คนไข้รายแรก

ความร้อนรุมที่แผ่ซ่านจากหน้าผากเล็กๆ ของเสี่ยวอัน ส่งผ่านฝ่ามือของเซียวอวิ๋นซีราวกับถ่านไฟที่ลุกโชนในใจกลางพายุหิมะ หน้าต่างแจ้งเตือนสีเหลืองอำพันของระบบ AI ที่กะพริบอยู่เบื้องหน้าบุตรชาย คือคำพิพากษาที่นางไม่ปรารถนาจะได้ยินที่สุดในยามนี้

`[คำเตือน! ตรวจพบอุณหภูมิร่างกายเป้าหมายสูงกว่าปกติเล็กน้อย: 37.8°C]`

`[สถานะ: มีความเสี่ยงในการติดเชื้อระยะเริ่มต้น!]`

หัวใจของนางดิ่งวูบ! นางเพิ่งช่วยเขาให้รอดพ้นจากเงื้อมมือพญามัจจุราชด้วยโรคปอดบวมได้ไม่นาน เหตุใดยมทูตจึงยังวนเวียนไม่ยอมจากไปไหน!

แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามาตระหนกตกใจ เซียวอวิ๋นซีสูดลมหายใจลึก พยายามข่มความปั่นป่วนในอกให้สงบลง ในฐานะแพทย์ห้องฉุกเฉิน นางเผชิญหน้ากับความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ความเยือกเย็นคืออาวุธที่สำคัญที่สุด

นางไม่ลังเลอีกต่อไป มือเรียวข้างหนึ่งประคองศีรษะของเสี่ยวอันไว้อย่างนุ่มนวล อีกข้างหนึ่งล้วงเข้าไปใต้กองฟางที่ซ่อนสมบัติล้ำค่าจากโลกอนาคตไว้ ขวดแก้วบรรจุยาน้ำสำหรับเด็กถูกหยิบออกมาอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด นางแอบบดยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ครึ่งเม็ดผสมลงไปในน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ ก่อนจะใช้ช้อนกระเบื้องค่อยๆ ป้อนของเหลวสีใสเข้าปากบุตรชายทีละน้อย

โชคดีที่เสี่ยวอันยังคงหลับใหล แม้จะขมวดคิ้วเล็กน้อยกับรสชาติแปลกประหลาด แต่เขาก็ยังกลืนยาลงไปตามสัญชาตญาณจนหมดสิ้น เซียวอวิ๋นซีใช้หลังมืออังหน้าผากเขาอีกครั้ง ความร้อนยังคงอยู่ แต่นางรู้ดีว่าตัวยาจากยุคสมัยที่ก้าวล้ำไปหลายทศวรรษกำลังเริ่มทำงานของมันแล้ว

ขณะที่นางกำลังจะจัดแจงท่านอนให้บุตรชายใหม่ เสียงเคาะประตูไม้ผุพังก็ดังขึ้นเบาๆ... ก๊อก... ก๊อก...

เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวจะปลุกใครให้ตื่น แต่ในความเงียบสงัดของกระท่อมท้ายหมู่บ้านยามค่ำคืน มันกลับดังก้องจนน่าหวาดหวั่น เซียวอวิ๋นซีชะงักงันในทันที สัญชาตญาณระวังภัยแล่นปราดไปทั่วร่าง ใครกันที่มาเยือนในเวลาเช่นนี้ ท่ามกลางพายุที่ยังคงส่งเสียงคำรามอยู่ภายนอก? หรือจะเป็นคนจากบ้านใหญ่ตระกูลหลินที่ยังไม่ยอมรามือ?

นางโอบร่างเสี่ยวอันไว้แน่นขึ้น ดวงตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่ บัดนี้ทอประกายคมปลาบดุจใบมีด เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ นางค่อยๆ ขยับไปที่ประตู เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำและเยือกเย็น "ผู้ใด?"

