สำรวจเขาหมอกซ่อน
หัวใจของหลินว่านชิวพลันกระตุกวูบเมื่อเห็นก้อนเลือดสีคล้ำบนฝ่ามือน้อยๆ ของน้องชาย! ความเย็นเยียบแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กายในชั่วพริบตา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือน้ำทิพย์มรกตจะส่งผลร้ายต่อน้องชายของนาง?
แต่แล้ว, ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากอีกภพชาติหนึ่ง, สติของนางก็กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว หลินว่านชิวสูดลมหายใจลึก ข่มความตื่นตระหนกให้สงบลง นางประคองร่างจื่อเซวียนให้นอนลงอย่างนุ่มนวล แล้วจึงพิจารณาลิ่มเลือดนั้นอย่างละเอียด
มันเป็นเลือดสีคล้ำเข้มเกือบดำ หาใช่เลือดสดสีแดงฉานไม่ ลักษณะเช่นนี้...มิใช่การบาดเจ็บภายในที่รุนแรงขึ้น แต่เป็น...การขับของเสีย!
พลันดวงตาของนางก็ทอประกายแห่งความเข้าใจอันลึกซึ้งขึ้นมาทันที! นางคิดถูกแล้ว! นี่คือปฏิกิริยาตอบสนองชั้นเลิศของร่างกาย! น้ำทิพย์มรกตที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตบริสุทธิ์กำลังชำระล้างร่างกายที่อ่อนแอของจื่อเซวียน มันกำลังขับไล่ ‘เลือดคั่ง’ และ ‘พลังปราณ浊ชี่’ (จั๋วชี่) ที่อุดตันอยู่ในปอดมานานหลายปีออกไป สิ่งนี้ในทางการแพทย์แผนจีนคือ ‘การขับพิษเพื่อฟื้นฟู’ แม้มองดูน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง!
"จื่อเซวียน อย่าได้กลัวไป" นางเช็ดมือให้น้องชายด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและอ่อนโยนที่สุด "นี่คือสิ่งไม่ดีที่ซ่อนอยู่ในกายเจ้า มันถูกขับออกมาแล้ว ต่อไปเจ้าจะหายใจได้สะดวกขึ้น"
หลินจื่อเซวียนมองหน้าพี่สาวด้วยแววตาสับสน แต่เมื่อเห็นความมั่นใจในดวงตาของนาง ความหวาดกลัวของเขาก็คลายลง เด็กชายลองสูดลมหายใจเข้าลึกๆ... และน่าอัศจรรย์! ความรู้สึกอึดอัดที่เคยถ่วงหนักในอกราวกับมีหินก้อนใหญ่วางทับ บัดนี้กลับเบาบางลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาสามารถสูดอากาศเข้าปอดได้เต็มที่กว่าเดิมมากนัก!
"พี่สาว... ข้า... ข้าหายใจคล่องขึ้นจริงๆ ด้วย" เขากล่าวด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าซีดขาวเริ่มปรากฏรอยยิ้มจางๆ
รอยยิ้มนั้นเปรียบดั่งแสงตะวันยามรุ่งอรุณที่สาดส่องเข้ามาในหัวใจอันมืดมนของหลินว่านชิว นางลูบศีรษะน้องชายเบาๆ "นอนพักผ่อนเสียนะ เมื่อเจ้าตื่นขึ้นมา จะรู้สึกดียิ่งกว่านี้อีก"
เมื่อเห็นน้องชายหลับสนิทไปอีกครั้งด้วยลมหายใจที่สม่ำเสมอขึ้นอย่างชัดเจน หลินว่านชิวก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว น้ำทิพย์เป็นเพียงยาวิเศษขั้นแรก แต่ร่างกายที่ขาดสารอาหารมานานปีต้องการมากกว่านั้น พวกเขาต้องการอาหารที่ดี และต้องการเงินเพื่อซื้อยาบำรุงที่จำเป็น
สายตาของนางจับจ้องไปยังทิวเขาสูงตระหง่านที่ปกคลุมด้วยม่านหมอกจางๆ อยู่เบื้องหลังกระท่อม... ‘เขาหมอกซ่อน’
ชาวบ้านต่างร่ำลือถึงความอันตรายของมัน ทั้งสัตว์ป่าและภูมิประเทศที่ซับซ้อน แต่สำหรับหลินว่านชิวผู้เป็นนักพฤกษศาสตร์แล้ว ที่นั่นคือขุมทรัพย์ทางธรรมชาติอันประเมินค่ามิได้ บัดนี้น้องชายอาการดีขึ้นแล้ว นางพอจะปลีกตัวไปสักชั่วยามได้
