ภัยหนาวและสัญญาณแห่งโรคระบาด
คลื่นความเยียบเย็นเฉียบพลันแล่นผ่านไขสันหลังของเซียวอวิ๋นซี รุนแรงเสียยิ่งกว่าลมพายุหิมะที่กำลังอาละวาดอยู่ภายนอก ดวงตาที่เคยอ่อนโยนยามมองบุตรชายหลับใหล บัดนี้กลับฉายแววคมกล้าดุจเหยี่ยวที่มองเห็นมหันตภัยคืบคลานเข้ามาในอาณาเขตของตน
หน้าต่างสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า สั่นไหวราวกับภาพสะท้อนบนผิวน้ำที่ถูกรบกวน ตัวอักษรสีเลือดแต่ละตัวตอกย้ำถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัว
`[คำเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศสู่ระดับหายนะ!]`
`[คำเตือน! สแกนพบการแพร่กระจายของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์รุนแรงในอากาศ ความหนาแน่นเพิ่มขึ้นตามความรุนแรงของพายุหิมะ!]`
ไม่ใช่แค่พายุหิมะ! แต่มันคือพาหะนำโรคร้าย!
เซียวอวิ๋นซีสูดลมหายใจลึก พยายามข่มความตื่นตระหนกที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ในฐานะแพทย์ห้องฉุกเฉิน นางเคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป นางไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์และทีมแพทย์ผู้ช่ำชอง ทว่ากลับติดอยู่ในกระท่อมซอมซ่อกลางหุบเขา กับบุตรชายวัยสามขวบที่เพิ่งฟื้นไข้
เสียงลมหวีดหวิวดังราวกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของภูตผีปีศาจ มันแทรกซึมผ่านรอยแตกนับไม่ถ้วนบนผนังดินและหลังคาฟางที่ผุพัง เกล็ดหิมะที่เย็นยะเยือกถูกลมพัดสาดเข้ามาภายใน กลายเป็นละอองน้ำแข็งเล็กละเอียดเกาะตามใบหน้าและเส้นผมของนาง ความหนาวเหน็บกัดกินผิวหนังจนแทบจะไร้ความรู้สึก
นางเหลือบมองเสี่ยวอันที่ยังคงหลับสนิทอยู่บนกองฟาง ขดตัวเป็นก้อนกลมใต้ผ้าห่มผืนเก่าที่นางห่มให้ถึงสองชั้น แก้มแดงระเรื่อจากการได้กินมันเทศอุ่นๆ ก่อนหน้านี้ ช่างเป็นภาพที่เปราะบางและน่าทะนุถนอมยิ่งนัก หากความหนาวและความเจ็บป่วยคืบคลานเข้ามาถึงตัวเด็กน้อยได้... ผลลัพธ์นั้นนางไม่อาจแม้แต่จะจินตนาการ
“ไม่ได้!” นางพึมพำกับตนเอง เสียงแหบพร่าแต่เด็ดเดี่ยว “ข้าจะให้เจ้าเป็นอะไรไปอีกไม่ได้เด็ดขาด!”