"สะ...สะใภ้สาม...นี่ข้าเอง ป้าหวาง" เสียงตอบกลับมาสั่นเครือและลังเล "ข้าแค่...แค่เอาของมาให้"

ป้าหวาง? เซียวอวิ๋นซีขมวดคิ้วเล็กน้อย ในความทรงจำของร่างเดิม ป้าหวางเป็นเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ถัดไปสองหลัง เป็นหญิงม่ายใจดีที่มักจะแอบหยิบยื่นความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ให้กับ 'เซียวอวิ๋นซี' คนเก่าเสมอมา แต่หลังจากที่นางถูกขับออกจากบ้านตระกูลหลิน ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาข้องแวะด้วยอีก เพราะกลัวจะติดร่างแห 'ดาวไม้กวาด' ไปด้วย

เซียวอวิ๋นซีคลายความระแวงลงเล็กน้อย แต่ยังไม่เปิดประตูในทันที นางเหลือบมองเสี่ยวอันที่ยังคงหลับใหล ก่อนจะตัดสินใจแง้มประตูออกเพียงเล็กน้อยพอให้มองเห็นภายนอก

ภาพที่เห็นคือหญิงชราวัยกลางคนในชุดผ้าป่านเก่าคร่ำคร่า ร่างกายผ่ายผอมกำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่ท่ามกลางลมหนาว ในอ้อมแขนของนางมีห่อผ้าเล็กๆ ที่มีไอร้อนกรุ่นลอยขึ้นมาจางๆ และที่หลบอยู่ด้านหลังขาของนาง คือเด็กชายตัวน้อยอายุราวสี่ห้าขวบที่กำลังซุกหน้าเข้ากับชายเสื้อของย่า ใบหน้าแดงก่ำอย่างผิดปกติ

"ป้าหวาง มีเรื่องอันใดหรือ?" เซียวอวิ๋นซีเอ่ยถาม

"ไม่มีอันใด...ไม่มี" ป้าหวางส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว นางรีบยัดห่อผ้าในมือใส่มือของเซียวอวิ๋นซี "ข้าเห็นว่าอากาศหนาวเหน็บ เจ้ากับเสี่ยวอันคงจะหิว ข้าต้มมันเทศไว้ เลยแบ่งมาให้เล็กน้อย...เจ้ารีบกินเสียตอนที่ยังร้อนๆ เถอะ"

ความอบอุ่นจากห่อมันเทศส่งผ่านฝ่ามือเข้ามาในหัวใจของเซียวอวิ๋นซี ในยามที่คนทั้งตระกูลผลักไสไล่ส่งนางราวกับเชื้อโรค ยังมีคนนอกที่กล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ นี่คือน้ำใจเพียงน้อยนิดที่ล้ำค่าดุจทองคำในยุคสมัยที่แร้นแค้นเช่นนี้

"ขอบคุณท่านป้ามาก" น้ำเสียงของนางอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากชวนอีกฝ่ายเข้ามาหลบลมข้างใน พลันสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเด็กชายที่หลบอยู่ด้านหลังป้าหวางอีกครั้ง เด็กน้อยกำลังตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง ดวงตาปรือปรอยคล้ายจะหลับแต่ก็ไม่หลับ ลมหายใจหอบถี่และร้อนผ่าว

"หวังเป่า!" ป้าหวางร้องเสียงหลง เมื่อเห็นหลานชายโงนเงนคล้ายจะล้มลง นางรีบประคองร่างเล็กๆ นั้นไว้ "เป่าเอ๋อร์ เป็นอะไรไปลูก!"

ทันใดนั้นเอง ร่างของหวังเป่าก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรง! ดวงตาของเขาเหลือกขึ้น แขนขาเหยียดเกร็งและชักกระตุกเป็นจังหวะถี่ๆ ริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ

"ชัก! เขาชัก!" ป้าหวางกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด น้ำตาไหลพราก "เป่าเอ๋อร์! อย่าเป็นอะไรไปนะหลานย่า! ใครก็ได้ช่วยด้วย!"

วินาทีนั้น สัญชาตญาณแพทย์ของเซียวอวิ๋นซีก็เข้าครอบงำทุกสิ่ง! นางผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้น "ท่านป้า! พาน้องเข้ามาข้างในเร็วเข้า!"

