ระบบ AI ตัวซวยและมิติห้องฉุกเฉิน

พายุหิมะโหมกระหน่ำราวกับอสูรร้ายที่คลุ้มคลั่ง เกล็ดน้ำแข็งแหลมคมสาดซัดเข้าใส่ใบหน้าของเซียวอวิ๋นซีจนเจ็บแปลบไปทั่วทุกอณูขุมขน โลกทั้งใบถูกฉาบด้วยสีขาวโพลนจนแยกไม่ออกว่าที่ใดคือผืนดิน ที่ใดคือท้องฟ้า นางกอดร่างน้อยที่ร้อนรุ่มของเสี่ยวอันไว้แนบอุรา พยายามใช้ร่างกายของตนเองเป็นเกราะกำบังลมหนาวที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยประสบมา

ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงบนหิมะที่หนาเทียมหัวเข่า ต้องใช้เรี่ยวแรงมหาศาลราวกับกำลังแบกภูเขาทั้งลูกไว้บนบ่า ความหนาวเหน็บกัดกินจนปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าชาด้านไร้ความรู้สึก ทว่าความร้อนจากร่างของบุตรชายกลับเป็นดั่งเปลวไฟที่คอยย้ำเตือนว่านางจะหยุดพักไม่ได้โดยเด็ดขาด

ในที่สุด... ท่ามกลางม่านหิมะที่หนาทึบ นางก็มองเห็นเงาตะคุ่มของกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านเถาซีปรากฏขึ้นรางๆ ดุจแสงสว่างริบหรี่ปลายอุโมงค์

เซียวอวิ๋นซีกัดฟันรวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้าย สาวเท้าให้เร็วขึ้นก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในกระท่อมที่ผุพังนั้นได้สำเร็จ บานประตูไม้ที่ไร้กลอนถูกกระแทกปิดลงตามแรงลม เหลือไว้เพียงช่องว่างและรอยแตกที่ยังคงปล่อยให้ลมหนาวเล็ดลอดเข้ามาส่งเสียงหวิวหวีดโหยหวน

ภายในกระท่อมมืดสนิทและเย็นเยียบไม่ต่างจากด้านนอก มีเพียงกลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและฝุ่นละอองที่ลอยคละคลุ้ง นางวางร่างของเสี่ยวอันลงบนกองฟางแห้งที่มุมหนึ่งอย่างแผ่วเบาที่สุด แสงจันทร์ที่ส่องผ่านรูโหว่บนหลังคาพอจะทำให้เห็นใบหน้าเล็กๆ ที่ซีดเซียวของเด็กน้อยได้ถนัดตา

“แค่ก... แค่กๆ...” เสี่ยวอันไออย่างรุนแรงจนตัวโยน ริมฝีปากแห้งแตกกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ลมหายใจแต่ละครั้งติดขัดและแผ่วเบาราวกับจะขาดห้วงไปได้ทุกขณะ

เซียวอวิ๋นซีรีบเข้าไปประคองร่างเล็กไว้ หัวใจของนางดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวลึก ในฐานะแพทย์หญิงห้องฉุกเฉินที่มีประสบการณ์มานับสิบปี นางรู้ได้ทันทีว่านี่คืออาการของโรคปอดบวมเฉียบพลัน ประกอบกับภาวะขาดสารอาหารและร่างกายที่อ่อนแอจากการเดินทางฝ่าพายุหิมะ ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน...เด็กคนนี้อาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ข้ามคืน!

“เสี่ยวอัน... อดทนไว้นะลูก” นางกระซิบเสียงสั่นเทา พยายามถ่ายเทความร้อนจากร่างกายของตนสู่ร่างเล็กๆ นั้น ทว่าอุณหภูมิร่างกายของนางเองก็ลดต่ำลงจนแทบไม่เหลือความอบอุ่นใดๆ แล้ว

น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลรินอาบสองแก้ม นางทอดสายตามองบุตรชายที่กำลังจะสิ้นลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกไร้หนทางสู้กัดกินหัวใจจนแหลกลาญ ในยุคสมัยที่ขาดแคลนเช่นนี้ ต่อให้นางมีความรู้ทางการแพทย์ท่วมฟ้า ก็ไม่ต่างอะไรกับคนไร้ความสามารถเมื่อปราศจากยาและเครื่องมือที่จำเป็น

ในตอนที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของนางไปจนหมดสิ้นนั้นเอง...

***ติ๊ง!***

เสียงใสๆ คล้ายเสียงระฆังแก้วดังก้องขึ้นในหัวของนางอย่างไม่มีที่มาที่ไป

*‘ตรวจพบสภาวะแวดล้อมอันตรายถึงชีวิตของผู้ใช้งาน... กำลังเปิดใช้งานระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน...’*

เซียวอวิ๋นซีสะดุ้งเฮือก นึกว่าตนเองหูแว่วไปเพราะความหนาวและความอ่อนล้า แต่วินาทีถัดมา ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!

