่กลางลานบ้านชะงักมือลง ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย กวาดสายตามองภรรยาของตนตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ไปไหนมา?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ของนายทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก
"ขึ้นเขาไปหาของป่ามาประทังชีวิตน่ะสิ จะให้ข้านอนรอความตายอยู่แต่ในบ้านหรืออย่างไร" หลินหว่านชิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่หลบสายตา
จ้าวถิงเวยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่กำยำก้าวเข้ามาใกล้เธอเพียงสามก้าว เขาสูดจมูกเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน กลิ่นนี้... มิใช่กลิ่นของป่าชายเขาที่ชาวบ้านทั่วไปเข้าไปหาของป่า ทว่ามันคือกลิ่นของดินชื้นและใบไม้เน่าเปื่อยที่ผสานกับกลิ่นสมุนไพรเฉพาะตัว ซึ่งมีเพียงในเขตป่าลึกอันตรายเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น รอยเปื้อนดินที่หัวเข่าและปลายรองเท้าของเธอ บ่งบอกถึงการคุกเข่าขุดลึกลงไปในดินเหนียว ไม่ใช่การเด็ดผักป่าตามผิวดิน
"กลิ่นสมุนไพรบนตัวเจ้า..." จ้าวถิงเวยเอ่ยเสียงเย็น ดวงตาคมกริบราวกับจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจของหญิงสาว "ตั้งแต่เมื่อใดกัน... ที่ภรรยาผู้เกียจคร้านของข้า มีความรู้เรื่องยาสมุนไพร ซ้ำยังกล้าเหยียบย่างเข้าไปในป่าลึกที่แม้แต่พรานป่ายังขยาดเพียงลำพัง?"
หลินหว่านชิงหัวใจกระตุกไปจังหวะหนึ่ง ชายผู้นี้ช่างสังเกตและเฉียบแหลมเกินไปแล้ว! ทว่าสีหน้าของเธอยังคงสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น เธอแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น
"คนเราเมื่อถูกบีบคั้นจนถึงทางตัน ย่อมต้องดิ้นรนเรียนรู้เพื่อเอาชีวิตรอด สุนัขจิ้งจอกในป่ายังรู้จักหาทางรอด แล้วประสาอะไรกับคนที่ถูกสูบเลือดสูบเนื้อจนแทบไม่เหลือชิ้นดีเล่า? หากท่านสงสัยนัก วันหลังก็ลองตามข้าขึ้นเขาดูสิ"
กล่าวจบ เธอก็สะบัดหน้าเดินกลับเข้าห้องของตนไป ทิ้งให้จ้าวถิงเวยยืนมองแผ่นหลังบอบบางนั้นด้วยสายตาที่ลึกล้ำและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ความลับที่นางซุกซ่อนไว้คือสิ่งใดกันแน่?
ภายในห้องที่ปิดสนิท หลินหว่านชิงถอนหายใจยาว แผ่นหลังพิงบานประตูไม้ เธอรีบดึงสติกลับมาและเปิดมิติห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง ด้วยคะแนนที่มีล้นเหลือ เธอตั้งใจจะแลกของบางอย่างออกมาเพื่อเริ่มต้นแผนการหาเงิน
นิ้วเรียวกดเลือก 'สบู่หอมกุหลาบ' และ 'ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้น' จากหมวดสินค้าฟุ่มเฟือย แสงสว่างวาบขึ้นในมือ พร้อมกับกระปุกครีมเนื้อเนียนละเอียดที่บรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกใสแวววาวล้ำยุค
ทว่าในขณะที่เธอกำลังจ้องมองบรรจุภัณฑ์ที่ดูผิดยุคผิดสมัย และตระหนักได้ว่าหากนำสิ่งนี้ออกไปขาย ย่อมต้องเกิดเรื่องใหญ่จนถูกจับข้อหาเป็นสายลับแน่ๆ เธอจำต้องหาทางถ่ายเทมันลงในกระปุกดินเผาของยุคนี้เสียก่อน...
*กุกกัก... กุกกัก...*
ทันใดนั้น เสียงบิดกลอนประตูห้องของเธอก็ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! เงาดำของใครบางคนทาบทับอยู่หน้าประตู พร้อมกับแรงผลักที่พยายามจะเปิดเข้ามาในขณะที่ของล้ำยุคยังคงส่องประกายสว่างวาบอยู่ในมือของเธอ!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สินค้าทดลองตลาด]**