เปิดมิติหยกโอสถ ความลับที่ซ่อนในปานใบไม้
สรรพสิ่งพลันบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดที่ถูกสายน้ำพัดผ่าน ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวทั่วเรือนกายพลันเลือนหายไปในบัดดล แทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นราวกับถูกโอบอุ้มไว้ในอ้อมกอดของแสงตะวันยามเช้า หลินหว่านชิวรู้สึกราวกับตนเองกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศอันว่างเปล่า สติสัมปชัญญะที่เคยพร่าเลือนกลับมาแจ่มชัดขึ้นทีละน้อย
นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามิใช่หลังคาผุพังและผนังดินแตกร้าวของกระท่อมซอมซ่อ แต่เป็นท้องฟ้าสีครามสดใสไร้เมฆหมอกบดบัง อากาศรอบกายบริสุทธิ์และชุ่มชื่นไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดินและพฤกษานานาพันธุ์ เมื่อกวาดตามองไปรอบตัว นางก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ที่นี่คือที่ใดกัน?
เบื้องหน้าของนางคือดินแดนอันน่าอัศจรรย์ใจ ผืนดินสีดำสนิทอุดมสมบูรณ์ถูกจัดแบ่งเป็นแปลงสี่เหลี่ยมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายในแปลงดินเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยสมุนไพรหลากชนิดที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดีในฐานะแพทย์หญิง ทั้งที่เพิ่งเป็นต้นกล้าเล็กๆ ไปจนถึงต้นที่เจริญงอกงามเต็มที่ ทุกต้นล้วนดูแข็งแรงและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตอย่างน่าประหลาด ถัดออกไปมีลำธารสายเล็กๆ ไหลเอื่อย ทอดตัวคดเคี้ยวผ่านใจกลางดินแดนแห่งนี้ น้ำในลำธารใสสะอาดจนมองเห็นกรวดหินเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน ไกลออกไปอีกฟากของลำธารคือเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบ ท่ามกลางม่านหมอกสีขาวจางๆ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่งดงามราวกับภาพฝันในแดนเซียน มันช่างแตกต่างจากโลกภายนอกที่โหดร้ายและหนาวเหน็บราวฟ้ากับเหว
หลินหว่านชิวพยุงกายลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า นางพบว่าความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เคยฉีกกระชากความรู้สึกของนางจนแทบสิ้นสติ บัดนี้กลับบรรเทาลงไปมากจนน่าประหลาดใจ เมื่อก้มลงสำรวจร่างกายตนเอง ก็พบว่ารอยแผลฉีกขาดที่แขนยังคงอยู่ แต่เลือดกลับหยุดไหลแล้ว ทิ้งไว้เพียงคราบโลหิตแห้งกรัง
พลันนั้นเอง ภาพเหตุการณ์สุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบก็ย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึง... หยาดโลหิตที่ร่วงหล่นลงบนปานรูปใบไม้... แสงสีเขียวมรกตที่สว่างวาบขึ้น...
นางรีบยกข้อมือขวาขึ้นมาดู ปานสีเขียวจางๆ รูปใบไม้ยังคงอยู่ที่เดิม แต่กลับดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย หรือว่า... สถานที่แห่งนี้จะเกี่ยวข้องกับปานใบไม้นี่?
ราวกับจะตอบคำถามในใจของนาง เสียงราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกพลันดังขึ้นในห้วงมโนสำนึกของนางโดยตรง
[ตรวจสอบพบการเชื่อมต่อกับสายเลือดเสร็จสิ้น... กำลังเปิดใช้งาน ‘ระบบมิติหยกโอสถ’]
[ยินดีต้อนรับสู่มิติหยกโอสถ เจ้าของคนปัจจุบัน: หลิน หว่านชิว]
น้ำเสียงนั้นเย็นชาประดุจเครื่องจักร แต่เนื้อหาของมันกลับทำให้หัวใจของหลินหว่านชิวเต้นระรัวด้วยความตื่นตะลึง!
ระบบ? มิติ? นี่มันเรื่องเหลือเชื่ออันใดกัน! หรือว่าสวรรค์จะยังไม่ทอดทิ้งนางจริงๆ! ในฐานะคนที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด แนวคิดเรื่องมิติส่วนตัวเช่นนี้มิใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรนัก แต่นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้ประสบกับมันด้วยตนเอง!
