ตอนที่ 5

***บทที่ 5: การเพาะปลูกครั้งแรกในมิติลับ***

สัญชาตญาณดิบของอดีตแพทย์ทหารหน่วยรบพิเศษถูกปลุกปะทุขึ้นในเสี้ยววินาที! ท่ามกลางวิกฤตที่เถาใบสีเขียวมรกตพุ่งเข้าใส่ใบหน้าราวกับอสรพิษร้าย ร่างบางของหลินซินพลันเอนหลบไปด้านหลังอย่างฉับไวพลิ้วไหวราวกับใบหลิวลู่ลม มือเรียวบางที่ผ่านการฝึกฝนการต่อสู้ระยะประชิดมานับครั้งไม่ถ้วนตวัดขึ้นกลางอากาศ สับสันมือลงบน ‘ก้านคอ’ ของเถาประหลาดนั้นอย่างแม่นยำและหนักหน่วง

‘กรอบ!’

เสียงหักสะบั้นดังขึ้นพร้อมกับเถาใบที่ร่วงหล่นลงบนพื้นกระดานไม้ มันดิ้นพล่านอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะเหี่ยวเฉาและสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ ซึมหายไปในร่องไม้ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน พลังชีวิตที่ถูกเร่งเร้าจนเกินขีดจำกัดด้วยน้ำพุวิญญาณบริสุทธิ์ ทำให้พืชธรรมดาสามัญไม่อาจรองรับพลังปราณฟ้าดินอันมหาศาลได้ มันจึงเติบโตอย่างบ้าคลั่งและดับสูญไปในพริบตา

เสียงถอนหายใจของระบบผู้ช่วยอัจฉริยะดังขึ้นในห้วงคำนึง ขัดจังหวะความตื่นตะลึงของดรุณีสาว [ "ข้าน้อยเตือนท่านแล้วมิใช่หรือนายหญิง! พลังของน้ำพุวิญญาณในสวนโอสถเร้นลับนั้นบริสุทธิ์และทรงอานุภาพเกินกว่าที่เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านจะทานทนได้ หากท่านดึงดันจะใช้น้ำพุบริสุทธิ์รดพวกมันโดยตรง สิ่งที่ท่านจะได้มิใช่ผักกาดขาวหวานกรอบ แต่จะเป็นอสูรพฤกษาเขมือบคนต่างหากเล่า!" ]

หลินซินยกมือขึ้นลูบจมูกเบาๆ มุมปากยกยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เสี่ยวจือจะกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน แต่นางกลับค้นพบข้อมูลที่ล้ำค่ายิ่ง สรรพคุณของน้ำพุวิญญาณนี้เหนือชั้นกว่าสารเร่งการเจริญเติบโตใดๆ ในโลกเดิมของนาง หากนำมาเจือจางอย่างเหมาะสม มันย่อมกลายเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผืนดินและบ่มเพาะวัตถุดิบชั้นเลิศ สำหรับการปรุงอาหารโอสถตาม ‘ตำราอาหารพันหน้า’ อย่างแน่นอน

เมื่อแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณของวันใหม่ก็มาเยือนหมู่บ้านชิงสุ่ย อากาศยามเช้าเย็นสบายและบริสุทธิ์ หลินซินจูงมือน้องชายตัวน้อยเดินออกจากเรือนซอมซ่อ ตรงไปยังแปลงดินขนาดเล็กหน้าบ้านที่นางได้ลงแรงพลิกหน้าดินเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน

หลินอวี่เบิกตากลมโตมองแปลงดินที่เป็นรูปเป็นร่างอย่างตื่นเต้น สองมือเล็กๆ กำเข้าหากันแน่น ใบหน้าที่เคยซูบตอบเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างจากการได้กินอิ่มนอนหลับเมื่อคืน "พี่รอง! นี่คือที่ที่เราจะปลูกผักกาดขาวใช่หรือไม่ขอรับ?"

