ตอนที่ 37
**บทที่ 37: กรรมสนองกรรม**
"ท่านผู้ใหญ่บ้าน... ท่านผู้ใหญ่บ้านขอรับ! โปรดเมตตาช่วยข้าด้วย หากต้องจากไปจากหมู่บ้านไป๋หม่า ครอบครัวข้าคงต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นแน่" โก่วซานร่ำไห้เสียงดัง
"ข้ามิได้ตั้งใจใส่ร้ายตระกูลเย่เลยนะขอรับ! ทั้งหมดเป็นคำสั่งของจางคนขายเนื้อ! ข้าบอกเขาว่าข้าทำเงินหาย จางคนขายเนื้อจึงบอกให้ข้าจงใจใส่ร้ายตระกูลเย่"
"จางคนขายเนื้อยังกล่าวอีกว่า เขาจะขับไล่คนตระกูลเย่ออกจากหมู่บ้านไป๋หม่า หากข้ามิทำตาม เขาจะทำให้ข้าพบกับความหายนะ" โก่วซานกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพื่อรักษาชีวิตตนเอง โก่วซานมิได้ลังเลที่จะซัดทอดจางคนขายเนื้อออกมา การถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านไป๋หม่า ย่อมเป็นเรื่องใหญ่กว่าการขัดใจจางคนขายเนื้อเป็นไหนๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่บงการเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบก็คือจางคนขายเนื้อ วันนี้ที่เขาบุกไปอาละวาดที่บ้านตระกูลเย่ ก็เป็นคำสั่งของจางคนขายเนื้อเช่นกัน หากจะว่าไป เขาก็เป็นเพียงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเท่านั้น
"จางคนขายเนื้อ?" สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด "โก่วซาน หากสิ่งที่เจ้ากล่าวมาเป็นความเท็จ จงใจใส่ร้ายจางคนขายเนื้อ หมู่บ้านไป๋หม่าแห่งนี้คงมิอาจรองรับเจ้าได้อีกต่อไป"
"ท่านผู้ใหญ่บ้าน! ข้าพูดความจริง! เรื่องทั้งหมดเป็นคำสั่งของจางคนขายเนื้อจริงๆ" โก่วซานรีบกล่าว "คราก่อนที่จางคนขายเนื้อไปหาเรื่องตระกูลเย่ แล้วต้องเสียหน้ากลับมา เขาจึงคิดแผนการนี้ขึ้นมา เพื่อใช้เรื่องนี้ขับไล่คนตระกูลเย่ออกไป"
"ถูกแล้ว! ถูกแล้ว! เขายังให้สิ่งของแก่ข้าชิ้นหนึ่ง สิ่งนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้าถูกเขาข่มขู่" ว่าแล้วโก่วซานก็หยิบสิ่งของคล้ายกิ่งไม้จากอกเสื้อออกมา มันคือธนูจำลองแกะสลักอย่างง่าย
โก่วซานยื่นสิ่งของนั้นให้ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านรับมาพิจารณา คิ้วขมวดเข้าหากัน สิ่งนี้บุตรชายของจางคนขายเนื้อสวมติดตัวอยู่เสมอ เป็นของที่จางคนขายเนื้อซื้อมาจากตลาดวัดครานั้น
เรื่องนี้คนทั้งหมู่บ้านต่างรู้ดี ในหมู่บ้านมีเพียงบ้านจางคนขายเนื้อเท่านั้นที่มี หากเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้ก็เป็นคำสั่งของจางคนขายเนื้อจริงๆ สินะ
เย่จิ่นเหนียนหรี่ดวงตาลง กล่าวเสียงเย็น "ท่านผู้ใหญ่บ้าน เมื่อพบตัวผู้บงการเบื้องหลังแล้ว ท่านจะจัดการด้วยความยุติธรรมมิใช่หรือ?"
