ตอนที่ 10
***บทที่ 10: การเจรจาการค้าที่ร้านยาหุยชุน***
คำตวาดแหลมสูงของชายวัยกลางคนร่างท้วมผู้สวมชุดผ้าไหมสีน้ำตาล ดังก้องกังวานข้ามธรณีประตูร้านยาหุยชุน สายตาของเขาจ้องมองลงมาราวกับมองดูมดปลวกบนพื้นดิน ชายผู้นี้คือหลงจู๊ผู้ดูแลหน้าร้าน เขาประเมินเด็กสาวตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เสื้อผ้าฝ้ายหยาบกระด้างสีซีดจาง รูปร่างผอมบาง และตะกร้าไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่า ทุกสิ่งล้วนบ่งบอกว่านางเป็นเพียงชาวบ้านไร้หัวนอนปลายเท้า
ทว่าหลินซินกลับไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวหรือสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ใบหน้าเล็กที่ซูบผอมของนางยังคงความเรียบเฉย แววตาสงบนิ่งทว่าเย็นเยียบดุจบ่อน้ำลึก นางไม่ถอยหลัง แต่กลับก้าวเท้าขึ้นบันไดหินอ่อนไปอีกขั้น ยืดแผ่นหลังตั้งตรงด้วยท่วงท่าที่สง่างามเกินกว่าจะเป็นเพียงเด็กสาวชาวบ้าน
"ที่แท้ร้านยาหุยชุนอันดับหนึ่งแห่งอำเภอผิงอัน ก็ต้อนรับลูกค้าด้วยสายตาที่มองเพียงเปลือกนอกเช่นนี้เอง" น้ำเสียงของหลินซินกังวานใส ไร้ซึ่งความประหม่า นางปลดตะกร้าไม้ไผ่ลงจากบ่าอย่างทะมัดทะแมง "ข้ามาเสนอขายสมุนไพร ไม่ได้มาขอทาน หากหลงจู๊ไม่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลพอจะประเมินค่าของดี ข้าก็พร้อมจะไปเยือนหอการค้าจินอวี้ที่อยู่ถัดไป"
คำกล่าวอ้างถึงหอการค้าคู่แข่งทำเอาหลงจู๊ชะงักไปเล็กน้อย เขาแค่นเสียงขึ้นจมูก "หึ! ปากดีนักนะเด็กเมื่อวานซืน! สมุนไพรชั้นเลิศอันใดกัน ข้าเห็นชาวบ้านอย่างพวกเจ้าก็แค่ออกไปถอนหญ้าป่ามาหลอกขาย เปิดตะกร้าของเจ้ามาดูสิ หากเป็นแค่หญ้าขยะ ข้าจะให้คนงานโยนเจ้าออกไปคลุกฝุ่น!"
หลินซินเหยียดยิ้มบาง นางเอื้อมมือเลิกผ้าฝ้ายสีหม่นที่คลุมตะกร้าออกอย่างช้าๆ
ทันทีที่ผ้าถูกเปิด พลันปรากฏกลิ่นหอมบริสุทธิ์ของสมุนไพรที่เข้มข้นและสดชื่นลอยแตะจมูกผู้คนรอบข้าง หญ้าห้ามเลือดจำนวนมากถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ใบสีเขียวอมหม่นของมันสมบูรณ์แบบไร้รอยช้ำหรือรอยแมลงกัดแทะ ที่สำคัญคือทุกต้นแห้งสนิทกำลังดี แต่กลับไม่สูญเสียสีสันตามธรรมชาติไปเลยแม้แต่น้อย