นางจัดแจงห่มผ้าให้น้องชายจนมิดชิด วางถ้วยน้ำที่เจือจางด้วยน้ำทิพย์ไว้ข้างเตียงเผื่อเขาสะดุ้งตื่น จากนั้นจึงคว้าตะกร้าสานใบเก่ากับเสียมขนาดเล็กที่ขึ้นสนิมติดมือ มุ่งหน้าออกจากกระท่อม สู่ผืนป่าที่เปรียบเสมือนความหวังแห่งใหม่ของสองชีวิต
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตเขาหมอกซ่อน อากาศก็พลันเย็นชื้นขึ้นทันที กลิ่นไอดิน กลิ่นใบไม้ และกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้นานาพรรณลอยอบอวลอยู่ในม่านหมอก สร้างบรรยากาศลึกลับแต่น่าค้นหา หลินว่านชิวสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ความรู้ทางพฤกษศาสตร์ที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณพลันตื่นตัวอย่างเต็มที่
นางเดินไปอย่างระมัดระวัง สายตาคมกริบกวาดสำรวจพืชพรรณรอบกายอย่างรวดเร็ว ในยุคสมัยที่ความรู้ด้านสมุนไพรยังจำกัด นางกลับมองเห็นสรรพคุณและพิษสงของพืชแต่ละชนิดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ไม่นานนัก ที่โคนต้นไม้ใหญ่ที่ชื้นแฉะ นางก็พบสิ่งที่ตามหาเป็นอย่างแรก เห็ดหูหนูสีน้ำตาลเข้มกลุ่มหนึ่งกำลังผลิบานอยู่บนขอนไม้ผุๆ ดวงตาของนางเป็นประกายวาบด้วยความยินดี เห็ดเหล่านี้แม้จะดูสามัญ แต่ก็เป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับทำอาหารบำรุงร่างกาย นางบรรจงเก็บพวกมันใส่ตะกร้าอย่างเบามือ จินตนาการถึงซุปเห็ดร้อนๆ ที่จะทำให้น้องชายในมื้อเย็น
ขณะที่กำลังเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ นั้นเอง สายตาของนางพลันสะดุดเข้ากับพงหญ้าเตี้ยๆ บริเวณหนึ่งที่ดูไม่ต่างจากพงหญ้าทั่วไป แต่ด้วย ‘เนตรสมุนไพร’ ที่เป็นความสามารถพิเศษติดตัวมา ทำให้นางมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น นางสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตจางๆ ที่แผ่ออกมาจากใต้กอหญ้ารกชัฏนั้น
หัวใจของหลินว่านชิวเต้นระรัวขึ้นมาเล็กน้อย นางทรุดกายนั่งลง แล้วค่อยๆ ใช้มือแหวกพงหญ้าหนาทึบออกอย่างระมัดระวัง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกลุ่มต้นพืชใบเรียวเล็กที่มีลักษณะคล้ายใบหญ้า แต่กลับมีสีเขียวสดใสดุจมรกต บนปลายใบแต่ละใบมีหยาดน้ำค้างเกาะพราวราวกับอัญมณี แม้ตะวันจะลอยสูงแล้ว แต่หยาดน้ำค้างเหล่านี้กลับยังไม่ระเหยหายไป
"นี่มัน... หญ้าหยาดน้ำค้าง!" นางพึมพำกับตนเองด้วยความตื่นเต้น
ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หญ้าหยาดน้ำค้างเป็นเพียงสมุนไพรพื้นๆ ที่หมอเฒ่าในหมู่บ้านใช้สำหรับทำยาทาแผลถลอกเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แทบจะไม่มีราคาค่างวดอันใดเลย
แต่ในสายตาของหลินว่านชิวผู้มาจากโลกอนาคต นางรู้ดีว่านี่คือสมุนไพรที่มีศักยภาพซ่อนเร้นมหาศาล! สารประกอบในหญ้าชนิดนี้มีฤทธิ์ในการห้ามเลือดและกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ หากเพียงแต่ต้องผ่านกระบวนการสกัดที่ถูกต้อง หรือ...ได้รับการบ่มเพาะในสภาพแวดล้อมที่เหนือธรรมชาติ!
