ตอนที่ 16

***บทที่ 16: ต้มชาสมุนไพรล้างพิษ***

ลมหายใจของหลินซินร้อนผ่าวราวกับพ่นเปลวเพลิงออกมา โลกเบื้องหน้าหมุนคว้างจนแทบไม่อาจทรงตัว พิษร้อนจากการสูดดมไอระเหยของยาสูบและพริกเข้มข้นในพื้นที่ปิด กำลังแผดเผาเส้นลมปราณที่เพิ่งฟื้นฟูของนางอย่างเกรี้ยวกราด

"เสี่ยวอวี่..." หญิงสาวเค้นเสียงที่แห้งผากราวกับกระดาษทรายออกมาอย่างยากลำบาก มือบางบีบต้นแขนของน้องชายแน่นเพื่อประคองสติ "ไปตักน้ำ... ตักน้ำสะอาดจากโอ่งในครัวมาให้พี่... เร็วเข้า"

"ขะ... ข้าจะไปเดี๋ยวนี้! ท่านพี่อย่าเป็นอันใดนะ!" หลินอวี่น้ำตาร่วงเผาะ ละล่ำละลักรับคำแล้วสับเท้าวิ่งพรวดเข้าไปในครัวอย่างไม่คิดชีวิต

เมื่อร่างเล็กพ้นจากสายตา หลินซินก็กัดริมฝีปากจนห้อเลือดเพื่อเรียกสติ สื่อสารกับระบบอัจฉริยะในห้วงคำนึงทันที "เสี่ยวจือ! เปิดรายละเอียดสูตรชาล้างพิษจากตำราอาหารพันหน้าเดี๋ยวนี้ ข้าต้องการใช้มัน!"

"รับทราบ! ทำการดึงข้อมูลสูตรอาหารตำรับที่หนึ่ง 'ชาสมุนไพรล้างพิษ' วัตถุดิบหลักได้แก่ ใบชาป่า หญ้าเกล็ดหิมะตากแห้ง และน้ำผึ้งป่า" เสียงของเสี่ยวจือดังขึ้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ "วัตถุดิบทั้งหมดมีพร้อมอยู่ในช่องเก็บของมิติลับแล้ว ขอให้นายหญิงเร่งมือเข้า พิษร้อนกำลังลุกลาม!"

หลินซินพยุงร่างที่โอนเอนของตนเองไปที่เตาไฟดินเหนียวที่ลานหลังบ้าน นางใช้ฟันขบปลายลิ้นเพื่อต้านทานความวิงเวียน มือที่สั่นเทาหยิบฟืนเข้าเตาและจุดไฟอย่างทุลักทุเล เปลวเพลิงสีส้มพลันลุกโชน เลียใต้ก้นหม้อดินเผาที่บรรจุน้ำสะอาดเอาไว้

นางพลิกฝ่ามือวูบเดียว วัตถุดิบทั้งสามชนิดที่เก็บเกี่ยวไว้จากมิติลับสวนโอสถเร้นลับและเขาหมอกซ่อนก็ปรากฏขึ้น ใบชาป่าสีเขียวเข้ม หญ้าเกล็ดหิมะที่ผ่านการตากแห้งจนได้ที่ และน้ำผึ้งป่าสีทองอร่ามในกระปุกกระเบื้อง

"ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนทำงาน..." เสี่ยวจือรายงานผล "นายหญิง อุณหภูมิน้ำถึงจุดที่เหมาะสมแล้ว ใส่ใบชาป่าลงไปเป็นอันดับแรก!"

หลินซินโปรยใบชาป่าลงในหม้อดินเผาอย่างแม่นยำ น้ำที่กำลังเดือดปุดๆ พลันเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนอมเหลือง กลิ่นหอมฝาดของชาป่าเริ่มลอยแตะจมูก

"นับในใจสามลมหายใจ... บัดนี้ ใส่หญ้าเกล็ดหิมะตากแห้งลงไปได้!"

