ดินวิเศษในมิติ เพาะปลูกเร่งโต
เสียงคำรามต่ำในลำคอของสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ หลินหว่านชิวรู้สึกถึงเส้นขนทั่วสรรพางค์กายที่ลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เหงื่อเย็นเยียบสายหนึ่งไหลรินจากขมับลงสู่ปลายคางอย่างเชื่องช้า
เงาดำทะมึนที่ก้าวพ้นแนวพุ่มไม้ออกมานั้นคือหมูป่าตัวมหึมา! เขี้ยวโค้งงอนของมันสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่ายวับแววราวกับคมมีดคู่ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดาทั่วไป ดวงตาสีแดงก่ำของมันจับจ้องมาที่นางอย่างประสงค์ร้าย ลมหายใจที่พ่นออกมาแต่ละครั้งดังฟืดฟาดน่าพรั่นพรึง
ในมือของนางยังคงประคองกลุ่มดินที่มีต้นกล้าหญ้าจินฉวงอันล้ำค่าอยู่ สติสัมปชัญญะในฐานะแพทย์จากโลกยุคใหม่กรีดร้องสั่งการอย่างรวดเร็ว นางรู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ การหันหลังวิ่งหนีคือการกระทำที่โง่เขลาที่สุด มันจะกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าของหมูป่าให้ไล่กวดทันที
นางไม่อาจทิ้งสมบัติล้ำค่าในมือ ไม่อาจเสี่ยงชีวิตของตนเองได้ บุตรชายยังคงรอนางอยู่ที่กระท่อม!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ความคิดหนึ่งพลันวาบขึ้นในสมอง หลินหว่านชิวรวบรวมสมาธิทั้งหมด จิตของนางพุ่งตรงไปยังปานรูปใบไม้บนข้อมือ พริบตาต่อมา ร่างของนางพลันหายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผีปีศาจ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าเบื้องหน้าหมูป่าที่กำลังสับสน
ภายในมิติหยกโอสถ เวลาคล้ายจะหยุดนิ่ง หลินหว่านชิวไม่ปล่อยให้ตนเองตกตะลึงนานเกินไป นางรีบพุ่งไปยังตู้ไม้ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของเรือนกลางมิติ มันคือ ‘ตู้เสบียง’ ที่นางใช้เก็บข้าวของเครื่องใช้เล็กๆ น้อยๆ จากโลกเดิม ที่ชั้นวางของแห้ง นางคว้าห่อกระดาษที่บรรจุผงพริกป่นสีแดงฉานซึ่งนางเคยคิดจะนำมาใช้ปรุงรสอาหารออกมาอย่างรวดเร็ว
จากนั้น นางจึงใช้จิตนำร่างกลับสู่โลกภายนอกอีกครั้ง!
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว ในสายตาของหมูป่า มันเพียงแค่กระพริบตาครั้งหนึ่ง ร่างของมนุษย์สตรีที่มันเห็นกลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง ณ ตำแหน่งเดิมไม่ผิดเพี้ยน!
ฟู่!
หลินหว่านชิวไม่รอให้มันได้ทันตั้งตัว นางฉีกห่อกระดาษออกแล้วสาดผงพริกป่นในมือทั้งหมดเข้าใส่ใบหน้าของหมูป่าอย่างแม่นยำ!
“แผดดดด!”