จากกระท่อมไม้ผุพังที่มืดมิดและหนาวเหน็บ กลับกลายเป็นห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดที่สว่างไสวจนแสบตา เพดานสูงโปร่งมีโคมไฟส่องสว่างราวกับกลางวันแสกๆ อากาศอบอุ่นบริสุทธิ์ที่คุ้นเคย กลิ่นของแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อจางๆ เตียงผู้ป่วยฉุกเฉิน เครื่องวัดสัญญาณชีพ และตู้เก็บยาที่เรียงรายอยู่ข้างฝา...

นี่มัน...ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลที่นางเคยทำงานไม่มีผิด!

นางกะพริบตาถี่ๆ พยายามปรับสายตาให้ชินกับแสงจ้า ความสับสนและความตกตะลึงถาโถมเข้าใส่จนทำอะไรไม่ถูก นางยังคงนั่งกอดร่างของเสี่ยวอันอยู่บนกองฟางในกระท่อม แต่ในห้วงสำนึกของนางกลับเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร?

***ติ๊ง!***

เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับปรากฏหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนลอยขึ้นตรงหน้า มีเพียงนางเท่านั้นที่มองเห็น

*[ระบบ AI สแกนเคราะห์กรรม ยินดีต้อนรับสู่มิติห้องฉุกเฉินส่วนตัว]*

*[กำลังสแกนเป้าหมายที่อยู่ในการดูแลของผู้ใช้งาน...]*

*[ผู้ป่วย: เสี่ยวอัน]*

*[อายุ: 3 ปี]*

*[สถานะ: ปอดบวมเฉียบพลันจากเชื้อแบคทีเรีย, ภาวะพร่องออกซิเจนรุนแรง, ภาวะขาดน้ำและสารอาหาร]*

*[คำแนะนำการรักษา: ให้ยาปฏิชีวนะ เพนิซิลลิน โดยด่วน!]*

*[อัตราการรอดชีวิตปัจจุบัน: 1.7%]*

ตัวเลข ‘1.7%’ นั้นราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงมากลางใจของเซียวอวิ๋นซี!

นางไม่มีเวลามาตกใจกับเรื่องเหนือธรรมชาตินี้อีกแล้ว ไม่ว่านี่จะเป็นความฝันหรือภาพหลอนก็ตาม แต่มันคือฟางเส้นสุดท้ายที่นางต้องคว้าเอาไว้ให้ได้!

“เพนิซิลลิน! ฉันต้องการเพนิซิลลิน!” นางตะโกนใส่หน้าจอโปร่งแสงนั้นอย่างบ้าคลั่ง

ราวกับระบบได้ยินคำร้องขอของนาง ลิ้นชักบานหนึ่งบนตู้ยาด้านข้างก็เลื่อนเปิดออกเองอย่างเงียบเชียบ ภายในนั้นมีขวดแก้วบรรจุผงยาสีขาว พร้อมด้วยน้ำกลั่นสำหรับผสมยาและเข็มฉีดยาชุดใหม่วางเรียงอยู่อย่างเป็นระเบียบ

เซียวอวิ๋นซีไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว สัญชาตญาณความเป็นแพทย์เข้าควบคุมทุกการกระทำของนางโดยอัตโนมัติ นางเอื้อมมือออกไปในอากาศว่างเปล่าตรงหน้า ทว่าความรู้สึกในห้วงมิติกลับเหมือนได้สัมผัสกับขวดยาและอุปกรณ์เหล่านั้นจริงๆ นางผสมยาด้วยความคล่องแคล่วและแม่นยำอย่างที่เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน ดูดตัวยาเข้าสู่กระบอกฉีดยา ก่อนจะหันกลับมามองร่างเล็กที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนตัก

“เสี่ยวอัน... แม่จะช่วยเจ้าเอง”

นางเลิกแขนเสื้อที่ขาดรุ่งริ่งของเด็กน้อยขึ้น เผยให้เห็นต้นแขนเล็กๆ ที่ผอมบางจนน่าใจหาย ด้วยความชำนาญของศัลยแพทย์ นางจึงเลือกที่จะฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นแขนเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างบาดแผลที่อาจทำให้คนอื่นสังเกตเห็นได้ง่ายในภายหลัง นางใช้ความคิดควบคุมเข็มในมิติให้ตรงกับตำแหน่งบนร่างจริงของเด็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจกดปลายเข็มลงไปอย่างแผ่วเบาที่สุด

กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงในห้วงความคิด ทว่าผลลัพธ์กลับปรากฏบนโลกแห่งความเป็นจริง ของเหลวเย็นๆ จากปลายเข็มที่มองไม่เห็นค่อยๆ ถูกฉีดเข้าไปในร่างของเสี่ยวอันจนหมดสิ้น

เซียวอวิ๋นซีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผากทั้งที่อากาศยังคงหนาวเหน็บ นางจ้องมองใบหน้าของบุตรชายไม่วางตา รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

เวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อ* เพนิซิลลินซึ่งเปรียบดั่งยาทิพย์ในยุคนี้ก็เริ่มออกฤทธิ์ เสียงหอบหายใจที่ติดขัดของเสี่ยวอันค่อยๆ ผ่อนคลายลง จังหวะการหายใจเริ่มสม่ำเสมอและลึกขึ้น ใบหน้าที่ซีดเซียวเริ่มมีสีเลือดฝาดจางๆ ปรากฏให้เห็น

หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของเซียวอวิ๋นซีพลันกลับคืนสู่ที่เดิม ความหวังระลอกใหม่ก่อตัวขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นางจึงมีสติพอที่จะหันกลับมาสำรวจ ‘มิติห้องฉุกเฉิน’ ของตนเองอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่นี่คือภาพจำลองของที่ทำงานเก่าของนางทุกกระเบียดนิ้ว บนชั้นวางยา มีทั้งยาแก้อักเสบ ยาลดไข้ ยาแก้ปวด น้ำเกลือ และเวชภัณฑ์พื้นฐานอื่นๆ ครบครัน ที่มุมหนึ่งของหน้าจอระบบมีข้อความเล็กๆ เขียนไว้ว่า *‘คลังยาจะถูกเติมให้เต็มอีกครั้งใน 24 ชั่วโมง’*

นี่มัน...นี่มันคลังสมบัติล้ำค่าชัดๆ!

สายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นบานประตูอีกบานหนึ่งที่อยู่ด้านหลังสุดของห้องฉุกเฉิน เป็นประตูเหล็กทึบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนในโรงพยาบาลเดิม ด้วยความสงสัย นางจึงลองใช้ความคิดสั่งให้ประตูบานนั้นเปิดออก

และภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังประตูบานนั้น ก็ทำให้นางต้องตกตะลึงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ!

มันไม่ใช่ห้องเก็บของหรือทางเดินเชื่อมอย่างที่คาดไว้ แต่เป็นสวนสมุนไพรขนาดเล็กที่沐浴อยู่ใต้แสงอาทิตย์อ่อนๆ อันอบอุ่น ผืนดินสีดำขลับอุดมสมบูรณ์ มีพืชสมุนไพรหายากนานาชนิดที่นางเคยเห็นแต่ในตำรากำลังเติบโตงอกงามส่งกลิ่นหอมชื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นโสมพันปี เห็ดหลินจือ หรือบัวหิมะ...ทุกอย่างล้วนดูสดใหม่และเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

นี่คือการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนโบราณ!

เซียวอวิ๋นซีหัวใจพองโตด้วยความตื่นเต้นยินดี ในที่สุดสวรรค์ก็ไม่ได้ทอดทิ้งนางจนเกินไปนัก ด้วยมิติพิเศษนี้ ไม่เพียงแต่นางจะสามารถรักษาเสี่ยวอันให้หายดีได้ แต่นางยังสามารถสร้างชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิมในยุคสมัยที่ยากลำบากนี้ได้อย่างแน่นอน!

ขณะที่นางกำลังดื่มด่ำกับความหวังครั้งใหม่ ร่างกายของเสี่ยวอันก็ขยับเล็กน้อย เด็กน้อยพลิกตัวซุกเข้ามาในอ้อมกอดของมารดา ส่งเสียงครางอืออาในลำคออย่างผ่อนคลาย ใบหน้าหลับใหลอย่างสงบสุขเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน

ทว่าในวินาทีที่ความอบอุ่นและความสุขเริ่มเอ่อล้นในหัวใจของเซียวอวิ๋นซีนั้นเอง...

***ติ๊ง!***

เสียงแจ้งเตือนของระบบ AI สแกนเคราะห์กรรมก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับเป็นเสียงสัญญาณที่แตกต่างไปจากเดิม...เป็นเสียงที่แฝงไว้ด้วยความเร่งด่วนและอันตราย!

*[คำเตือน! ตรวจพบเจตนาร้ายระดับต่ำ กำลังมุ่งหน้ามายังตำแหน่งของผู้ใช้งานในรัศมี 500 เมตร!]*

---

*หนึ่งเค่อ = 15 นาที