"จางคนขายเนื้อผู้นี้ ช่างดื้อรั้นเสียจริง ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยเตือนเขาไปแล้ว" สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านบิดเบี้ยว เขียวคล้ำสลับขาวซีด เดินไปที่ประตู มองไปยังจางคนขายเนื้อ กล่าวว่า "จางคนขายเนื้อ เจ้าละเมิดกฎของหมู่บ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า หมู่บ้านแห่งนี้มิอาจรองรับเจ้าได้อีกต่อไป ข้าหวังว่าพรุ่งนี้เจ้าคงมิปรากฏตัวที่นี่อีก หากเจ้าขัดขืน ข้าจะหาคนมาส่งพวกเจ้าออกจากบ้านด้วยตนเอง"
การปล่อยให้จางคนขายเนื้อเก็บข้าวของออกไปเอง ก็ถือเป็นการไว้หน้าเขาอย่างที่สุด หากเขาหาคนมาขับไล่ พวกเขาคงต้องอับอายขายหน้ายิ่งกว่า
"ท่านผู้ใหญ่บ้าน! ไฉนจึงให้ข้าย้ายออกจากหมู่บ้านไป๋หม่า! คนขโมยเงินคือคนตระกูลเย่ คนใส่ร้ายตระกูลเย่คือโก่วซาน! มันเกี่ยวอะไรกับข้า?" จางคนขายเนื้อกล่าวอย่างไม่พอใจ
เย่จิ่นเหนียนจ้องมอง กล่าวถาม "เรื่องที่โก่วซานใส่ร้ายครอบครัวข้า คนที่อยู่ในเหตุการณ์ย่อมมิรู้เห็น ท่านรู้ได้อย่างไร? ถึงได้กล่าวออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจเช่นนี้?"
"ข้า... ข้าได้ยินมาโดยบังเอิญเมื่อครู่นี้" จางคนขายเนื้อหลบสายตา กล่าวอย่างมีพิรุธ
ผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ ทนฟังต่อไปมิได้ ผู้ใหญ่บ้านโยนสิ่งของในมือไปตรงหน้าจางคนขายเนื้อ กล่าวเสียงเย็น "ได้ยินมาโดยบังเอิญ? เจ้าช่างกล้ากล่าวออกมาได้ ไม่อายปากเลยรึ? เช่นนั้นจงอธิบายมา สิ่งนี้คืออะไร?"
"คนทั้งหมู่บ้านไป๋หม่าต่างรู้ดีว่ามีเพียงบ้านเจ้าเท่านั้นที่มีสิ่งนี้ บ้านอื่นไม่มี นี่มิใช่ผู้อื่นใส่ร้ายเจ้ากระมัง?" บัดนี้สิ่งของวางอยู่ตรงหน้า จางคนขายเนื้อยังมีสิ่งใดจะกล่าวอีก
เมื่อนึกถึงก่อนหน้านี้ที่เขาเคยช่วยจางคนขายเนื้อพูด คิดว่าเขาคงมิกล้าทำเรื่องเช่นนี้ ผู้ใหญ่บ้านก็รู้สึกว่าใบหน้าเก่าๆ ของตนเองแทบจะไม่มีที่ให้ซุกซ่อน
"สิ่งนี้ต้องมีคนขโมยมาจากบุตรชายของข้าแน่ๆ! ต้องเป็นโก่วซานที่จงใจขโมยไป!" จางคนขายเนื้อปฏิเสธเสียงแข็ง ซ้ำยังป้ายสีทั้งหมดไปที่โก่วซาน พยายามปัดความผิดให้พ้นตัว
อย่างไรเสีย คนใส่ร้ายตระกูลเย่ก็มิใช่เขา ตราบใดที่เขายืนกรานปฏิเสธ พวกนางก็มิอาจทำอะไรเขาได้
เมื่อเห็นเขาปฏิเสธเสียงแข็ง ยังคงหวังลมๆ แล้งๆ เย่จิ่นเหนียนก็หัวเราะเบาๆ กล่าวว่า "จางคนขายเนื้อ ท่านกล่าวเช่นนี้ ท่านมิรู้สึกขบขันบ้างเลยหรือ?"