เสียงร้องโหยหวนแหลมสูงดังสนั่นป่า หมูป่าตัวนั้นสะบัดหัวอย่างบ้าคลั่ง ความเผ็ดร้อนฉับพลันที่จู่โจมเข้าสู่ดวงตาและโพรงจมูกที่ไวต่อกลิ่นของมันคือความทรมานที่มิอาจทนทานได้ มันถอยหลังกรูด สองเท้าหน้าตะกุยดินอย่างสับสนมึนงง ก่อนจะหันหลังกลับและวิ่งเตลิดเข้าป่าลึกไปด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด ทิ้งไว้เพียงเสียงกิ่งไม้ที่หักระเนนระนาดค่อยๆ เงียบหายไปในความลึกของพงไพร
หลินหว่านชิวทรุดกายลงเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก นางหอบหายใจอย่างหนัก พลางก้มลงมองต้นกล้าจินฉวงในมือที่ยังคงปลอดภัยดีด้วยความโล่งใจสุดประมาณ
นางไม่กล้าเสียเวลาอยู่ในป่าลึกอีกต่อไป รีบประคองสมบัติน้อยๆ ของนางแล้วจ้ำอ้าวเดินกลับสู่เส้นทางหลักอย่างรวดเร็วที่สุด เมื่อมาถึงบริเวณที่ลับตาคนใกล้กระท่อมโทรมๆ ของตน นางจึงตัดสินใจนำตนเองพร้อมต้นกล้าเข้าสู่มิติหยกโอสถอีกครั้ง
ภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนจากป่ารกชัฏเป็นทิวทัศน์อันคุ้นเคย อากาศภายในมิติบริสุทธิ์และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งพลังชีวิตจางๆ เรือนไม้หลังเล็กตั้งอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ข้างๆ กันนั้นคือบ่อน้ำพุใสสะอาดที่ทอประกายระยิบระยับ และที่สำคัญที่สุดคือแปลงดินสี่เหลี่ยมหลายแปลงที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
หลินหว่านชิวมุ่งตรงไปยังแปลงดินที่อยู่ใกล้กับบ่อน้ำพุมากที่สุด ดินในแปลงนี้มีสีเข้มกว่าแปลงอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด มันดำสนิทราวกับสีของรัตติกาล ทั้งยังดูร่วนซุยและชุ่มชื้นราวกับมีไอน้ำบางเบาปกคลุมอยู่ตลอดเวลา นี่คือ ‘แปลงสมุนไพรเร่งโต’ ที่ระบบเคยแจ้งไว้
นางคุกเข่าลงอย่างนุ่มนวล ใช้พลั่วมือค่อยๆ ขุดหลุมเล็กๆ ก่อนจะบรรจงวางกอต้นกล้าหญ้าจินฉวงลงไปในดินวิเศษอย่างแผ่วเบาที่สุด จากนั้นจึงใช้สองมือกลบดินรอบโคนต้นอย่างทะนุถนอม เสร็จแล้วจึงตักน้ำจากบ่อน้ำพุวิเศษมารดรินอย่างช้าๆ
ทันทีที่หยดน้ำจากบ่อน้ำพุสัมผัสกับดินวิเศษและรากของต้นกล้า...ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด!
หลินหว่านชิวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ต้นกล้าหญ้าจินฉวงที่เพิ่งถูกปลูกลงไปพลันสั่นไหวเบาๆ ก่อนจะเริ่มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในอัตราที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า! ยอดอ่อนค่อยๆ ยืดสูงขึ้น ใบเล็กๆ ค่อยๆ คลี่ขยายกว้างออก เส้นสีแดงสดที่เคยเป็นเพียงสายบางๆ บนใบ บัดนี้กลับเปล่งประกายเจิดจ้าและเข้มข้นขึ้นราวกับเส้นเลือดทิพย์ที่เปี่ยมด้วยพลังโอสถอันมหาศาล