"ใช่แล้วอาอวี่" หลินซินลูบศีรษะน้องชายอย่างอ่อนโยน นางหยิบห่อผ้าที่บรรจุเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวส่วนแรกออกมา ค่อยๆ สอนให้เด็กน้อยรู้จักการหย่อนเมล็ดลงในหลุมดินที่ขุดไว้อย่างเบามือ ระยะห่างของแต่ละหลุมถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ เพื่อให้ต้นผักมีพื้นที่แผ่ขยายใบได้อย่างเต็มที่

เด็กน้อยตั้งใจทำตามอย่างแข็งขัน เมื่อกลบดินเสร็จสิ้น เขาก็ยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาเปล่งประกายมุ่งมั่น "พี่รอง ท่านไม่ต้องเหนื่อยรดน้ำเองนะขอรับ! ข้าขออาสาเป็นคนตักน้ำจากลำธารมารดแปลงผักนี้ทุกเช้าเอง ข้าจะดูแลพวกมันให้เติบโตเป็นผักกาดขาวต้นอวบอ้วนที่สุดในหมู่บ้านเลย!"

มองดูความกระตือรือร้นของน้องชาย หลินซินก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ หัวใจที่เคยแข็งกระด้างจากไฟสงครามในชาติก่อน ค่อยๆ ถูกหลอมละลายด้วยความอบอุ่นของสายใยครอบครัว "ตกลง พี่รองจะฝากแปลงผักหน้าบ้านนี้ไว้ในความดูแลของเจ้า"

หลังจากจัดการแปลงดินหน้าบ้านและส่งหลินอวี่ไปเก็บฟืนแห้งละแวกใกล้เคียงแล้ว หลินซินก็กลับเข้ามาในห้องนอน นางลงกลอนประตูอย่างแน่นหนา ก่อนจะรวบรวมสมาธิเพ่งจิตไปที่ปิ่นเงินบนมวยผม พริบตาเดียว ร่างของนางก็วูบหายไปจากโลกภายนอก ปรากฏขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและอุดมสมบูรณ์ของ ‘สวนโอสถเร้นลับ’

ดินดำขลับในมิติลับแผ่กลิ่นอายของความอุดมสมบูรณ์ ทว่าหลินซินยังไม่รีบร้อนลงมือ นางเรียกเสี่ยวจือให้ทำการประเมินสภาพดินเสียก่อน

[ "ติ๊ง! ระบบกำลังสแกนวิเคราะห์แร่ธาตุในผืนดิน..." ] เสียงใสของเสี่ยวจือรายงานผลอย่างรวดเร็ว [ "เรียนนายหญิง แม้ดินในมิติจะอุดมไปด้วยปราณวิญญาณ แต่ค่าความสมดุลของกรดด่างในดินบริเวณนี้ยังเอนเอียงไปทางฤทธิ์กรดอ่อนๆ ผักกาดขาวเป็นพืชที่ชื่นชอบดินที่มีความสมดุลเป็นกลาง หากต้องการให้พวกมันเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ข้าน้อยขอแนะนำให้ท่านนำ 'ขี้เถ้าฟืน' จากเตาไฟในครัวมาผสมคลุกเคล้าเพื่อปรับสมดุลหยินหยางของผืนดินก่อนการเพาะปลูกขอรับ" ]

"สมกับเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ" หลินซินเอ่ยชม นางออกจากมิติไปกอบเอาขี้เถ้าฟืนสีเทาจากเตาไฟในครัวเรือนที่เย็นชืดแล้ว ใส่กระบุงนำกลับเข้ามาในมิติลับ สองมือที่เคยจับแต่มีดผ่าตัด บัดนี้กำลังจับจอบขนาดเล็ก ค่อยๆ โรยขี้เถ้าฟืนลงบนแปลงดินดำและพลิกหน้าดินคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างทะมัดทะแมง เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนหน้าผาก แต่นางกลับรู้สึกเบิกบานใจอย่างประหลาด

