ตอนที่ 12
***บทที่ 12: ขับไล่ป้าสะใภ้จอมหน้าหนา***
เสียงทุบประตูดังโครมครามสลับกับเสียงก่นด่าของหวังชุนเจียวยังคงดังบาดหู หลินซินวางตะเกียบในมือลงบนขอบชามเสียงดัง 'กริ๊ก' ดวงตาดอกท้อที่เคยมองดูน้องชายด้วยความอ่อนโยนพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบยะเยือกดุจน้ำแข็งพันปี นางยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กๆ ของหลินอวี่ที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างแผ่วเบา
"อาอวี่ เจ้ากินข้าวต่อไปเถิด ไม่ต้องกลัว พี่สาวจะออกไปจัดการสุนัขบ้าหน้าบ้านเอง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกอุ่นใจ
เด็กชายพยักหน้าหงึกหงัก แม้ในดวงตาจะมีหยาดน้ำตารื้น แต่เขาก็เชื่อฟังคำของพี่สาวอย่างว่าง่าย หลินซินลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่ชายกระโปรงเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินออกไปยังลานบ้านด้วยท่วงท่าสง่างาม ไม่มีความหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย
"โฮสต์ขอรับ สตรีผู้นี้ช่างหน้าหนายิ่งนัก ข้อมูลการสแกนความหน้าด้านทะลุขีดจำกัดไปแล้ว ให้ข้าช่วยปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตนางสักรอบดีหรือไม่" เสียงของเสี่ยวจือ ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะดังขึ้นในห้วงคำนึง
'ยังไม่ต้อง แค่สวะชิ้นเดียว ข้าจัดการเองได้' หลินซินตอบกลับในใจ ก่อนจะเดินไปปลดกลอนประตูไม้ออกอย่างรวดเร็ว
พรวด!
หวังชุนเจียวที่กำลังออกแรงกระแทกประตูสุดตัว เมื่อบานประตูเปิดออกกะทันหัน ร่างอวบอ้วนของนางจึงถลำพุ่งไปข้างหน้าจนสะดุดล้มหน้าคะมำ คลุกฝุ่นดินบนพื้นลานบ้านอย่างหมดสภาพ ผมเผ้าหลุดลุ่ยดูไม่ได้
"โอ๊ย! นังเด็กสมควรตาย! เจ้าจงใจแกล้งข้าใช่หรือไม่!" ป้าสะใภ้ใหญ่ตะเกียกตะกายลุกขึ้น ชี้นิ้วด่าทอด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวแดงก่ำ "เห็นผู้ใหญ่มาเยือนแทนที่จะรีบเปิดประตู กลับซ่อนตัวกินเนื้ออยู่ข้างใน ช่างไร้ความกตัญญูเสียจริง! ไปยกหม้อเนื้อตุ๋นนั่นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ลุงใหญ่ของเจ้าทำงานหนัก ร่างกายซูบผอม ต้องการเนื้อหมูไปบำรุงกำลัง เจ้าเป็นหลานก็สมควรแสดงความกตัญญูยกของดีๆ ให้ผู้ใหญ่!"
หลินซินกอดอกปรายตามองสตรีวัยกลางคนตรงหน้าด้วยสายตาเหยียดหยาม มุมปากยกยิ้มเย็นชา "ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านช่างกล้าพูดคำว่า 'กตัญญู' ออกมาโดยไม่กลัวฟ้าผ่าตายเสียจริงนะเจ้าคะ ตั้งแต่ท่านพ่อท่านแม่ของข้าด่วนจากไป ครอบครัวลุงใหญ่เคยเหลียวแลพวกข้าสองพี่น้องบ้างหรือไม่? หากไม่ใช่เพราะข้าดิ้นรนหาเลี้ยงชีพป่านนี้พวกข้าคงอดตายกลายเป็นผีเฝ้าบ้านไปแล้ว"
"เจ้า... นังเด็กปากดี!" หวังชุนเจียวหน้าถอดสี แต่ยังคงทำใจดีสู้เสือ "ข้าเป็นผู้อาวุโส สั่งให้เจ้าเอาเนื้อมาก็ต้องเอามา!"
