น้ำทิพย์ต่อชีวิต

ห้วงเวลาพลันหยุดนิ่ง ประหนึ่งถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบแห่งความตาย

คำว่า "ลมหายใจได้หยุดลงแล้ว" กรีดลึกเข้าไปในจิตสำนึกของหลินว่านชิวราวกับคมมีดอาบยาพิษ พลังวังชาที่เพิ่งเปี่ยมล้นอยู่ในกายเมื่อครู่สลายไปสิ้นราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าอันน่าพรั่นพรึง ร่างของนางทรุดฮวบลงกับพื้นดินเย็นเฉียบ ดวงตาเบิกกว้างจับจ้องไปยังร่างเล็กๆ ที่นอนนิ่งสนิทบนเตียงไม้ผุพัง

ริมฝีปากที่เคยซีดขาวของหลินจื่อเซวียน บัดนี้เริ่มปรากฏสีม่วงคล้ำ อันเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าร่างกายขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง หน้าอกที่เคยกระเพื่อมขึ้นลงอย่างทรมาน บัดนี้กลับสงบนิ่ง... นิ่งสนิทเกินไป

"ไม่... จื่อเซวียน!"

เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเทาคล้ายคนละเมอ ปฏิเสธความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ในฐานะแพทย์ นางย่อมรู้ดีว่าสัญญาณชีพที่ดับสิ้นหมายถึงอะไร ทว่าในฐานะพี่สาว... หัวใจของนางกลับปฏิเสธที่จะยอมรับมัน

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นจากดวงตาโดยที่นางไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดและสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ หากนางไม่มัวแต่ตกตะลึงกับมิติพิศวงนั่น... หากนางกลับมาเร็วกว่านี้เพียงชั่วอึดใจ... บางที...

พลัน! ความคิดหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมาในสมองที่กำลังมืดมน!

น้ำทิพย์!

ใช่แล้ว! น้ำทิพย์ในบ่อมรกตนั่น! มันสามารถฟื้นฟูร่างกายที่ใกล้ตายของนางให้กลับมามีเรี่ยวแรงได้ในพริบตา เช่นนั้นแล้ว... มันจะสามารถชุบชีวิตที่เพิ่งดับสูญของน้องชายนางได้หรือไม่?

มันคือความหวังสุดท้าย... คือฟางเส้นสุดท้ายที่นางต้องคว้าเอาไว้!

หลินว่านชิวไม่ลังเลอีกต่อไป นางพุ่งตัวไปยังข้างเตียงของน้องชาย ทว่าปัญหาก็ปรากฏขึ้นทันที นางจะนำน้ำทิพย์ออกมาได้อย่างไร? ในมิติไม่มีภาชนะใดๆ และนางจะพาร่างของจื่อเซวียนเข้าไปก็ไม่ได้

ความคิดของนางหมุนคว้างอย่างรวดเร็ว ปานรูปใบไม้บนข้อมือ... การเข้าออกมิติล้วนขึ้นอยู่กับจิตนึกคิด... เช่นนั้นการนำของออกมาเล่า?

"ออกมา... ออกมาสิ!" นางเค้นเสียงกระซิบ ส่งจิตทั้งหมดเพ่งไปยังปานบนข้อมือ พลางจินตนาการถึงบ่อน้ำทิพย์มรกตและปรารถนาอย่างแรงกล้าให้น้ำนั้นปรากฏขึ้นในมือของนาง

ทันใดนั้นเอง ปานรูปใบไม้ก็เปล่งแสงสีเขียวจางๆ วูบหนึ่ง พร้อมกับหยดน้ำใสบริสุทธิ์ราวผลึกแก้วหยดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนปลายนิ้วชี้ของนาง มันลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ส่งกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆ ที่ช่วยให้จิตใจอันสับสนวุ่นวายของนางสงบลงได้อย่างน่าประหลาด

เพียงหยดเดียว!