"หากสิ่งนี้ถูกผู้อื่นขโมยไปจริง บุตรชายของท่านและภรรยาที่มิอยู่นิ่งเฉยของท่าน จะมิกล่าวสิ่งใดเลยหรือ? คงเอะอะโวยวายให้คนทั้งหมู่บ้านรับรู้ไปนานแล้วกระมัง?" นิสัยใจคอของจางคนขายเนื้อ คนทั้งหมู่บ้านไป๋หม่าต่างรู้ดี หากบุตรชายสุดที่รักของเขามีเรื่องใดเกิดขึ้น เขาคงอยากให้คนทั้งหมู่บ้านได้รับรู้
หากสิ่งนี้ถูกโก่วซานขโมยไปจริง จางคนขายเนื้อคงอาละวาดไปนานแล้ว ไฉนเลยจะเงียบเช่นนี้
"เจ้า... ข้า..." จางคนขายเนื้อพูดไม่ออก ได้แต่พูดตะกุกตะกัก มิอาจโต้แย้งได้
สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านดำคล้ำลง กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ถึงบัดนี้ เจ้ายังจะกล่าวว่าผู้อื่นใส่ร้ายเจ้า ใส่ความเจ้าอีกหรือ? สิ่งที่เจ้ากระทำลงไป เจ้าเองย่อมรู้ดี หมู่บ้านไป๋หม่าเล็กเกินไป มิอาจรองรับคนเช่นเจ้าได้ เจ้าจงดูแลตนเองให้ดีเถิด"
"ส่วนโก่วซาน แม้เจ้ามิใช่ตัวการหลัก แต่เจ้าก็มิได้น่าสงสาร วันนี้ข้าจะให้โอกาสเจ้าตักเตือนตนเอง ส่วนเรื่องที่เจ้าจะย้ายออกจากหมู่บ้านไป๋หม่าหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะไปขอความเมตตาจากสาวน้อยตระกูลเย่" กล่าวจบ ผู้ใหญ่บ้านก็สะบัดแขนเสื้อจากไปด้วยความโกรธ
เมื่อผู้ใหญ่บ้านจากไป ผู้คนที่มามุงดูเหตุการณ์ก็ต่างแยกย้ายกันไป
จางคนขายเนื้อยืนอยู่ที่เดิมราวกับคนโง่ เขาคาดมิถึงว่า สุดท้ายแล้วคนที่ถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านไป๋หม่า กลับกลายเป็นเขาเสียเอง
"ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า เด็กผีร้ายกาจ!" จางคนขายเนื้อโกรธจัด เงื้อมือขึ้นหมายจะตบเย่จิ่นเหนียน
สวี่หยุนเซิงเตะเขาออกไปด้วยเท้าเดียว มองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ "กล้าแตะต้องนาง ข้าจะตัดขาเจ้าทิ้ง" เมื่อรู้ตัวว่าตนเองมิอาจสู้สวี่หยุนเซิงได้ จางคนขายเนื้อก็เสียหน้า รีบวิ่งหนีไป
เย่จิ่นเหนียนมิได้เรียกร้องให้ครอบครัวโก่วซานย้ายออกจากหมู่บ้านไป๋หม่า หลังจากเรื่องราวในวันนี้ นางเชื่อว่าเขาคงมิกล้าคิดสิ่งอื่นใดอีก
"สวี่หยุนเซิง กลับบ้านกันเถอะ" เย่จิ่นเหนียนโบกมือเรียกสวี่หยุนเซิง ระหว่างทางนางก็ถามว่า "อาการบาดเจ็บของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?" บาดแผลนี้ได้รับการดูแลมาครึ่งเดือนแล้ว ควรจะดีขึ้นมากแล้วกระมัง
สวี่หยุนเซิงชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ไอออกมาเบาๆ กล่าวว่า "ข้ารู้สึกว่าบาดแผลของข้ายังมิหายดี เมื่อครู่นี้ข้าขยับตัวเพียงเล็กน้อย ข้ารู้สึกว่าอวัยวะภายในของข้ากำลังจะเคลื่อนที่"
เย่จิ่นเหนียน:...
เมื่อเห็นท่าทางเกินจริงของสวี่หยุนเซิง นางก็อดมิได้ที่จะแลบลิ้นออกมา อวัยวะภายในเคลื่อนที่ ช่างเกินไปแล้วกระมัง
เย่จิ่นเหนียนมิได้จับผิดเขา เพียงแต่ยิ้มแล้วกล่าวว่า "ในเมื่อบาดแผลยังมิหายดี เช่นนั้นท่านก็จงพักอยู่ที่นี่ต่อไป แต่หากบาดแผลหายดีแล้ว หากท่านยังต้องการพักอยู่ที่นี่ต่อก็ย่อมได้" เพียงแค่มีปากท้องเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง นางก็ยังเลี้ยงไหว ยิ่งไปกว่านั้น คนในบ้านต่างชื่นชอบสวี่หยุนเซิงเป็นพิเศษ มิได้ปฏิบัติต่อเขาในฐานะคนนอกเลยแม้แต่น้อย
"ติ๊ง" ระบบส่งเสียงดังขึ้น เมื่อมีสวี่หยุนเซิงอยู่ข้างกาย เย่จิ่นเหนียนจึงทำได้เพียงแอบแฝงความสนใจไปเปิดข้อความ
เสียงเล็กๆ ของระบบ: ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่เปิดภารกิจหลักใหม่ ภารกิจหลัก: เที่ยวหนึ่งวันกับสวี่หยุนเซิง รางวัลภารกิจ 30 แต้ม ภารกิจรอง: ทำให้สวี่หยุนเซิงมีความสุข รางวัลภารกิจ 10 แต้ม ระยะเวลาภารกิจ 3 วัน
เย่จิ่นเหนียน:???