ความคิดเปลี่ยนเป็นการกระทำในทันที เซียวอวิ๋นซีไม่รอช้าอีกต่อไป นางต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนสุสานที่ใกล้พังทลายหลังนี้ให้กลายเป็นป้อมปราการที่พอจะต้านทานภัยธรรมชาติและเชื้อโรคร้ายได้
สายตาของนางกวาดสำรวจไปรอบกระท่อมอย่างรวดเร็ว ในความมืดสลัวที่อาศัยเพียงแสงเรื่อเรืองจากถ่านไฟที่ใกล้จะมอดดับ นางมองเห็นจุดอ่อนของที่พักพิงแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน ผนังดินที่แตกระแหงเป็นร่องลึก หลังคาฟางที่บางจนแทบจะมองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน และหน้าต่างที่ไร้บานปิด มีเพียงเศษผ้าเก่าขาดวิ่นแขวนไว้พอเป็นพิธี
นางเริ่มจากจุดที่ใกล้ตัวที่สุดก่อน โคลนที่เปียกชื้นจากการละลายของหิมะที่สาดเข้ามาบริเวณใกล้ประตูคือวัสดุชั้นดีในยามคับขัน เซียวอวิ๋นซีไม่ลังเลที่จะใช้มือเปล่าโกยโคลนเย็นเฉียบเหล่านั้นขึ้นมา นางผสมมันกับฟางแห้งที่พอจะหาได้จากมุมห้อง นวดมันเข้าด้วยกันจนมีความเหนียวพอเหมาะ แล้วนำไปอุดตามรอยแตกขนาดใหญ่บนผนังอย่างขะมักเขม้น
ความเย็นของโคลนกัดกินปลายนิ้วจนชาดิก แต่เซียวอวิ๋นซีไม่สนใจ นางทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปาดป้ายโคลนผสมฟางไปตามร่องรอยแยกอย่างบ้าคลั่งราวกับศิลปินที่กำลังปั้นแต่งผลงานชิ้นเอกแห่งชีวิต เหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผมแม้ในอากาศที่หนาวเหน็บ ผสมปนเปไปกับเศษดินโคลนที่กระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้า
เมื่อจัดการกับผนังส่วนใหญ่เสร็จสิ้น นางก็หันไปสนใจหลังคา ช่องโหว่บนนั้นคือปัญหาใหญ่ นางไม่อาจปีนขึ้นไปซ่อมแซมจากภายนอกท่ามกลางพายุเช่นนี้ได้ เซียวอวิ๋นซีจึงตัดสินใจแก้ปัญหาจากภายใน นางรื้อฟางจากส่วนที่ไม่จำเป็นของที่นอนมามัดรวมกันเป็นปึกหนา แล้วใช้ไม้เท้ายาวที่เจอในกระท่อมยัดมันขึ้นไปอุดตามรูรั่วให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันอาจจะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ดีกว่าการปล่อยให้หิมะและลมหนาวทะลวงเข้ามาโดยตรง
ขณะที่นางกำลังสาละวนอยู่กับการเอาชีวิตรอด ระบบ AI ก็ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง หน้าต่างแจ้งเตือนเปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นหน้าจอแสดงผลข้อมูลเชิงลึก
`[กำลังวิเคราะห์องค์ประกอบในอากาศ...]`
`[ผลการวิเคราะห์: ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ชนิดกลายพันธุ์ มีความสามารถในการแพร่กระจายผ่านละอองฝอยในอากาศได้ดีเยี่ยมในสภาวะอุณหภูมิต่ำและความชื้นสูง]`
`[ระยะฟักตัว: 24-48 ชั่วโมง]`
`[อาการเบื้องต้น: ไข้สูงเฉียบพลัน, ไอแห้ง, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง]`
`[ความเสี่ยง: อาจพัฒนากลายเป็นโรคปอดบวมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ อัตราการเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง]`
ข้อมูลแต่ละบรรทัดทำให้หัวใจของเซียวอวิ๋นซีบีบรัดแน่นขึ้น นี่คือสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งกว่าที่นางคาดไว้ ในยุค 70 ที่การแพทย์ยังล้าหลัง ยาปฏิชีวนะเป็นของหายากยิ่งกว่าทองคำ การระบาดของไวรัสสายพันธุ์นี้ไม่ต่างอะไรกับการมาเยือนของยมทูต
