ตอนที่ 39
## ตอนที่ ๓๙ แผนผัง
ครานั้น **เย่จิ่นเหนียน** ได้ใช้วิธี “สับเปลี่ยนของ” ต่อหน้าธารกำนัล นางมิใช่คนเขลา สมองหาได้ถูกลาเตะเสียเมื่อใด จึงจะโง่งมโยนเงินทองทิ้งขว้าง
ที่ทำไปก็เพื่อสั่งสอนคนเหล่านั้น ให้จดจำไปจนวันตาย คาดคะเนว่าคืนนี้ ลำธารน้อยหน้าเรือนคงคึกคักเป็นแน่
**เย่จิ่นเหนียน** เคี่ยวน้ำขิงให้ทุกคนดื่ม เพื่ออบอุ่นร่างกาย
ยามราตรีล่วงลึก **เย่จิ่นเหนียน** เอนกายลงบนเตียง ได้ยินเสียงแว่วมาจากภายนอก ทั้งเสียง “ต๋อม” “ต๋อม”
นางย่องไปที่ประตู แอบมองลอดช่อง ก็เห็นผู้คนหลายร่างกำลังย่องอย่างลับๆ ล่อกแล่กไปยังริมธาร ลงไปคลำหาเงินตรา นางเหลือบมองแวบหนึ่ง แล้วกลับไปนอนต่อ
ยังมิทันที่**เย่จิ่นเหนียน** จะตื่นดี ก็ได้ยินเสียงจากหน้าประตู “เมื่อคืนนี้เป็นเหมันตฤดู พืชผักในไร่นาหลายชนิดใกล้จะถูกน้ำค้างแข็งกัดตายเสียแล้ว นี่ก็จะถึงฤดูน้ำค้างแข็งแล้ว หากฟ้าหนาวเย็นลง ผักเหล่านั้นมิเหี่ยวเฉาตายหมดหรือ?” “แล้วจะทำฉันใดดีหนอ ไม่รู้ว่ามีวิธีใดช่วยชีวิตพวกมันได้ ช่างน่าสงสารผักทั้งไร่นั่นเสียจริง” ด้วยเสียงเหล่านั้นปลุกให้ตื่น **เย่จิ่นเหนียน** จึงก้าวออกจากห้อง ก็เห็น **เย่เฟย** และ **เย่ซือ** กำลังขะมักเขม้น พยายามหาทางป้องกันมิให้พืชผักในไร่ถูกน้ำค้างแข็งกัด
คิดแล้วคิดอีก ก็มิอาจหาทางออกที่น่าเชื่อถือได้
“ท่านพ่อ พวกท่านกำลังทำอะไรกันหรือ?” **เย่จิ่นเหนียน** เห็น **เย่เฟย** กำลังสาละวนกับฟางข้าว จึงเกิดความสงสัย
ได้ยินเสียง **เย่เฟย** จึงหยุดมือ เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก กล่าวว่า “อากาศหนาวเย็นลงอย่างกะทันหัน อากาศบนเขายิ่งหนาวเหน็บ ผักหลายชนิดถูกความเย็นกัดจนเหี่ยวแห้ง” “พ่อคิดว่าจะลองปูฟางข้าวบนพื้นดินดู เผื่อจะช่วยชีวิตพวกมันได้ ผักทั้งไร่นั่น ช่างน่าเสียดาย” การนำฟางข้าวมาปูบนพื้นดิน เพื่อให้ความอบอุ่นแก่พืชนั้น มิใช่ว่าไม่มีผู้ใดเคยลองทำ ทว่าก็ยังมีข้อเสียอยู่
ครั้นเอ่ยถึงการให้ความอบอุ่น **เย่จิ่นเหนียน** ก็บังเกิดความคิดขึ้นในสมอง สร้างโรงเรือนขนาดใหญ่ขึ้นมามิใช่หรือ? ปูฟางข้าวบนโรงเรือน อุณหภูมิภายในก็จะราวกับถูกควบคุมไว้
“ท่านพ่อ พวกท่านหยุดเถิด ข้ามีวิธีที่ดีกว่า เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย” “เดี๋ยวข้าจะวาดแผนผังให้ท่าน ท่านไปหาช่างไม้ที่ตลาด หาผู้ที่อ่านออกเขียนได้ และทำงานคล่องแคล่วสักสองสามคน มาสร้างสิ่งที่ข้าต้องการให้เสร็จ ส่วนที่เหลือ ข้าจัดการเอง” **เย่จิ่นเหนียน** มิรอช้า ไปนำกระดาษ พู่กัน และหมึก จากในห้องออกมา เริ่มวาดแผนผัง
เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ **เย่จิ่นเหนียน** จึงมิกล้าวาดให้ซับซ้อน ต้องเรียบง่าย และเข้าใจง่าย การวาดแผนผังนี้จึงเสียเวลาไปไม่น้อย
**สวี่หยุนเซิง** ยืนอยู่ข้างกาย **เย่จิ่นเหนียน** ตลอดเวลา เฝ้ามองนางวาดภาพนั้น ภาพวาดนั้นเข้าใจง่าย ทว่าก็สามารถมองออกว่าการออกแบบนั้นมิเลว อีกทั้งยังมีรายละเอียดที่ **เย่จิ่นเหนียน** เน้นเป็นพิเศษ
เขาพบว่า จุดที่ **เย่จิ่นเหนียน** เน้นเป็นพิเศษนั้น เป็นจุดที่ชาญฉลาดและเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบทั้งหมด
**เย่จิ่นเหนียน** ยื่นแผนผังที่วาดเสร็จให้ **เย่เฟย** กล่าวว่า “ท่านพ่อ ท่านนำแผนผังนี้ไปได้เลย ผู้ที่เข้าใจเรื่องนี้ มองปราดเดียวก็เข้าใจ” “ส่วนที่เหลือ ข้าจะเป็นคนเตรียมเอง เมื่อข้ากลับมาในตอนเย็น จะนำสิ่งของกลับมาด้วย” “ดี ดี ดี ทุกอย่างตามที่ลูกว่า” **เย่เฟย** เก็บกระดาษวาดเขียนไว้ในอก พยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม
**เย่เฟย** เป็นคนหยาบกระด้าง มิรู้หนังสือแม้แต่ตัวเดียว สิ่งที่วาดอยู่บนนั้น เขาอ่านไม่ออก เขาเพียงรู้ว่าสิ่งที่ลูกสาวตนเองพูดนั้น ต้องถูกต้องแน่นอน
เก็บกระดาษวาดเขียนไว้ **เย่เฟย** ก็รีบไปจัดการเรื่องนี้ทันที พยายามสร้างโรงเรือนให้เสร็จโดยเร็ว
หลังจาก **เย่เฟย** จากไป **สวี่หยุนเซิง** เฝ้ามอง **เย่จิ่นเหนียน** ตลอดเวลา ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำ มืดมัว คล้ายมีคำถาม ราวกับต้องการมองทะลุ **เย่จิ่นเหนียน**
ถูกจ้องมองเช่นนั้น **เย่จิ่นเหนียน** รู้สึกขนลุกซู่ นางขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้า **สวี่หยุนเซิง** ด้วยความสงสัย “**สวี่หยุนเซิง** ท่านจ้องข้าเช่นนี้ทำไม สายตาของท่านดูน่าขนลุกพิลึก” “หากท่านมีสิ่งใดจะถาม ก็ถามข้ามาตรงๆ เถิด ท่านทำท่าทีลึกลับเช่นนี้ ข้ามิคุ้นชินเสียจริง” หากเป็นผู้อื่นจ้องมองนางเช่นนี้ **เย่จิ่นเหนียน** คงจะฉีดเข็มให้ไปแล้วสองเข็ม
**สวี่หยุนเซิง** เก็บสายตาของตนเองกลับคืนมา ดวงตาเป็นประกายด้วยรอยยิ้ม เอ่ยถามว่า “**เสี่ยวจิ่น** ข้ามีข้อสงสัยอยู่ในใจจริงๆ หากเจ้าไม่อยากพูด ก็ไม่เป็นไร” “ข้าเพียงสงสัยว่า แม้เจ้าจะเกิดในครอบครัวยากจน แต่ข้ารู้สึกว่าเจ้ามีความรู้มากมายเหลือเกิน ทั้งการแพทย์ที่สูงส่ง ลายมือที่งดงาม อีกทั้งยังรู้เรื่องราวแปลกประหลาดมากมาย มันช่างไม่เข้ากับฐานะของเจ้าเสียเลย” คนในครอบครัวนี้ล้วนซื่อตรง ซื่อๆ ทึ่มๆ แม้แต่เรื่องอาหารสามมื้อยังเป็นปัญหา จะกล่าวถึงเรื่องการอ่านออกเขียนได้อย่างไร
ได้ยินดังนั้น ร่างกายของ **เย่จิ่นเหนียน** ก็แข็งทื่อ เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามนี้ ช่างน่าปวดหัวเสียจริง