ป้าหวางที่กำลังสติแตกทำอะไรไม่ถูก ได้ยินเสียงเฉียบขาดของเซียวอวิ๋นซีก็พลันได้สติ นางรีบอุ้มหลานชายที่ยังคงชักกระตุกไม่หยุดเข้ามาในกระท่อมอย่างทุลักทุเล

"วางเขาลงบนกองฟางตรงนั้น!" เซียวอวิ๋นซีสั่งการอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันไปมองหน้าต่าง AI ที่ปรากฏขึ้นเหนือร่างของหวังเป่าทันที

`[กำลังสแกนเป้าหมายใหม่: หวังเป่า]`

`[ตรวจพบ: อุณหภูมิร่างกายสูงวิกฤต: 40.5°C]`

`[การวินิจฉัยเบื้องต้น: ไข้สูงจนเกิดอาการชัก (Febrile Seizure) สาเหตุจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์รุนแรง!]`

`[คำแนะนำ: ลดอุณหภูมิร่างกายโดยด่วนที่สุด! มีความเสี่ยงสมองถูกทำลายถาวร!]`

ตัวเลข 40.5°C ทำให้หัวใจของเซียวอวิ๋นซีแทบหยุดเต้น! นี่มันอันตรายถึงชีวิต!

นางไม่สนใจจะปิดบังอำพรางอีกต่อไปแล้ว "ท่านป้า ฟังข้า! ไปตักน้ำในไหมาหนึ่งขัน เอาน้ำธรรมดาไม่ต้องร้อน! แล้วหาผ้ามาผืนหนึ่งเร็วเข้า!"

ป้าหวางงุนงงแต่ก็ทำตามอย่างรวดเร็ว นางมองเซียวอวิ๋นซีปลดเสื้อผ้าของหลานชายออกอย่างคล่องแคล่ว จัดท่าให้เขานอนตะแคงเพื่อป้องกันการสำลัก ท่าทีที่มั่นคงและเยือกเย็นของสะใภ้สามที่เคยดูอ่อนแอ กลับกลายเป็นหลักยึดให้หัวใจที่แตกสลายของนางในยามนี้

"ท่านป้า ไปยืนรอข้างนอกก่อน ที่นี่ข้าจัดการเอง" เซียวอวิ๋นซีกล่าวขณะรับขันน้ำและผ้ามา "ข้าเคยเรียนรู้วิธีรับมือเด็กชักมาจากท่านย่าตอนอยู่บ้านเดิม เชื่อข้าเถอะ"

นางอ้างเหตุผลที่พอจะฟังขึ้นที่สุดในสถานการณ์นี้ ป้าหวางพยักหน้ารับทั้งน้ำตา นางถอยออกไปยืนรอที่หน้าประตูอย่างกระวนกระวายใจ

ทันทีที่ลับสายตาคน เซียวอวิ๋นซีก็หันไปทางมุมมืดของกระท่อม นางแสร้งทำเป็นค้นหาบางสิ่งในห่อผ้าเก่าๆ ของตน แต่ในความเป็นจริงคือการเบิกยาลดไข้พาราเซตามอลชนิดน้ำสำหรับเด็กจากมิติส่วนตัวออกมาอย่างรวดเร็ว นางเทยาในปริมาณที่คำนวณตามน้ำหนักตัวของเด็กอย่างแม่นยำผสมลงไปในขันน้ำเย็น

จากนั้นนางจึงใช้ช้อนค่อยๆ ง้างปากของหวังเป่าที่เริ่มคลายการเกร็งลงเล็กน้อย แล้วกรอก 'น้ำโอสถ' ที่นางผสมขึ้นเองเข้าไปทีละนิดอย่างระมัดระวังที่สุด ของเหลวรสหวานไหลผ่านลำคอของเด็กน้อยลงไปอย่างยากลำบาก

ทุกวินาทีผ่านไปราวกับชั่วนิรันดร์ เซียวอวิ๋นซียังคงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้หวังเป่าอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยระบายความร้อน ในใจก็ภาวนาให้ยาออกฤทธิ์โดยเร็ว

และแล้วราวกับปาฏิหาริย์...อาการชักกระตุกของหวังเป่าก็ค่อยๆ ทุเลาลง...ช้าลง...จนกระทั่งหยุดนิ่งในที่สุด ลมหายใจที่เคยติดขัดรุนแรงเริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้น สีแดงก่ำบนใบหน้าค่อยๆ จางลง แม้จะยังคงร้อนอยู่ แต่ก็ไม่รุนแรงเท่าตอนแรก