ชาวบ้านในหมู่บ้านเถาซีส่วนใหญ่คงยังไม่ตระหนักถึงหายนะที่กำลังมาเยือน พวกเขาคงคิดว่าอาการไอหรือตัวรุมๆ เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาที่เกิดจากอากาศเปลี่ยนแปลงหารู้ไม่ว่าเงามัจจุราชได้ทอดทาบลงมาปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว
เสียงไอแห้งๆ ที่แว่วมาตามสายลมจากกระท่อมที่อยู่ห่างออกไป เป็นเครื่องยืนยันความคิดของนางได้อย่างชัดเจน มันไม่ใช่เสียงไอธรรมดา แต่เป็นเสียงไอที่แหบพร่าและทรมาน บ่งบอกถึงการอักเสบที่เริ่มต้นขึ้นในระบบทางเดินหายใจแล้ว
หลังจากที่อุดรูรั่วจนเกือบหมดสิ้น ลมที่เคยพัดกรูเข้ามาในกระท่อมก็ลดความรุนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด อุณหภูมิภายในเริ่มคงที่มากขึ้น แม้จะยังคงหนาวเย็นอยู่ก็ตาม เซียวอวิ๋นซีถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน นางทรุดตัวลงนั่งข้างกองไฟ เติมฟืนที่เหลืออยู่ไม่มากนักเข้าไปเพื่อรักษาความอบอุ่นไว้ให้นานที่สุด
นางมองไปยังร่างเล็กๆ ของเสี่ยวอันอีกครั้ง หัวใจพลันอ่อนยวบลงด้วยความรักและความห่วงใย นางต้องปกป้องเขาให้ได้ ไม่ใช่แค่จากความหนาว แต่จากเชื้อโรคร้ายที่มองไม่เห็นซึ่งกำลังล่องลอยอยู่ทุกอณูในอากาศ
เซียวอวิ๋นซีหลับตาลง เรียกสมาธิเข้าสู่มิติลับส่วนตัวของนาง ภาพห้องฉุกเฉินที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง ชั้นวางยาที่เรียงรายเป็นระเบียบส่องประกายราวกับเป็นแสงแห่งความหวัง นางไม่ลังเลที่จะหยิบยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์และยาลดไข้พาราเซตามอลชนิดน้ำสำหรับเด็กออกมาสองสามขวด พร้อมกับหน้ากากอนามัยอีกหนึ่งกล่องใหญ่
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง วัตถุจากโลกอนาคตเหล่านั้นก็ปรากฏขึ้นในมือของนางแล้ว นางรีบซ่อนมันไว้ใต้กองฟางอย่างมิดชิด นี่คืออาวุธลับของนาง คือปราการด่านสุดท้ายที่จะใช้ปกป้องชีวิตของบุตรชายและตัวนางเอง
ภารกิจต่อไปคือการหาน้ำสะอาด นางต้องต้มน้ำให้เดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค และเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ โชคดีที่ก่อนพายุจะโหมกระหน่ำ นางได้ตักน้ำจากลำธารมาเก็บไว้ในไหดินเผาใบเล็กที่มุมห้องแล้ว
ขณะที่เซียวอวิ๋นซีกำลังจะลุกขึ้นไปจัดการเรื่องน้ำนั่นเอง...
พลันเสี่ยวอันที่กำลังหลับใหลก็ขยับตัวเล็กน้อย พร้อมกับส่งเสียงไอออกมาเบาๆ...แค่ก...แค่ก...
เป็นเพียงเสียงไอแห้งๆ สองครั้งเท่านั้น แต่สำหรับเซียวอวิ๋นซีผู้มีประสาทสัมผัสตื่นตัวถึงขีดสุด มันดังราวกับเสียงอสนีบาตฟาดลงกลางใจ!
นางรีบหันขวับไปมองบุตรชายทันที มือที่เปื้อนโคลนเย็นเฉียบยื่นออกไปสัมผัสหน้าผากของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา...
ความร้อนรุมๆ ที่ส่งผ่านฝ่ามือของนางเข้ามา ทำให้โลกทั้งใบของเซียวอวิ๋นซีพลันหยุดหมุน หน้าต่างแจ้งเตือนของระบบ AI กะพริบเป็นสีเหลืองอำพันขึ้นตรงหน้าร่างของเสี่ยวอันทันที
`[คำเตือน! ตรวจพบอุณหภูมิร่างกายเป้าหมายสูงกว่าปกติเล็กน้อย: 37.8°C]`
`[สถานะ: มีความเสี่ยงในการติดเชื้อระยะเริ่มต้น!]`