หญิงสาวทำตามคำแนะนำของระบบอัจฉริยะอย่างเคร่งครัด ทันทีที่หญ้าเกล็ดหิมะสัมผัสกับน้ำร้อน กลิ่นหอมเย็นยะเยือกอันเป็นเอกลักษณ์ก็แผ่ซ่านออกมา ผสมผสานกับกลิ่นชาป่าได้อย่างลงตัว ไอน้ำที่ลอยขึ้นมากระทบใบหน้าช่วยบรรเทาความแสบร้อนในโพรงจมูกของนางไปได้หลายส่วน

"ดับไฟใต้เตาเดี๋ยวนี้!" เสียงของเสี่ยวจือสั่งการอย่างเฉียบขาด "ห้ามใส่น้ำผึ้งขณะที่น้ำยังเดือดพล่านเด็ดขาด ความร้อนที่มากเกินไปจะทำลายสรรพคุณทางยาของน้ำผึ้งป่าจนหมดสิ้น รอให้อุณหภูมิลดลงเหลือเจ็ดส่วนเสียก่อน"

หลินซินรีบใช้ไม้เขี่ยท่อนฟืนที่กำลังลุกไหม้ออกจากเตาไฟดินเหนียว นางยืนเฝ้าหม้อดินเผาพร้อมกับหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง รอคอยอย่างอดทนจนกระทั่งเสี่ยวจือส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง

"อุณหภูมิเหมาะสมแล้ว เติมน้ำผึ้งป่าได้!"

หลินซินตักน้ำผึ้งป่าหนึ่งช้อนไม้กวนลงไปในหม้อดินเผาอย่างช้าๆ ทันทีที่น้ำผึ้งละลายเข้ากับน้ำชา ของเหลวในหม้อก็แปรเปลี่ยนเป็นชาสีอำพันใสกระจ่างราวกับอัญมณีล้ำค่า กลิ่นหอมสดชื่นที่ผสานทั้งความฝาดของชา ความเย็นของหญ้าเกล็ดหิมะ และความหวานละมุนของน้ำผึ้ง โชยกรุ่นขึ้นมาในอากาศ สร้างความรู้สึกปลอดโปร่งไปถึงส่วนลึกของจิตวิญญาณ

นางไม่รอช้า รีบตักชาสีอำพันใส่ชามกระเบื้อง เป่าไล่ความร้อนเพียงครู่เดียวแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดชาม

ของเหลวอุ่นซ่านไหลลื่นลงสู่ลำคอ รสชาติแรกคือความหวานอมฝาดที่ปลายลิ้น ก่อนจะตามมาด้วยความเย็นวาบที่แผ่ซ่านลงไปถึงกระเพาะอาหาร ทันใดนั้น ความเย็นยะเยือกของหญ้าเกล็ดหิมะก็พุ่งทะยานไปตามเส้นลมปราณ เข้าปะทะกับ 'พิษร้อน' ที่กำลังแผดเผาร่างกายอย่างจัง

หลินซินหลับตาแน่น ร่างกายขับเหงื่อสีเข้มที่มีกลิ่นฉุนของยาสูบและพริกออกมาทางรูขุมขนอย่างต่อเนื่อง เพียงชั่วจิบน้ำชา ความอึดอัดรุ่มร้อนในทรวงอกก็พลันมลายหายไปสิ้น ลำคอที่เคยแห้งผากกลับมาชุ่มชื้น สติสัมปชัญญะที่เคยเลือนรางก็กลับมากระจ่างใสอีกครั้ง

"แจ้งเตือน: พิษร้อนในร่างกายถูกขจัดออกไปเก้าส่วนแล้ว ระดับพลังชีวิตกลับสู่สภาวะปกติ" เสียงของเสี่ยวจือดังขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงที่ดูจะโล่งอกไม่น้อย

หญิงสาวลืมตาขึ้น ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างพึงพอใจ นางทำได้แล้ว! นี่คือการปรุง 'ชาสมุนไพรล้างพิษ' สำเร็จเป็นครั้งแรกอย่างสมบูรณ์แบบ สรรพคุณของตำราอาหารพันหน้านั้นยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือ ผนวกกับการควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำของเสี่ยวจือ ทำให้ชาชามนี้มีฤทธิ์เป็นยารักษาชั้นเลิศ

"ท่านพี่! น้ำมาแล้ว!" หลินอวี่วิ่งกระหืดกระหอบประคองชามน้ำเข้ามา แต่เมื่อเห็นพี่สาวของตนยืนสูดอากาศด้วยสีหน้าสดชื่นแดงปลั่ง ไม่มีเค้าความเจ็บปวดหลงเหลืออยู่ เด็กน้อยก็เบิกตากว้างด้วยความงุนงง