เซียวอวิ๋นซีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก นางเรียกป้าหวางให้เข้ามา

ภาพที่หญิงชราได้เห็นคือหลานชายนอนหายใจอย่างสงบอยู่บนกองฟาง แม้จะยังไม่ได้สติ แต่ก็พ้นจากสภาพน่าหวาดเสียวเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง นางทรุดกายลงกับพื้นทันที ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ก่อนจะคลานเข้าไปหาเซียวอวิ๋นซีและโขกศีรษะลงกับพื้นดินเย็นเฉียบ

"ขอบคุณ! ขอบคุณสวรรค์! ขอบคุณเจ้าสะใภ้สาม! เจ้าช่วยชีวิตเป่าเอ๋อร์ของย่าไว้!"

"ท่านป้า อย่าทำเช่นนี้!" เซียวอวิ๋นซีรีบเข้าไปประคอง "ลุกขึ้นเถอะเจ้าค่ะ เขายังไม่พ้นขีดอันตรายเสียทีเดียว ยังมีไข้อยู่ ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด"

ป้าหวางเช็ดน้ำตาป้อยๆ มองเซียวอวิ๋นซีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเทิดทูนจนแทบล้นทะลัก "ข้าไม่รู้จะตอบแทนเจ้าได้อย่างไร...ชีวิตของย่าเฒ่าคนนี้...หากเจ้าต้องการสิ่งใด บอกมาได้เลย!"

เซียวอวิ๋นซีส่ายหน้า "ข้าไม่ต้องการสิ่งใด แค่ท่านป้าและหวังเป่าปลอดภัยก็พอแล้ว แต่ข้าอยากจะถาม...ในหมู่บ้านมีคนป่วยลักษณะนี้อีกหรือไม่เจ้าคะ?"

เมื่อได้ยินคำถามนั้น สีหน้าของป้าหวางก็พลันเศร้าหมองลงอีกครั้ง นางถอนหายใจยาว "มีสิ...มีเยอะเลย หลายบ้านเริ่มมีคนล้มป่วย ตัวร้อนเป็นไฟ ไอไม่หยุด บางคนก็อาการหนักเหมือนเป่าเอ๋อร์นี่แหละ"

"แล้วหมอเฉินเล่าเจ้าคะ? เขาไม่ได้ไปดูอาการหรือ?" เซียวอวิ๋นซีถามต่อ นี่คือข้อมูลสำคัญที่นางต้องการรู้

ป้าหวางเบ้ปากอย่างดูแคลน "หมอเฉินน่ะหรือ? ก็ไปดูอยู่ แต่ให้ได้แค่ยาสมุนไพรต้มพื้นๆ ใครกินก็ไม่เห็นจะดีขึ้น มีแต่จะทรุดลงเรื่อยๆ ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านกำลังกลัวกันจนหัวหด ไม่รู้ว่าเป็นโรคผีสางอันใดกันแน่..."

คำพูดของป้าหวางยืนยันความกลัวที่เลวร้ายที่สุดของเซียวอวิ๋นซี...นี่คือการระบาดครั้งใหญ่! และหมอเท้าเปล่าเพียงคนเดียวของหมู่บ้านก็ไร้ความสามารถที่จะรับมือ!

ในขณะที่เซียวอวิ๋นซีกำลังครุ่นคิดถึงหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นกับหมู่บ้านเถาซีอยู่นั้นเอง...

พลันหน้าต่างระบบ AI ก็กะพริบเป็นสีแดงฉานขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้ปรากฏขึ้นเหนือร่างของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่กลับขยายใหญ่ขึ้นจนเต็มขอบเขตการมองเห็นของนาง ข้อความที่ปรากฏทำให้เลือดในกายของเซียวอวิ๋นซีเย็นเฉียบลงในบัดดล

`[คำเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด! ตรวจพบการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในอากาศมีความหนาแน่นเกินเกณฑ์มาตรฐาน!]`

`[ประมวลผลข้อมูล: รัศมีการระบาดครอบคลุมทั่วทั้งหมู่บ้านเถาซี! คาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า!]`

`[สถานะการณ์ปัจจุบัน: เข้าสู่ภาวะโรคระบาดเต็มรูปแบบ!]`