นี่คือสมุนไพรทำเงินชนิดแรกของนาง! คือก้าวแรกสู่การพลิกฟื้นชะตาชีวิต!
นางไม่รอช้า ใช้เสียมที่เตรียมมาค่อยๆ ขุดลงไปในดินอย่างแผ่วเบาและเชี่ยวชาญที่สุด นางไม่ได้ขุดขึ้นมาทั้งกอ แต่เลือกเฟ้นเฉพาะต้นกล้าที่แข็งแรงสมบูรณ์จำนวนสี่ห้าต้น โดยระวังไม่ให้กระทบกระเทือนรากฝอยแม้แต่น้อย จากนั้นจึงนำใบไม้ขนาดใหญ่ที่ชุ่มน้ำมาห่อหุ้มก้อนดินรอบรากไว้อย่างดี เพื่อรักษาสภาพของมันไว้สำหรับนำไปปลูกใน ‘มิติหยกพฤกษา’
เมื่อได้ทั้งเห็ดป่าและต้นกล้าล้ำค่าสมดังใจหมาย หลินว่านชิวก็รู้สึกอิ่มเอมใจยิ่งนัก นางมองดูตะกร้าในมือที่แม้จะยังไม่เต็ม แต่ทุกสิ่งที่อยู่ในนั้นล้วนเป็นความหวังของวันพรุ่งนี้ นางตัดสินใจที่จะเดินทางกลับกระท่อมก่อนที่ตะวันจะคล้อยต่ำลงไปมากกว่านี้
ทว่าขณะที่นางกำลังเดินลัดเลาะลงจากเขาตามทางเดินเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีคนใช้ เสียงพูดคุยและเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของใครบางคนก็ดังแว่วมาจากทางเบื้องหน้าไม่ไกลนัก
สัญชาตญาณระวังภัยทำให้นางหยุดชะงักและรีบหลบเข้าหลังพุ่มไม้หนาทึบทันที นางค่อยๆ แอบมองลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้
ภาพที่เห็นคือกลุ่มชาวบ้านสองสามคนกำลังมุงดูชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนพื้น ขากางเกงของเขาขาดเป็นรอยยาว เผยให้เห็นบาดแผลจากของมีคมที่ยังคงมีเลือดไหลซึมออกมา และคนที่กำลัง ‘ทำการรักษา’ อยู่ก็คือหมอเฒ่าเพียงคนเดียวของหมู่บ้านไป๋ลู่...หมออู๋ก่วง
ชายชรากำลังใช้หินบดยาสมุนไพรบางอย่างอย่างหยาบๆ แล้วเตรียมจะพอกมันลงบนบาดแผลสดๆ นั้น
ทว่าทันทีที่หลินว่านชิวเพ่งมองไปยังสมุนไพรในมือของหมออู๋ก่วง สีหน้าของนางก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด!
นั่นมัน ‘หญ้าแสบทรวง’! สมุนไพรชนิดนั้นมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง ใช้สำหรับจี้รักษาหูดหรือตาปลาเท่านั้น ห้ามใช้กับบาดแผลเปิดโดยเด็ดขาด! การกระทำเช่นนั้นไม่เพียงแต่จะสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่ยังอาจทำให้บาดแผลอักเสบลุกลามจนยากจะรักษา!
ชายหนุ่มผู้นั้นกำลังจะถูกทำร้ายซ้ำสองด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสก็ดังขึ้น พร้อมกับที่หมออู๋ก่วงกดสมุนไพรผิดประเภทลงบนแผลสดนั้นเต็มแรง