หลินว่านชิวไม่มีเวลาให้สิ้นเปลืองอีกต่อไป ในฐานะแพทย์ นางรู้ดีว่าน้ำทิพย์นี้มีพลังมหาศาลเพียงใด การป้อนให้น้องชายโดยตรงอาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดี ร่างกายที่อ่อนแอของเด็กน้อยอาจทนรับพลังชีวิตอันเข้มข้นนี้ไม่ไหว

สายตาของนางกวาดมองไปรอบกระท่อมอย่างร้อนรน และไปหยุดอยู่ที่ถ้วยชาบิ่นๆ ใบหนึ่งซึ่งวางคว่ำอยู่บนโต๊ะเตี้ยๆ ข้างเตียง แม้จะไม่มีน้ำสะอาดเหลืออยู่เลยแม้แต่หยดเดียว แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

นางรีบคว้าถ้วยใบนั้นมา ประคองหยดน้ำทิพย์ด้วยความระมัดระวังสูงสุด ก่อนจะใช้นิ้วอีกข้างแตะน้ำลายของตนเองเล็กน้อยผสมลงไปในถ้วย แล้วจึงปล่อยหยดน้ำทิพย์ให้ร่วงหล่นลงไปผสมกัน แม้จะเป็นวิธีที่ไม่ถูกสุขลักษณะที่สุด แต่ในยามคับขันเช่นนี้ นางไม่มีเวลามาคำนึงถึงเรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป

ของเหลวในถ้วยเจือจางลงเล็กน้อย หลินว่านชิวค่อยๆ ช้อนศีรษะของน้องชายขึ้นมาอย่างแผ่วเบาที่สุด ใช้นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ แงะริมฝีปากที่เริ่มแข็งของเขาให้อ้าออกเล็กน้อย แล้วจึงบรรจงเทของเหลวในถ้วยให้ไหลซึมเข้าไปในลำคอทีละน้อย

ทุกวินาทีผ่านไปราวกับชั่วนิรันดร์ นางจ้องมองใบหน้าของน้องชายไม่วางตา หัวใจเต้นระรัวอยู่ในอกราวกับจะทะลุออกมา

หนึ่งลมหายใจ... สองลมหายใจ... สามลมหายใจ...

ยังคงไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น...

ความสิ้นหวังเริ่มกัดกินหัวใจของนางอีกครั้ง หรือว่านางจะมาช้าเกินไปจริงๆ? หรือทุกสิ่งเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ของนางเท่านั้น?

แต่แล้วในขณะที่หยดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้กำลังจะรินไหล... ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด!

เฮือก!

เสียงสูดลมหายใจที่แหบแห้งและติดขัดดังขึ้นจากลำคอของหลินจื่อเซวียน! มันเป็นเสียงที่เบาแสนเบา แต่ในโสตประสาทของหลินว่านชิว มันกลับดังสนั่นราวกับเสียงอสนีบาตฟาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน!

หน้าอกเล็กๆ ที่เคยนิ่งสนิท บัดนี้เริ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่างเชื่องช้า แม้จะยังคงมีเสียงหวีดหวิวของการหอบดังอยู่ แต่ก็ไม่รุนแรงและทุรนทุรายเหมือนก่อนหน้านี้ สีม่วงคล้ำบนริมฝีปากและใบหน้าค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ ถูกแทนที่ด้วยสีขาวซีด และจากนั้น... รอยสีเลือดฝาดจางๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นบนแก้มตอบทั้งสองข้าง

หลินว่านชิวแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง! น้ำทิพย์เพียงหยดเดียวที่เจือจางแล้ว กลับสามารถดึงชีวิตของน้องชายกลับมาจากเงื้อมมือของพญามัจจุราชได้จริงๆ!

นางปล่อยให้น้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลอาบแก้มอย่างไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป ความโล่งอกอย่างมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทำให้นางรู้สึกอ่อนแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ นางวางศีรษะของน้องชายลงบนหมอนฟางแข็งๆ อย่างนุ่มนวล กอบกุมมือน้อยๆ ที่เริ่มกลับมาอบอุ่นของเขาเอาไว้แนบแก้ม

"ขอบคุณสวรรค์... ขอบคุณจริงๆ..."

หลังจากนั้นไม่นาน ลมหายใจของหลินจื่อเซวียนก็เริ่มสม่ำเสมอและลึกขึ้น เปลือกตาของเขาสั่นระริกเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างช้าๆ

ดวงตาที่เคยขุ่นมัวของเด็กน้อยฉายแววงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจับจ้องมาที่ใบหน้าของพี่สาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

"ท่านพี่..." เสียงของเขาแหบและเบา แต่ก็ชัดเจน "ข้า... ข้าหายใจ... หายใจโล่งขึ้น..."