ความหวังที่เคยมอดดับไปแล้วพลันลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง หลินหว่านชิวสูดลมหายใจลึก พยายามระงับความตื่นเต้นและเริ่มสำรวจสถานที่แห่งนี้อย่างจริงจัง นางเดินตรงไปยังเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นนั้น เมื่อผลักประตูเข้าไป ภาพที่เห็นก็ทำให้นางต้องหยุดชะงักงันอีกครั้ง
ภายในเรือนไม้ที่ดูเรียบง่ายจากภายนอก กลับมีชั้นวางของที่ทำจากไม้เนื้อดีตั้งเรียงรายอยู่จนเต็มผนัง บนชั้นวางเหล่านั้นมีตำราแพทย์โบราณมากมาย แต่ที่ดึงดูดสายตาของนางมากที่สุดคือวัตถุที่ตั้งอยู่กลางห้อง... มันคือ ‘ตู้ยาสมัยใหม่’ ที่ทำจากเหล็กกล้าสีขาวสะอาดตา!
หลินหว่านชิวแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง นางก้าวเข้าไปใกล้ราวกับต้องมนตร์สะกด มือสั่นเทาเอื้อมไปเปิดบานประตูตู้ออก ภายในนั้นเรียงรายไปด้วยขวดยาพลาสติกและแผงยาที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวดลดไข้ ยาปฏิชีวนะชนิดต่างๆ ผ้าก๊อซปลอดเชื้อ น้ำเกลือ เข็มและกระบอกฉีดยา... ทุกอย่างคืออุปกรณ์ทางการแพทย์มาตรฐานจากโลกเดิมของนาง!
น้ำตาแห่งความตื้นตันใจเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาของนาง นี่คือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่สวรรค์ประทานให้! มันคือหลักประกันในการเอาชีวิตรอดในโลกที่โหดร้ายใบนี้!
จิตวิญญาณของแพทย์หญิงกลับเข้าสิงสู่ในบัดดล นางประเมินสภาพร่างกายของตนเองอย่างรวดเร็ว บาดแผลภายนอกจากการทุบตีจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าคืออาการบาดเจ็บภายในที่มองไม่เห็น ความเจ็บปวดระบมไปทั่วร่างบ่งบอกถึงอาการฟกช้ำและเลือดคั่งภายในอย่างรุนแรง
นางไม่ลังเลที่จะหยิบยาแก้อักเสบและยาแก้ปวดอย่างละสองเม็ดออกมาจากแผง ด้วยความรอบคอบที่ติดตัวมาแต่นิสัย นางรู้ดีว่าไม่สามารถนำยาเม็ดรูปแบบปัจจุบันไปใช้ในโลกภายนอกได้โดยตรง เพราะมันจะกลายเป็นหลักฐานที่อธิบายไม่ได้และอาจนำพาหายนะมาสู่ตนเอง นางจึงเดินกลับออกมานอกเรือน ตรงไปยังลำธารสายเล็กๆ ใช้ก้อนหินที่เรียบเกลี้ยงสองก้อนบดยาเม็ดทั้งสี่ให้กลายเป็นผงละเอียดอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงวักน้ำใสสะอาดในลำธารขึ้นมาผสมกับผงยาในอุ้งมือ แล้วดื่มเข้าไปจนหมดสิ้น
น้ำในลำธารเย็นสดชื่นและมีรสหวานจางๆ เมื่อไหลผ่านลำคอ มันช่วยชะล้างรสขมของยาลงไปจนหมดสิ้น ไม่นานนัก ฤทธิ์ยาจากโลกสมัยใหม่ก็เริ่มทำงาน ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินไปทั่วร่างค่อยๆ บรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด ความร้อนรุ่มจากอาการอักเสบภายในก็ค่อยๆ ทุเลาลง
ขณะที่นางกำลังรู้สึกผ่อนคลายลงนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง
[ตรวจพบการใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานเสร็จสิ้น... กำลังปลดล็อกฟังก์ชันขั้นสูง: เนตรสแกนโรค]
[เนตรสแกนโรค: สามารถใช้สายตาตรวจสอบสภาพร่างกายของเป้าหมาย เพื่อวิเคราะห์อาการเจ็บป่วย จุดเสียหายภายใน และต้นตอของโรคได้อย่างแม่นยำ]
หลินหว่านชิวใจเต้นแรงขึ้นอีกครา ฟังก์ชันนี้มันช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! ไม่ต่างอะไรกับการมีเครื่องซีทีสแกนและเอ็มอาร์ไอเคลื่อนที่ติดตัวตลอดเวลา!
