ตอนที่ 15
***บทที่ 15: วิกฤตแมลงศัตรูพืช***
แสงสลัวจากคบเพลิงในมือของหลินซินสั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ภาพเบื้องหน้าคือฝันร้ายของเกษตรกรทุกคน ฝูงแมลงปีกแข็งเกราะสีเขียวคล้ำนับหมื่นตัวกำลังรุมทึ้งแปลงผักกาดขาวราวกับพายุคลั่ง เสียงกัดกินใบไม้ดังกึกก้องผสานกับเสียงกระพือปีกดังหึ่งๆ ชวนให้ขนลุกซู่ หากปล่อยไว้เช่นนี้ มิใช่เพียงผักกาดขาวที่จะเหลือแต่ตอ ทว่าแปลงสมุนไพรที่เพิ่งลงแรงพลิกหน้าดินเตรียมไว้ก็จะต้องกลายเป็นลานหายนะในไม่ช้า
“นายหญิง โปรดตั้งสติ!” เสียงของเสี่ยวจือ ระบบอัจฉริยะผู้ช่วยส่วนตัวดังก้องขึ้นในห้วงคำนึง “ระบบกำลังทำการสแกนและวิเคราะห์... ตรวจพบ ‘แมลงเต่าทองเกราะมรกต’ สัตว์ศัตรูพืชประเภทกัดกินใบและก้าน พวกมันมักอพยพมาเป็นฝูงใหญ่ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล มีเปลือกแข็งทนทานต่อการถูกทุบตีประการหนึ่ง”
“ข้าจะเอาน้ำร้อนมาราดพวกมัน หรือใช้ไฟเผาดีหรือไม่!” หลินซินกัดฟันกรอด สัญชาตญาณนักสู้ทำให้หญิงสาวอยากจะพุ่งเข้าไปทำลายล้างพวกมันให้สิ้นซาก
“ไม่อนุมัติอย่างเด็ดขาด!” เสี่ยวจือร้องเตือนทันควัน “การใช้ไฟหรือน้ำเดือดจะทำลายต้นผักกาดขาวและเผาผลาญจุลินทรีย์ชั้นดีในดินที่ท่านเพิ่งบำรุงด้วยปุ๋ยหมักจนพินาศย่อยยับ ระบบขอเสนอ ‘วิธีกำจัดศัตรูพืชแบบพึ่งพาธรรมชาติ’ เป็นการใช้สารสกัดจากพืชที่มีฤทธิ์ขับไล่โดยไม่ทำลายหน้าดิน”
“ต้องใช้อะไรบ้าง บอกมาเร็วเข้า!” หลินซินถามอย่างร้อนรน สายตายังคงจับจ้องฝูงแมลงที่กำลังขยับขยายอาณาเขตการกินอย่างตะกละตะกลาม
“ใบยาสูบป่าตากแห้งและพริกขี้หนูแดงแห้งที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อนที่สุด นำมาต้มสกัดเอาน้ำเข้มข้น สารพิษตามธรรมชาติในยาสูบและฤทธิ์คายเคืองของพริกจะทำลายระบบประสาทและเยื่อบุอ่อนใต้ท้องของพวกมัน ทำให้พวกมันร่วงหล่นและหนีไปเอง!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินซินก็ไม่รอช้า นางหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปในเรือนซอมซ่อราวกับพายุ โชคดีเหลือเกินที่เมื่อหลายวันก่อนตอนที่ขึ้นไปสำรวจเขาหมอกซ่อน นางได้เก็บใบยาสูบป่าและพริกป่าตากแห้งร้อยเป็นพวงเก็บไว้ในห้องครัว หญิงสาวรีบจุดเตาไฟจนลุกโชน โยนใบยาสูบป่าและพริกแห้งกำใหญ่ลงไปในหม้อดินที่บรรจุน้ำอยู่ครึ่งกะละมัง
เพียงชั่วจิบน้ำชา น้ำในหม้อก็เดือดพล่าน กลิ่นฉุนจัดของยาสูบผสานกับความเผ็ดร้อนของพริกตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวจนหลินซินต้องยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกและไอออกมาเบาๆ ทว่านี่แหละคืออาวุธชั้นเลิศ!