"พี่ไม่เป็นไรแล้วล่ะเสี่ยวอวี่ พี่เพิ่งต้มชาสมุนไพรสูตรใหม่ดื่มเข้าไป อาการวิงเวียนหายเป็นปลิดทิ้งเลย" หลินซินลูบหัวน้องชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะตักชาสีอำพันที่เย็นลงแล้วอีกครึ่งชามส่งให้ "เจ้าเองก็ลองดื่มสิ วันนี้ช่วยพี่ทำงานตากแดดมาทั้งวัน ชานี้ช่วยขับพิษร้อนและบรรเทาความเหนื่อยล้าได้ดีนัก"

หลินอวี่รับชามไปดื่มอย่างว่าง่าย ทันทีที่ชาไหลลงคอ ดวงตาของเด็กน้อยก็เป็นประกาย "ท่านพี่! ชานี้อร่อยยิ่งนัก หวานชุ่มคอแถมยังเย็นชื่นใจ ข้ารู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงที่หายไปกลับคืนมาเลยขอรับ!"

หลินซินยิ้มกว้าง ในใจพลันนึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้...

ยามบ่ายคล้อยของวันเดียวกันนั้น หลินซินบรรจุชาสมุนไพรล้างพิษที่ต้มเสร็จใหม่ๆ ลงในกระบอกไม้ไผ่ แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านของเฉินกุ้ยอิง ภรรยาของพรานป่าที่เคยมีน้ำใจมอบเมล็ดพันธุ์และเครื่องมือทำเกษตรให้นางในยามยากลำบาก

เมื่อไปถึงหน้าบ้าน นางก็พบกับจ้าวต้าซาน พรานป่าผู้เป็นสามีของเฉินกุ้ยอิงกำลังเดินวนเวียนอยู่หน้าลานบ้านด้วยสีหน้าร้อนรน

"ท่านลุงจ้าว เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?" หลินซินเอ่ยถาม

"อ้อ... แม่นางหลินนั่นเอง" จ้าวต้าซานถอนหายใจยาว "ป้าเฉินของเจ้าน่ะสิ วันนี้ไปช่วยถอนหญ้าที่แปลงนาท้ายหมู่บ้าน แดดแรงจัดจนเป็นไข้แดด บัดนี้นอนซมหน้าแดงก่ำ หายใจรวยรินอยู่บนเตียง ข้าเช็ดตัวให้เท่าใดไข้ก็ไม่ยอมลด กำลังคิดว่าจะเข้าเมืองไปตามหมอที่ร้านยาหุยชุนอยู่พอดี"

"ไข้แดดหรือ? ท่านลุง อย่าเพิ่งรีบร้อนเสียเงินทองเลยเจ้าค่ะ ให้ข้าเข้าไปดูอาการท่านป้าเฉินก่อนเถิด ข้าพอมีชาสมุนไพรที่เพิ่งต้มเสร็จ อาจช่วยบรรเทาอาการได้"

จ้าวต้าซานลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงความเก่งกาจในการหาสมุนไพรของเด็กสาวผู้นี้ในช่วงที่ผ่านมา เขาจึงพยักหน้าและพานางเข้าไปในห้องนอน

บนเตียงไม้เก่าๆ เฉินกุ้ยอิงนอนกระสับกระส่าย ใบหน้าอวบอูมแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ริมฝีปากแห้งผากแตกเป็นขุย ลมหายใจพ่นออกมาเป็นไอร้อนจัด อาการไข้แดดกำเริบหนักจนสติเริ่มเลือนราง

หลินซินไม่รอช้า นางรินชาสมุนไพรล้างพิษสีอำพันออกจากกระบอกไม้ไผ่ใส่ถ้วย กลิ่นหอมสดชื่นของชาป่าและหญ้าเกล็ดหิมะลอยกรุ่นขึ้นมาทันที นางค่อยๆ ประคองศีรษะของเฉินกุ้ยอิงขึ้น แล้วป้อนชาให้ดื่มอย่างระมัดระวัง

"ท่านป้า... ค่อยๆ กลืนนะเจ้าคะ"

เฉินกุ้ยอิงกลืนชาลงไปตามสัญชาตญาณ เพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มกลับมาเป็นปกติ สีหน้าแดงก่ำจากพิษไข้ค่อยๆ จางลง กลายเป็นสีผิวที่ดูมีเลือดฝาด เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นตามไรผม เป็นสัญญาณว่าความร้อนในร่างกายกำลังถูกขับออกมา