"ผู้อาวุโสที่ปล้นชิงแม้กระทั่งที่ดินทำกินของหลานตายน่ะหรือ?" หลินซินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดังกังวานพอที่จะทะลุกำแพงออกไป "ที่ดินนาดีกว่ายี่สิบหมู่ที่เป็นสมบัติของบิดาข้า ถูกท่านและลุงใหญ่ยึดครองไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้พวกข้าอยู่ในบ้านซอมซ่อไร้ที่ดินทำกิน หากท่านยังกล้าบีบคั้นข้าเรื่องเนื้อหมูหม้อนี้อีก ข้าก็จะเดินไปหาหัวหน้าหมู่บ้านเดี๋ยวนี้เลย ให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านและผู้อาวุโสในศาลบรรพชนมาช่วยตัดสินความ ว่าตามกฎกงสีของหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้ว การยึดสมบัติของเด็กกำพร้า มีความผิดต้องถูกเฆี่ยนกี่ที และต้องคืนที่ดินทั้งหมดหรือไม่!"
คำขู่เรื่องหัวหน้าหมู่บ้านและการคืนที่ดินเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางแสกหน้าของหวังชุนเจียว ใบหน้าอวบอูมของนางซีดเผือดลงทันตาเห็น หัวหน้าหมู่บ้านชิงสุ่ยนั้นเที่ยงธรรมและเคร่งครัดกฎระเบียบยิ่งนัก หากเรื่องนี้บานปลายไปถึงหูเขา ที่ดินยี่สิบหมู่ที่อุตส่าห์ฮุบมาได้คงต้องหลุดมือไปเป็นแน่
ระหว่างที่หวังชุนเจียวกำลังอึกอักทำตัวไม่ถูก เสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตู เสียงโวยวายเมื่อครู่ดึงดูดเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงให้มายืนมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ป้าเฉินกุ้ยอิงและบุรุษชาวนาอีกสองสามคนชะโงกหน้าเข้ามามองหวังชุนเจียวด้วยสายตารังเกียจ
"นี่มันรังแกเด็กกำพร้าชัดๆ ที่แท้เนื้อไม่ได้กินยังจะมาแย่งของหลานอีก" เสียงชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้น
หวังชุนเจียวเห็นท่าไม่ดี ทั้งกลัวสูญเสียที่ดิน ทั้งอับอายสายตาชาวบ้าน นางจึงกัดฟันกรอด กระทืบเท้าด้วยความคับแค้นใจ "ฝากไว้ก่อนเถอะนังเด็กเนรคุณ! วันนี้ข้ามีธุระประปราย ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับเจ้า!"
กล่าวจบนางก็สะบัดหน้า เดินกระแทกเท้าฝ่าวงล้อมชาวบ้านออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสุนัขลอบกัดที่ถูกจับได้
เมื่อเงาของป้าสะใภ้ลับสายตาไป หลินซินพลันถอนหายใจยาว ก่อนจะปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนและน่าสงสาร นางหันไปค้อมศีรษะให้เหล่าเพื่อนบ้านที่มายืนมุงดู
"ขอบคุณท่านป้าเฉินและท่านลุงท่านน้าทุกท่านที่มาช่วยเป็นหูเป็นตาให้หลินซินเจ้าค่ะ หากไม่ได้พวกท่าน ป้าสะใภ้คงพังประตูเข้ามารังแกข้ากับน้องชายเป็นแน่" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย เรียกความเห็นใจจากผู้คนได้เป็นอย่างดี
"โธ่เอ๊ย นังหนูหลิน ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ หากนังแม่มดนั่นมารังแกเจ้าอีก จงตะโกนเรียกพวกเรา พวกเราไม่ยอมให้คนนอกหมู่บ้านฝั่งนู้นมากำเริบเสิบสานในเขตนี้หรอก" ป้าเฉินกุ้ยอิงกล่าวอย่างฮึกเหิม