นางจัดการกรองกากออกอย่างรวดเร็ว ได้น้ำสกัดสีน้ำตาลเข้มกลิ่นฉุนกึก จากนั้นจึงนำไปเจือจางกับน้ำเย็นเล็กน้อย แล้วเทใส่ 'กระบอกไม้ไผ่พ่นกระแสน้ำ' ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่นางดัดแปลงไว้สำหรับรดน้ำแปลงเพาะชำขนาดเล็ก
“ท่านพี่! เกิดเรื่องอันใดขึ้น กลิ่นฉุนยิ่งนัก!” หลินอวี่ที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงตึงตังและกลิ่นเผ็ดร้อน วิ่งงัวเงียออกมาจากห้องนอน มือเล็กๆ ขยี้ตาด้วยความตกใจ
“เสี่ยวอวี่ ถอยไปอยู่ใต้ลมและปิดจมูกไว้ให้ดี! พี่จะไปจัดการเจ้าพวกหัวขโมยที่กล้ามาขโมยผักกาดขาวของเรา!” หลินซินสั่งการเสียงเฉียบขาด ก่อนจะคว้ากระบอกไม้ไผ่วิ่งกลับไปยังแปลงปลูก
ฝูงแมลงเต่าทองเกราะมรกตยังคงกัดกินอย่างเมามัน หลินซินสูดลมหายใจเข้าลึก เล็งกระบอกไม้ไผ่ไปยังใจกลางฝูงแมลง แล้วออกแรงดันแกนไม้ไผ่สุดแรงเกิด!
ฟู่!
ละอองน้ำสีน้ำตาลเข้มพุ่งกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ครอบคลุมใบผักกาดขาวที่กำลังถูกรุมทึ้ง ทันทีที่ละอองน้ำยาสูบผสมพริกสัมผัสโดนตัวแมลง ปฏิกิริยาก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน!
กลิ่นฉุนจัดและฤทธิ์คายเคืองอย่างรุนแรงแทรกซึมเข้าสู่ช่องหายใจและใต้ท้องที่ไร้เกราะป้องกันของพวกมัน แมลงเต่าทองเกราะมรกตชะงักงัน พวกมันดิ้นทุรนทุราย ปีกที่เคยกระพืออย่างแข็งขันพลันอ่อนแรง ตัวที่เกาะอยู่บนใบผักต่างร่วงหล่นลงสู่พื้นดินราวกับห่าฝนเม็ดเล็กๆ ตัวที่ยังมีสติอยู่บ้างก็รีบบินหนีแตกกระเจิงหายเข้าไปในความมืดของชายป่าอย่างไม่คิดชีวิต
“สำเร็จ!” หลินซินเผยรอยยิ้มกว้าง หอบหายใจด้วยความโล่งอก ผักกาดขาวของนางรอดพ้นจากความพินาศแล้ว ซ้ำดินอันอุดมสมบูรณ์ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีหรือความร้อนใดๆ นี่คือชัยชนะของการเกษตรแบบพึ่งพาธรรมชาติอย่างแท้จริง
เมื่อฝุ่นควันและกลิ่นฉุนเริ่มจางลง หลินอวี่ก็วิ่งถือตะเกียงเข้ามาใกล้ เด็กน้อยมองดูซากแมลงปีกแข็งนับพันตัวที่นอนหงายท้องดิ้นแด่วๆ อยู่บนพื้นดินร่องแปลงผักด้วยความประหลาดใจ
“ท่านพี่เก่งกาจที่สุดเลยขอรับ! ขับไล่พวกมันไปได้หมดสิ้น ทว่า... ซากพวกนี้เราจะกวาดทิ้งไปที่ใดดีขอรับ กลัวว่ามันจะฟื้นขึ้นมาอีก” หลินอวี่ถามด้วยน้ำเสียงกังวล
หลินซินมองลงไปที่พื้น ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะทอประกายเจิดจ้า ราวกับมองเห็นขุมทรัพย์ นางนึกขึ้นได้ว่าเมื่อช่วงสายของวันนี้ โจวหมิงพรานหนุ่มได้แวะมาที่บ้าน นำไก่ป่าตัวอวบอ้วนสามตัวที่เพิ่งดักจับได้มาขายให้นางในราคาย่อมเยา เพื่อตอบแทนบุญคุณที่นางเคยช่วยชีวิตเขาไว้ หลินซินตั้งใจจะเลี้ยงพวกมันไว้กินไข่ จึงได้นำไม้ไผ่มาสานเป็นสุ่มขนาดใหญ่กั้นเป็นเล้าชั่วคราวไว้ที่หลังบ้าน
“เสี่ยวอวี่ อย่าเพิ่งกวาดทิ้งเด็ดขาด!” หลินซินหัวเราะร่วน “สำหรับผักกาดขาว พวกมันคือศัตรูตัวฉกาจ ทว่าสำหรับไก่ป่าทั้งสามตัวของพวกเรา... นี่คืออาหารชั้นเลิศที่สวรรค์ประทานมาให้ต่างหากเล่า!”