หลงจู๊ชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาอยู่ในวงการสมุนไพรมานาน ย่อมดูออกว่านี่ไม่ใช่หญ้าห้ามเลือดธรรมดา แต่ถึงกระนั้น ความโลภและนิสัยชอบกดราคาชาวบ้านก็ทำให้เขาปรับสีหน้ากลับมาดูแคลนอย่างรวดเร็ว
"ก็แค่หญ้าห้ามเลือดชั้นเลวตากแห้ง ธรรมดาสามัญยิ่งนัก!" หลงจู๊แสร้งทำเป็นถอนหายใจและโบกมือปัด "เห็นแก่ความพยายามที่เจ้าอุตส่าห์แบกมา ข้าจะรับซื้อไว้ในราคาชั่งละสามอีแปะก็แล้วกัน ทิ้งตะกร้าไว้แล้วไปรับเงินที่โต๊ะบัญชีซะ"
*[ติ๊ง!]*
เสียงของ 'เสี่ยวจือ' ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะดังขึ้นในหัวของหลินซินอย่างขัดใจ *'ตาเฒ่าพุงพลุ้ยนี่ช่างหน้าด้านนักนายหญิง! หญ้าห้ามเลือดที่ปลูกและรดด้วยน้ำพุวิญญาณเจือจางของท่าน มีคุณสมบัติกระตุ้นเกล็ดเลือดและสมานแผลได้เร็วกว่าหญ้าปกติถึงสี่เท่า ในฐานข้อมูลประเมินค่าไว้ไม่ต่ำกว่าชั่งละสี่สิบอีแปะ เขากล้ากดราคาเหลือสามอีแปะได้อย่างไร!'*
หลินซินลอบยิ้มเยาะในใจ นางดึงตะกร้ากลับมาทันทีโดยไม่ลังเล "สามอีแปะ? ดูท่าดวงตาของหลงจู๊คงจะมืดบอดไปแล้วกระมัง ท่านลองเบิกตาดูให้ดี หญ้าห้ามเลือดเหล่านี้ ข้าเก็บเกี่ยวในช่วงปลายยามอิ๋น ซึ่งเป็นจังหวะที่น้ำค้างควบแน่นที่สุด ทำให้ใบกักเก็บปราณโอสถไว้ได้สูงสุด!"
นางหยิบสมุนไพรขึ้นมาหนึ่งต้น ชี้ให้เห็นถึงรายละเอียดอย่างฉะฉาน "การถอนใช้เทคนิคพิเศษทะนุถนอมราก ไม่ให้รากฝอยขาดหายแม้แต่เส้นเดียว เพราะรากฝอยคือตัวประสานฤทธิ์ยาให้คงทน และการตากแห้ง... ข้าไม่ได้นำไปตากแดดจัดให้สรรพคุณระเหยหาย แต่ใช้วิธีผึ่งลมในที่ร่มสลับกับการควบคุมความชื้นอย่างแม่นยำ ทุกต้นจึงกักเก็บฤทธิ์ยาไว้ได้ถึงเก้าในสิบส่วน! หากนำไปบดใช้ห้ามเลือด แผลจะสมานตัวในเวลาเพียงครึ่งก้านธูป สมุนไพรระดับนี้ ท่านกล้าตีราคาสามอีแปะ ช่างเป็นการดูถูกวิชาแพทย์อย่างแท้จริง!"
คำพูดที่ลื่นไหลเปี่ยมไปด้วยหลักการและศัพท์แสงทางการแพทย์ชั้นสูง ทำเอาหลงจู๊อ้าปากค้างจนพูดไม่ออก ชาวบ้านธรรมดาที่ไหนจะมีความรู้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้!
"เกิดเรื่องเอะอะอันใดขึ้นหน้าร้าน?"