"ทดลองใช้... กับตัวเอง" นางเอ่ยขึ้นในใจ
ทันใดนั้นเอง มุมมองของนางก็เปลี่ยนไป โลกภายนอกพร่าเลือนลง กลายเป็นภาพโครงสร้างภายในร่างกายของนางเองปรากฏขึ้นในมโนสำนึกอย่างชัดเจน นางมองเห็นโครงกระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายในของตนเองราวกับภาพสามมิติโปร่งแสง ที่น่าตกใจคือ ตามแนวซี่โครง แผ่นหลัง และช่องท้องของนาง ปรากฏเงาสีคล้ำอมม่วงเป็นจ้ำๆ อยู่หลายแห่ง ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะเลือดคั่งภายในจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรง
นี่คือสาเหตุของความเจ็บปวดเจียนตายที่นางรู้สึก! หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ต่อให้รอดจากบาดแผลภายนอกไปได้ ภาวะเลือดคั่งเหล่านี้ก็อาจทำให้อวัยวะภายในล้มเหลวและถึงแก่ความตายได้ในที่สุด!
โชคดีที่นางได้กินยาแก้อักเสบเข้าไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่นางต้องการคือเวลาพักฟื้นและสมุนไพรที่จะช่วยสลายลิ่มเลือดเหล่านี้ ซึ่งนางเชื่อว่าในมิติหยกโอสถแห่งนี้จะต้องมีอยู่อย่างแน่นอน
เมื่อมุมมองกลับสู่สภาวะปกติ หลินหว่านชิวก็ทรุดกายนั่งลงริมลำธาร ความรู้สึกปลอดภัยและมีความหวังเอ่อท้นขึ้นมาในหัวใจเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทะลุมิติมา นางมีมิติวิเศษ มีความรู้ทางการแพทย์จากสองชาติภพ และมียาจากโลกสมัยใหม่เป็นเครื่องช่วยชีวิต... นางไม่เพียงแต่จะรอดชีวิตเท่านั้น แต่นางจะใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของนางกลับคืนมา!
ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่บรรเทาลงทำให้จิตใจของนางปลอดโปร่งขึ้น และเมื่อนั้นเอง ภาพของเด็กชายร่างเล็กผอมบางคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำอย่างรุนแรง... ใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาที่หวาดกลัว...
ซ่งเสี่ยวเป่า! ลูกชายของนาง!
หัวใจของหลินหว่านชิวพลันกระตุกวูบราวกับถูกบีบด้วยคีมเหล็ก นางถูกขับไล่ออกมาเพียงลำพัง แล้วลูกชายวัยสี่ขวบของนางเล่า? เด็กน้อยถูกทิ้งไว้ในบ้านตระกูลซ่งที่โหดร้ายอำมหิตแห่งนั้นตามลำพัง!
ความคิดนั้นแล่นปราดเข้าสู่สมองราวกับสายฟ้าฟาด ความเจ็บปวดทางใจที่รุนแรงกว่าความเจ็บปวดทางกายหลายร้อยเท่าถาโถมเข้าใส่นางอีกครั้ง มิติหยกโอสถแห่งนี้คือความหวัง แต่ขณะเดียวกันมันก็ตอกย้ำถึงความไร้พลังของนางในโลกความเป็นจริง
นางจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร? และเมื่อออกไปแล้ว นางจะทำอย่างไรต่อไป? ในสภาพร่างกายที่ยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่อีแปะเดียว ทั้งยังถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณี... นางจะเอาปัญญาที่ไหนไปต่อกรกับคนทั้งตระกูลซ่งเพื่อชิงตัวลูกชายกลับคืนมา?