หญิงวัยกลางคนค่อยๆ ปรือตาขึ้น ความขุ่นมัวในแววตาหายไปสิ้น นางกระพริบตาปริบๆ มองหน้าหลินซินและสามีสลับกัน "นี่... ข้าเป็นอันใดไป? เมื่อครู่ข้ายังปวดหัวแทบระเบิด คอแห้งราวกับกลืนถ่านไฟแดงๆ แต่บัดนี้... เหตุใดจึงรู้สึกเย็นสบายปลอดโปร่งถึงเพียงนี้ เลือดลมก็สูบฉีดมีเรี่ยวแรงขึ้นมาก"

"สวรรค์!" จ้าวต้าซานอุทานด้วยความตื่นตะลึง "แม่นางหลิน น้ำชาของเจ้าช่างวิเศษนัก! เพียงถ้วยเดียวก็ขับไข้แดดของภรรยาข้าได้ชะงัดราวกับยาวิเศษ!"

หลินซินแย้มยิ้มอย่างถ่อมตน "เป็นเพียงชาสมุนไพรสูตรพื้นบ้านที่ท่านแม่เคยสอนไว้เจ้าค่ะ มีฤทธิ์ขับพิษร้อนและแก้กระหายได้ดี เห็นท่านป้าอาการดีขึ้น ข้าก็เบาใจแล้ว"

ระหว่างที่เดินกลับบ้านไร่ซอมซ่อ ดวงตาของหลินซินเปล่งประกายเจิดจ้า สมองอันปราดเปรื่องของอดีตแพทย์ทหารเริ่มคำนวณต้นทุนและผลกำไรอย่างรวดเร็ว ในยุคสมัยที่ผู้คนต้องใช้แรงงานหนักท่ามกลางแสงแดดแผดเผา ทั้งชาวนา กรรมกรแบกหาม หรือแม้แต่ผู้คุ้มกันกองคาราวานสินค้า ทุกคนล้วนต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าและไข้แดด

หากนางนำ 'ชาสมุนไพรล้างพิษ' นี้ไปขายที่ตลาด ย่อมต้องทำกำไรได้อย่างมหาศาล และมันจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างฐานะ เพื่อก้าวเข้าไปตีสนิทกับกองคาราวานการค้าสมุนไพรสกุลหยางตามแผนที่วางไว้!

คืนนั้น หลินซินจุดตะเกียงน้ำมัน ก่อไฟต้มชาหม้อใหญ่นับสิบหม้อ กลิ่นหอมของสมุนไพรอบอวลไปทั่วทั้งลานบ้าน นางเตรียมถังไม้ขนาดใหญ่เพื่อบรรจุชาสำหรับนำไปขายในวันรุ่งขึ้น ทุกขั้นตอนถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยมีเสี่ยวจือคอยจับเวลาและอุณหภูมิไม่ให้คลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย

ทว่า ในขณะที่นางกำลังถ่ายเทชาหม้อสุดท้ายลงในถังไม้ เสียงของระบบอัจฉริยะในหัวก็พลันดังขึ้นพร้อมกับสัญญาณเตือนสีแดงวาบ

"แจ้งเตือนระดับสูง! ตรวจพบข้อมูลการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนจำนวนมากจากระบบฐานข้อมูลท้องถิ่น พรุ่งนี้เช้าตรู่คือวันเปิด 'ตลาดนัดใหญ่ประจำเดือน' ของอำเภอผิงอัน และที่สำคัญ กองคาราวานการค้าสกุลหยางที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จะแวะพักเติมเสบียงที่นั่นเพียงวันเดียวก่อนเดินทางต่อ!"

มือที่กำลังถือกระบวยตักน้ำชาของหลินซินชะงักกึก รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนมุมปาก

หากนางต้องการดึงดูดความสนใจจากขั้วอำนาจทางการค้า และโกยเงินตำลึงก้อนโตเข้ากระเป๋า นี่คือโอกาสทองที่สวรรค์ประทานมาให้ นางจะต้องทำให้ชาสมุนไพรของนางกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่ทุกคนในตลาดผิงอันต้องแย่งชิงกันดื่มให้จงได้!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ตั้งแผงขายชาที่ตลาดผิงอัน]**