ก่อนที่หลงจู๊จะได้โต้ตอบ เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจก็ดังแว่วมาจากโถงด้านหลัง ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูง สวมชุดผ้าไหมเนื้อดีสีน้ำเงินเข้ม ก้าวเดินออกมาด้วยท่วงท่าสุขุม แววตาของเขาเฉียบคมดุจเหยี่ยว ทว่าแฝงไปด้วยความรอบรู้ รัศมีบางอย่างบ่งบอกว่าเขาคือผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของสถานที่แห่งนี้
"เถ้าแก่สวี!" หลงจู๊รีบก้มหน้าค้อมตัวลงทันที "สะ...ไม่มีอันใดขอรับ เพียงแค่เด็กสาวชาวบ้านนำหญ้าห้ามเลือดมาเร่ขาย ข้าน้อยกำลังจะไล่นางไปพ้นทาง"
"ไล่ไป?" เถ้าแก่สวีขมวดคิ้ว จมูกของเขาสูดดมกลิ่นสมุนไพรที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ ก่อนที่สายตาจะตวัดขวับไปมองตะกร้าในมือของหลินซิน ชายวัยกลางคนก้าวพรวดเดียวเข้าประชิดตัวนาง เอื้อมมือหยิบหญ้าห้ามเลือดขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ
นิ้วมือที่ผ่านการจับสมุนไพรมานับไม่ถ้วนลูบไล้ไปตามใบและรากฝอย ดวงตาของเถ้าแก่สวีทอประกายวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้น เขาสูดลมหายใจลึก "รากสมบูรณ์ไร้ที่ติ สีสันสดใสแต่ไร้ความชื้นตกค้าง กลิ่นหอมบริสุทธิ์ทะลวงเส้นลมปราณ... นี่มันสมุนไพรชั้นยอด! ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมาก!"
เถ้าแก่สวีหันไปถลึงตาใส่หลงจู๊ "ตาเฒ่าโง่เขลา! ของล้ำค่าปานนี้เจ้ากลับจะไล่ตะเพิดไปงั้นหรือ? หากนางนำไปขายให้สกุลหลี่ ร้านหุยชุนของเรามิกลายเป็นตัวตลกของอำเภอผิงอันหรอกรึ! ไปรับโทษหักเงินเดือนที่ห้องบัญชีเดี๋ยวนี้!"
หลงจู๊หน้าซีดเผือด รีบล่าถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
เถ้าแก่สวีหันกลับมาหาหลินซิน ใบหน้าที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มการค้าที่เป็นมิตรและแฝงด้วยความเคารพ เขาประสานมือคารวะนางเล็กน้อย "แม่นางน้อย ต้องขออภัยที่คนของข้าล่วงเกิน ข้าสวีเต๋อ เจ้าของร้านยาหุยชุนแห่งนี้... ไม่ทราบว่าสมุนไพรชั้นยอดเหล่านี้ ผู้ใดเป็นคนตากแห้งรึ? วิธีการจัดการความชื้นช่างล้ำลึกนัก ข้าเปิดร้านยามาครึ่งค่อนชีวิต ยังไม่เคยเห็นหญ้าห้ามเลือดที่รักษาคุณภาพได้สมบูรณ์ถึงเพียงนี้มาก่อน"
หลินซินยิ้มบางๆ ตอบกลับด้วยท่าทีถ่อมตนทว่าไม่ลดตัว "เถ้าแก่สวีชมเกินไปแล้ว สมุนไพรเหล่านี้ข้าเป็นผู้ลงมือเก็บเกี่ยวและตากแห้งด้วยตนเองทั้งหมด เป็นเพียงเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษเท่านั้น"
เถ้าแก่สวีพยักหน้าอย่างชื่นชม เขาไม่ซักไซ้ถึงความลับประจำตระกูล เพราะในวงการค้าย่อมรู้ดีว่านั่นคือข้อห้าม "แม่นางน้อยช่างมีความสามารถเกินวัยนัก หญ้าห้ามเลือดตะกร้านี้ ข้ายินดีรับซื้อทั้งหมดในราคาชั่งละห้าสิบอีแปะ เจ้าเห็นว่าอย่างไร?"