เด็กชายตาโตด้วยความตื่นเต้น เขารีบวิ่งไปหยิบตะกร้าสานใบเล็กและคีมไม้ไผ่คีบถ่านออกมา สองพี่น้องช่วยกันคีบและกวาดต้อนแมลงที่หมดสติและอ่อนแรงลงตะกร้าอย่างสนุกสนาน ไม่นานนักตะกร้าก็เต็มไปด้วยแมลงโปรตีนสูงชั้นดี
เมื่อนำไปเทลงในรางอาหารไม้ไผ่ที่เล้าไก่ป่า ไก่ทั้งสามตัวที่กำลังตื่นตระหนกในตอนแรก พลันได้กลิ่นอาหารอันโอชะ พวกมันรีบวิ่งกรูกันเข้ามาจิกกินแมลงเต่าทองเกราะมรกตอย่างตะกละตะกลาม เสียงจิกอาหารดังกุ๊กๆ สร้างความเบิกบานใจให้แก่สองพี่น้องยิ่งนัก
“กินเยอะๆ เล่า จะได้ออกไข่ใบโตๆ ให้เสี่ยวอวี่กินทุกวัน” หลินอวี่นั่งยองๆ เกาะสุ่มไก่เอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง
หลินซินยืนมองภาพนั้นด้วยความภาคภูมิใจ บัดนี้นางไม่เพียงแต่รู้วิธีจัดการศัตรูพืชได้อย่างหมดจด แต่ยังเป็นการเริ่มต้นการปศุสัตว์ขนาดเล็กในฟาร์มของนางอีกด้วย วงจรธรรมชาติที่นำศัตรูพืชมาแปรเปลี่ยนเป็นอาหารสัตว์ ช่างเป็นการจัดการที่สมบูรณ์แบบเสียจริง
ทว่า... ในขณะที่ความยินดีกำลังอาบไล้จิตใจ หลินซินพลันรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
"แจ้งเตือนฉุกเฉิน!" เสียงของเสี่ยวจือดังขึ้นในหัว แต่ครั้งนี้กลับแฝงไปด้วยความรุ่มร้อน "ร่างกายของนายหญิงสูดดมไอระเหยของยาสูบและพริกเข้มข้นในพื้นที่ปิดมากเกินไปในขั้นตอนการต้มสกัด ผนวกกับร่างกายที่เพิ่งฟื้นฟู บัดนี้ 'พิษร้อน' กำลังแทรกซึมเข้าสู่เส้นลมปราณและระบบทางเดินหายใจ!"
หลินซินหน้าซีดเผือด นางรู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง โลกเบื้องหน้าเริ่มหมุนคว้าง ลำคอแห้งผากราวกับถูกไฟลน ความร้อนขุมหนึ่งตีตื้นขึ้นมาจากทรวงอกจนนางต้องยกมือขึ้นกุมลำคอและไอออกมาอย่างหนัก ร่างบางโอนเอนไร้เรี่ยวแรงจนทรุดเข่าลงกับพื้นดิน
"ท่านพี่! ท่านพี่เป็นอันใดไป!" หลินอวี่ร้องเสียงหลง ทิ้งตะกร้าวิ่งเข้ามารับร่างของพี่สาวด้วยความตื่นตระหนก
หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก แต่กลับยิ่งแสบร้อนไปทั้งทรวงอก สติที่เริ่มเลือนรางสั่งการให้นางนึกถึงสิ่งเดียวที่สามารถช่วยชีวิตนางได้ในยามนี้... สูตรอาหารสูตรแรกที่นางเพิ่งปลดล็อกได้จาก 'ตำราอาหารพันหน้า' มรดกของตระกูล!
นางต้องปรุงมันเดี๋ยวนี้ หากชักช้าแม้เพียงครึ่งก้านธูป พิษร้อนนี้อาจทำลายเส้นลมปราณที่เพิ่งฟื้นฟูจนหมดสิ้น!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ต้มชาสมุนไพรล้างพิษ]**