เมื่อปรับสภาพดินเรียบร้อย หลินซินก็นำเมล็ดผักกาดขาวส่วนที่เหลือออกมา คราวนี้เพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ำรอย นางเดินไปที่บ่อน้ำพุวิญญาณ ใช้กระบวยไม้ตักน้ำพุขึ้นมาเพียงครึ่งหยด ผสมลงในถังไม้ที่บรรจุน้ำธรรมดาจนเต็ม คนให้เข้ากันจนพลังปราณวิญญาณเจือจางลงอยู่ในระดับที่ปลอดภัยและพอเหมาะ

นางหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงในดินที่ผสมขี้เถ้าฟืนอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงตักน้ำที่เจือจางแล้วรดลงไปบนผืนดินอย่างนุ่มนวล หยดน้ำที่แฝงด้วยประกายสีรุ้งจางๆ ซึมซาบลงสู่ผืนดินอย่างรวดเร็ว

ด้วยกฎเกณฑ์แห่งเวลาในมิติลับที่เดินเร็วกว่าโลกภายนอกหลายสิบเท่า หลินซินนั่งพักบนโขดหินข้างแปลงปลูก เฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงด้วยใจระทึก เพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป (ประมาณ 15 นาที) ดินตรงหน้าก็เริ่มปริแตกออก

ปาฏิหาริย์แห่งสวนโอสถเร้นลับปรากฏแก่สายตา! ยอดอ่อนสีเขียวมรกตค่อยๆ แทงทะลุผืนดินขึ้นมา พวกมันชูคอรับละอองปราณฟ้าดินในอากาศ ลำต้นเล็กๆ ขยายขนาดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใบเลี้ยงคู่แรกกางออก ตามด้วยใบแท้ที่แตกยอดออกมาอย่างสมบูรณ์ เพียงแค่ชั่วข้ามคืนในความรู้สึกของมิติ เมล็ดพันธุ์ที่เพิ่งฝังลงดินก็เติบโตกลายเป็นต้นกล้าผักกาดขาวที่แข็งแรงสมบูรณ์ ใบของมันอวบน้ำและแผ่กลิ่นอายความสดชื่นที่หาไม่ได้จากผักทั่วไป

ประสิทธิผลในการเร่งการเจริญเติบโตของมิติลับได้รับการยืนยันแล้ว! หลินซินกำหมัดแน่นด้วยความปีติ หากนางใช้พื้นที่นี้เพาะปลูกสมุนไพรและวัตถุดิบชั้นเลิศเพื่อนำไปทำอาหารโอสถขาย ความฝันที่จะสร้างฐานะและก้าวเข้าไปสืบข่าวในกองคาราวานการค้าสกุลหยางก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

นางจัดการรดน้ำต้นกล้าอีกครั้ง ก่อนจะถอนจิตออกจากมิติ กลับคืนสู่ห้องนอนซอมซ่อในโลกแห่งความเป็นจริง แสงตะวันเพิ่งจะคล้อยบ่าย หลินซินรู้สึกหิวเล็กน้อย จึงเดินเข้าครัวไปต้มมันเทศที่เหลืออยู่เป็นอาหารว่าง กลิ่นหอมหวานของมันเทศต้มสุกร้อนๆ ลอยกรุ่นไปตามสายลม ทะลุผ่านรั้วไม้ไผ่ผุพังออกไปสู่ภายนอก

ทว่าในขณะที่นางกำลังจะคีบมันเทศชิ้นโตใส่ชามให้หลินอวี่ หูที่ไวต่อสรรพเสียงของอดีตทหารแนวหน้าพลันได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำลงบนใบไม้แห้ง ดังมาจากทางหน้าประตูรั้วบ้าน ตามมาด้วยเสียงสูดดมกลิ่นฟุดฟิดและเสียงกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เงาดำสายหนึ่งกำลังลับๆ ล่อๆ ด้อมๆ มองๆ ผ่านรอยแตกของรั้วไม้ไผ่ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความตะกละตะกลามจ้องเขม็งมาที่หม้อต้มมันเทศในครัว

แขกไม่ได้รับเชิญ... กำลังมายืนอยู่หน้าประตูบ้านของนางแล้ว!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: กับดักโคลนรับแขกไม่ได้รับเชิญ]**