คำพูดเพียงประโยคสั้นๆ นี้ ยืนยันถึงปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นได้ดียิ่งกว่าสิ่งใด หลินว่านชิวพยักหน้ารับทั้งน้ำตา รอยยิ้มแรกนับตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง

"ใช่แล้วจื่อเซวียน เจ้าไม่เป็นไรแล้ว" นางลูบศีรษะที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงของเขาอย่างอ่อนโยน "นอนพักเถอะ ต่อไปนี้พี่สาวจะดูแลเจ้าให้ดีที่สุด จะไม่ยอมให้เจ้าต้องเจ็บป่วยทรมานเช่นนี้อีกเป็นอันขาด พี่สัญญา"

หลินจื่อเซวียนอาจจะไม่เข้าใจความหมายลึกซึ้งในคำพูดของนางนัก แต่ความอบอุ่นจากฝ่ามือและน้ำเสียงที่แน่วแน่ของพี่สาวก็ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เด็กน้อยพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่ความอ่อนเพลียจะฉุดให้เขาจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง แต่ครานี้เป็นการหลับใหลอย่างสงบสุข ปราศจากฝันร้ายของการขาดอากาศหายใจ

หลินว่านชิวนั่งเฝ้ามองน้องชายที่หลับใหลอยู่ข้างเตียงจนแน่ใจว่าเขาปลอดภัยดีแล้วจริงๆ จิตใจของนางจึงค่อยๆ สงบลง ความคิดต่างๆ นานาเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัว

วิกฤตความตายได้ผ่านพ้นไป แต่ปัญหาที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

ร่างกายของจื่อเซวียนยังคงอ่อนแออย่างยิ่งจากภาวะขาดสารอาหารเรื้อรัง น้ำทิพย์อาจช่วยบรรเทาอาการหอบหืดและฟื้นฟูพลังชีวิตได้ แต่ไม่อาจทดแทนอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตได้ อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูเหมันต์ที่โหดร้าย พวกเขาสองพี่น้องไม่มีทั้งอาหาร เสื้อผ้าอุ่นๆ หรือแม้กระทั่งฟืนที่จะใช้ก่อไฟ

นางหันไปมองโอ่งน้ำที่ว่างเปล่า ถุงข้าวสารที่แบนติดพื้น... ในกระท่อมผุพังหลังนี้ไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่าเสบียงหลงเหลืออยู่อีกแล้ว

ทว่าครั้งนี้... หลินว่านชิวไม่รู้สึกสิ้นหวังเหมือนก่อนอีกต่อไป

ในเมื่อสวรรค์ประทานมิติหยกพฤกษาอันน่าอัศจรรย์นี้มาให้นาง มันก็คือเครื่องมือสำหรับเอาชีวิตรอด คือทุนรอนในการพลิกชะตา!

ดินวิญญาณที่ทำให้พืชเติบโตเร็วกว่าปกติถึงห้าเท่า... เรือนเก็บของกาลเวลาที่ช่วยรักษาสภาพของสมุนไพร... และที่สำคัญที่สุดคือน้ำทิพย์มรกตที่มีสรรพคุณดุจโอสถสวรรค์!

ด้วยความรู้ด้านพฤกษศาสตร์และแพทย์แผนจีนที่นางมี นางสามารถปลูกสมุนไพรหายากที่คนอื่นปลูกไม่ได้ ทำให้มันมีสรรพคุณทางยาสูงล้ำกว่าสมุนไพรทั่วไป แล้วนำไปขายในตำบลชิงผิงเพื่อแลกเป็นเงิน

เงิน... ใช่แล้ว พวกเขาต้องการเงิน! เงินสำหรับซื้อข้าวสาร เนื้อสัตว์ เสื้อผ้า และยาบำรุงดีๆ ให้น้องชาย

ดวงตาของหลินว่านชิวทอประกายแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้าขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แผนการต่างๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวของนางเป็นฉากๆ นางจะต้องเริ่มจากการหาสมุนไพรป่าที่มีราคามาเพาะพันธุ์ในมิติ และต้องทำมันให้เร็วที่สุด!

ขณะที่กำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งความคิดนั้นเอง หูของนางพลันได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังมาจากด้านนอกกระท่อม เสียงนั้นกำลังเดินตรงมายังประตูที่ทำจากไม้ไผ่สานผุๆ ของพวกนาง...

หัวใจของหลินว่านชิวพลันกระตุกวูบ! ในยามวิกาลเช่นนี้... ใครกันที่มาเยือนกระท่อมท้ายป่าอันรกร้างหลังนี้? จะเป็นมิตร... หรือศัตรู?