ราคาที่เสนอมาสูงกว่าที่ระบบเสี่ยวจือประเมินไว้เสียอีก หลินซินคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว หญ้าในตะกร้านี้มีน้ำหนักราวสิบชั่ง เท่ากับว่านางจะได้เงินถึงห้าร้อยอีแปะ หรือครึ่งตำลึงเงิน! สำหรับชาวบ้านทั่วไป นี่คือรายได้ที่หาไม่ได้ในเวลาหลายเดือน
"เถ้าแก่สวีช่างยุติธรรมและใจกว้าง" หลินซินพยักหน้ารับข้อเสนอ ก่อนจะโยนหินถามทางเพื่อสร้างรากฐานในอนาคต "ความจริงแล้ว ข้ายังมีแหล่งปลูกสมุนไพรคุณภาพดีอีกหลายชนิด หากเถ้าแก่ยินดีให้ราคาที่เป็นธรรมเช่นนี้เสมอไป ข้าหลินซิน ขอสัญญาว่าจะนำสมุนไพรชั้นยอดมาส่งให้ร้านหุยชุนเป็นที่แรก"
ดวงตาของเถ้าแก่สวีสว่างวาบ การได้ผูกขาดสมุนไพรคุณภาพสูงเช่นนี้ย่อมสร้างชื่อเสียงให้ร้านยาหุยชุนทิ้งห่างคู่แข่งอย่างหอการค้าจินอวี้ไปอีกขั้น เขาหัวเราะร่วนอย่างเบิกบานใจ "ดี! ประเสริฐมาก! นับแต่นี้ไป ร้านยาหุยชุนยินดีต้อนรับแม่นางหลินเสมอ ข้าจะสั่งให้คนงานทำป้ายหยกประจำตัวให้เจ้า เมื่อใดที่นำสินค้ามาส่ง เจ้าสามารถเดินเข้ามาพบข้าได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านหลงจู๊หน้าไหนทั้งสิ้น!"
การเจรจาการค้าจบลงอย่างงดงาม หลินซินรับถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุเหรียญทองแดงห้าร้อยอีแปะไว้ในอกเสื้อ น้ำหนักของมันทำให้หัวใจของนางพองโต นี่คือก้าวแรกของการสร้างฐานะในโลกใบนี้ เส้นทางการค้าสายแรกถูกเปิดออกอย่างเป็นทางการด้วยสติปัญญาและความรู้ของนางเอง
หลินซินก้าวเท้าเดินออกจากร้านยาหุยชุน มุ่งหน้ากลับสู่ถนนใหญ่ของย่านตลาด กลิ่นหอมของเนื้อหมูย่างและข้าวสวยร้อนๆ จากร้านรวงข้างทางโชยมาเตะจมูก ทำเอากระเพาะอาหารของร่างที่ขาดสารอาหารมานานส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ
*'นายหญิง ท่านควรนำเงินก้อนแรกนี้ไปซื้อข้าวสารขาวกับเนื้อหมูมาบำรุงร่างกายได้แล้ว ร่างกายนี้อ่อนแอเกินกว่าจะทำฟาร์มหนักๆ ไหว'* เสียงของเสี่ยวจือดังขึ้นพร้อมกับแสดงหน้าจอค่าสถานะความหิวสีแดงวาบในหัว
หลินซินพยักหน้าเห็นด้วย นางกำลังจะมุ่งหน้าไปยังแผงขายเนื้อปิศาจหมูสามชั้น ทว่าทันใดนั้นเอง...
*[คำเตือน! คำเตือนจากระบบ!]*
เสียงของเสี่ยวจือที่เคยหยอกล้อพลันเปลี่ยนเป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดง *'นายหญิง ระบบเรดาร์ตรวจพบสายตามุ่งร้ายจากระยะสามสิบก้าวทางทิศสี่นาฬิกา! ชายผู้นั้นคือ 'อันเอ้อ' อันธพาลประจำหมู่บ้านชิงสุ่ยและเป็นสายสืบของหวังชุนเจียว ป้าสะใภ้ของท่าน! มันแอบมองเห็นตอนที่ท่านรับถุงเงินจากร้านยา และกำลังสะกดรอยตามท่านอยู่!'*
ฝีเท้าของหลินซินชะงักลงเล็กน้อย มุมปากของนางตวัดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบดุจมัจจุราชที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าไร้เดียงสา ดูเหมือนว่าเงินก้อนแรกของนาง จะดึงดูดแมลงวันจอมตะกละให้มารนหาที่ตายเสียแล้ว
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: หมูสามชั้นและข้าวสารขาว]**