"น้ำใจของทุกท่าน หลินซินซาบซึ้งยิ่งนัก" หลินซินยิ้มบาง "อากาศเริ่มเย็นแล้ว ข้าเพิ่งตุ๋นน้ำแกงกระดูกหมูใส่เครื่องเทศพอดี แม้จะไม่มีเนื้อชิ้นโตให้กิน แต่สหายบ้านใกล้เรือนเคียงช่วยเหลือกัน ข้าขอรินน้ำแกงร้อนๆ ให้ทุกท่านได้ลิ้มรสเพื่อคลายหนาวสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ"
กล่าวจบ นางก็เดินกลับเข้าไปในครัว ตักน้ำแกงหมูตุ๋นสีอำพันที่เคี่ยวจนหอมกรุ่น แม้จะไม่ได้ตักชิ้นเนื้อสามชั้นลงไป แต่ในน้ำแกงก็ยังมีเศษเนื้อเปื่อยนุ่มและรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมล้ำลึกจากเครื่องเทศสูตรลับ นางเทใส่ถ้วยใบเล็กๆ แจกจ่ายให้ชาวบ้านคนละถ้วย
ทันทีที่น้ำแกงแตะริมฝีปาก ดวงตาของชาวบ้านต่างเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ รสชาติที่หอมหวนรุ่มรวยประดุจอาหารเหลาในตัวอำเภอไหลลื่นลงคอ มอบความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
"สวรรค์! นี่มันอร่อยยิ่งกว่าน้ำแกงในร้านอาหารหรูเสียอีก นังหนูหลิน เจ้ามีฝีมือปานนี้เชียวรึ!"
ชาวบ้านต่างเอ่ยปากชมไม่ขาดปาก รอยยิ้มพึงพอใจประดับบนใบหน้า จากที่เคยมองหลินซินเป็นเพียงเด็กกำพร้าผู้น่าสงสาร บัดนี้ในใจของพวกเขากลับเกิดความชื่นชมและผูกพันมากขึ้น น้ำแกงเพียงถ้วยเล็กๆ ได้ซื้อใจผู้คน ซื้อแนวร่วม และสร้างเกราะคุ้มกันอันแข็งแกร่งให้แก่บ้านไร่หลังนี้ได้อย่างแยบยล
ตกดึก หลังจากส่งหลินอวี่เข้านอนและจัดการงานบ้านจนเสร็จสิ้น หลินซินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเอง นางเตรียมตัวจะทำสมาธิเพื่อเพ่งจิตเข้าไปสำรวจความคืบหน้าของสมุนไพรใน 'สวนโอสถเร้นลับ'
ทว่า ในจังหวะที่นางกำลังรวบรวมสมาธินั้นเอง ความรู้สึกร้อนผ่าวพลันแล่นปราดขึ้นมาจากบริเวณเรือนผม ปิ่นเงินสลักลายโบราณซึ่งเป็นของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายของตระกูลหลินที่เสียบอยู่บนมวยผม เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนจะเปล่งแสงสีเงินยวงสว่างจ้าออกมาในความมืด!
แสงนั้นอาบไล้ไปทั่วร่างของหลินซิน ผสานเข้ากับพลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่นางสะสมมาจากการทำฟาร์มในมิติลับ พริบตาเดียว แสงสว่างก็รวมตัวกันตกลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เบื้องหน้า ปรากฏเป็นกล่องไม้จันทน์หอมสลักลวดลายวิจิตรบรรจงที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อน
"โฮสต์ขอรับ! ตรวจพบคลื่นพลังงานจากวัตถุโบราณระดับตำนาน!" เสียงของเสี่ยวจือดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก "ระบบกำลังพยายามสแกน... ข้อมูลถูกล็อก! ท่านต้องเปิดมันด้วยตนเอง!"
หลินซินกลั้นหายใจ มือเรียวยื่นออกไปสัมผัสสลักทองเหลืองบนกล่องไม้ที่เพิ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างไม่อาจควบคุม เมื่อปลายนิ้วแตะลงบนสลัก เสียงดังกริ๊กก็ดังขึ้นพร้อมกับฝากล่องที่ค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน ทอประกายลี้ลับที่กำลังจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของนางไปตลอดกาล!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ตำราอาหารพันหน้าปรากฏ]**