จากต้นกล้าเล็กๆ ใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) ก็เติบโตเต็มวัย กลายเป็นกอหญ้าจินฉวงที่สมบูรณ์แข็งแรง ใบหญ้าแต่ละใบหนาและมีสีเขียวเข้มสดใส เส้นสีแดงทอประกายราวกับหยกโลหิต กลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ เพียงได้สูดดมก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแล้ว
ขณะที่นางยังคงจมอยู่ในภวังค์แห่งความอัศจรรย์ใจนั้นเอง เสียงใสกระจ่างทว่าไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของนาง
[ติ๊ง! การเพาะปลูกในแปลงเร่งโตครั้งแรกเสร็จสมบูรณ์]
[หญ้าห้ามเลือดจินฉวงได้รับอิทธิพลจากดินวิเศษและน้ำพุแห่งชีวิต สรรพคุณทางยาถูกเสริมพลังขึ้นสามเท่า คุณภาพเหนือกว่าสมุนไพรชนิดเดียวกันที่เติบโตตามธรรมชาติ]
[ประกาศสำคัญ: การขยายพื้นที่หรือยกระดับแปลงเพาะปลูกในอนาคต จำเป็นต้องใช้ ‘แต้มบุญ’ แต้มบุญสามารถได้รับจากการช่วยเหลือผู้คนและรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้สำเร็จเท่านั้น]
หลินหว่านชิวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาอย่างเข้าใจ ‘แต้มบุญ’ งั้นหรือ...ช่างสมเหตุสมผลยิ่งนัก มิติโอสถนี้ย่อมไม่ได้มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้โดยไร้เงื่อนไข การผูกความก้าวหน้าของมิติไว้กับการช่วยเหลือผู้คนเช่นนี้ ก็สอดคล้องกับจิตวิญญาณของความเป็นแพทย์โดยแท้
นางไล้ปลายนิ้วไปตามใบหญ้าจินฉวงคุณภาพสูงตรงหน้าอย่างรักใคร่ นี่ไม่ใช่แค่สมุนไพรธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือยาวิเศษ คือทุนรอน คือความหวังที่จะสร้างชีวิตใหม่ให้แก่ตนเองและบุตรชาย!
นางไม่รอช้า จัดการเก็บเกี่ยวหญ้าจินฉวงทั้งหมดอย่างระมัดระวัง ก่อนจะนำไปวางเรียงบนตะแกรงไม้ไผ่สำหรับตากแห้งที่ปรากฏขึ้นมาราวกับ变ออกมาจากความว่างเปล่าอยู่มุมหนึ่งของมิติ อากาศที่ถ่ายเทและพลังงานอันบริสุทธิ์ภายในนี้ ย่อมทำให้กระบวนการตากแห้งเป็นไปอย่างรวดเร็วและคงไว้ซึ่งสรรพคุณยาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
เพียงไม่นาน หญ้าจินฉวงที่เคยสดใหม่ก็กลายเป็นสมุนไพรแห้งคุณภาพชั้นเลิศ สีสันยังคงสดใสไม่ซีดจาง กลิ่นหอมของยายังคงเข้มข้นอบอวล หลินหว่านชิวกะประมาณน้ำหนักในมือแล้วคำนวณราคาในใจ หากนำไปขายที่อำเภอชิงหยวน สมุนไพรคุณภาพระดับนี้ แม้จะถูกกดราคาจากหลงจู๊หน้าเลือดของโรงหมอจี้ซื่อ แต่ก็ยังน่าจะได้เงินมาไม่ต่ำกว่าห้าหกร้อยอีแปะเป็นแน่...เงินจำนวนนี้มากพอที่จะซื้อข้าวสารเนื้อหมู ซื้อผ้าห่มอุ่นๆ ให้เสี่ยวเป่าได้แล้ว!
ความคิดที่จะเดินทางเข้าอำเภอพลันปรากฏชัดเจนขึ้นในใจ ความมุ่งมั่นฉายชัดในดวงตาของนาง
ครั้งนี้ นางจะไม่ยอมให้ใครมากดขี่ข่มเหงได้อีกต่อไป สมุนไพรในมือนางคืออาวุธชั้นเลิศที่จะใช้ต่อสู้เพื่อความอยู่รอด นางจะใช้ความรู้ทางการแพทย์และสมบัติจากมิติหยกโอสถนี้ พลิกชะตาชีวิตของตนเอง!
เป้าหมายแรก...คือการเปลี่ยนสมบัติในมือให้กลายเป็นเงินทุนตั้งตัวที่อำเภอชิงหยวน