**สวี่หยุนเซิง** เป็นคนฉลาด หากโกหกเขา คำโกหกนั้นคงถูกจับได้
“ท่านพูดถูก ความสามารถเช่นข้าอยู่ในหุบเขาอันห่างไกลเช่นนี้ ช่างดูแปลกประหลาดจริงๆ” “ว่าไปแล้วมันก็เหลือเชื่อ ข้าเคยตายไปครั้งหนึ่ง แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมา หลังจากนั้น ในสมองของข้าก็มีสิ่งต่างๆ ที่ข้าไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งเรื่องราวแปลกประหลาด โลกในความฝันแตกต่างจากที่นี่ หากท่านสนใจ เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ท่านฟัง” **เย่จิ่นเหนียน** มิได้โกหก กล่าวความจริง นางตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ฟื้นคืนชีพขึ้นมาก็มิใช่ **เย่จิ่นเหนียน** คนเดิมอีกต่อไป
หากจะกล่าวถึงความฝัน การมาที่นี่ของนาง ก็มิแตกต่างจากการฝันไปเช่นกัน
“เฮ้อ…” **เย่จิ่นเหนียน** ถอนหายใจ ชาตินี้คงมิได้กลับไปอีกแล้ว
เห็นสีหน้าของ **เย่จิ่นเหนียน** เปลี่ยนไป **สวี่หยุนเซิง** ลูบศีรษะของนาง กล่าวว่า “ขอโทษด้วย ข้ามิได้ตั้งใจจะรื้อฟื้นเรื่องที่ทำให้เจ้าเสียใจ” “ไม่เป็นไร เราต่างคนต่างครั้ง ก็ถือว่าหายกัน” **เย่จิ่นเหนียน** ยิ้มเล็กน้อย กล่าว
เมื่อคืนนางรื้อฟื้นเรื่องที่ทำให้ **สวี่หยุนเซิง** เสียใจ วันนี้ **สวี่หยุนเซิง** รื้อฟื้นเรื่องเก่าของนาง ก็ถือว่าหายกัน
“เวลาไม่เช้าแล้ว ข้าต้องไปที่โรงหมอ เจ้าอยู่บ้านดีๆ” “เมื่อข้ากลับมาในตอนเย็น จะซื้อของอร่อยๆ มาให้เจ้า ข้าจะแวะดูว่ามีร้านขายหนังสือหรือไม่ จะซื้อมาให้เจ้าอีกสองสามเล่ม” กล่าวจบ **เย่จิ่นเหนียน** ก็ออกจากลานบ้าน มุ่งหน้าไปยังตลาด
ระหว่างทางไปยังตลาด **เย่จิ่นเหนียน** มองดูในห้างสรรพสินค้าของระบบ แผ่นพลาสติกสำหรับสร้างโรงเรือนนั้นมีอยู่จริง อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ พอเพียงต่อการใช้งาน
ทั้งยังราคาถูกและคุ้มค่า **เย่จิ่นเหนียน** ซื้อแผ่นพลาสติกมาสองม้วน คำนวณดูแล้วก็เพียงพอ
ซื้อแผ่นพลาสติกแล้ว **เย่จิ่นเหนียน** ก็คิดในใจว่าจะใช้ฟางข้าวปิดทับแผ่นพลาสติกนี้อย่างไร มิเช่นนั้นหากวางไว้โจ่งแจ้งเช่นนั้น คงดึงดูดความสนใจเป็นแน่ ถึงตอนนั้นจะอธิบายอย่างไรก็คงไม่มีทาง