ปะทะฝีปากหมอเฒ่า

เสียงกรีดร้องโหยหวนแหวกม่านอากาศขึ้นอย่างน่าเวทนา มันมิใช่เสียงร้องธรรมดา แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดสุดแสนจะทานทน ราวกับเหล็กร้อนแดงถูกนาบลงบนเนื้อสดๆ

ในอกของหลินว่านชิวพลันเย็นเยียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง หัวใจของนางในฐานะแพทย์เต้นระรัวด้วยความตระหนกและโกรธา นางไม่อาจซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ได้อีกต่อไป การปล่อยให้ผู้ป่วยถูกทำร้ายด้วยความเขลาเบาปัญญาต่อหน้าต่อตา คือสิ่งที่จิตวิญญาณของหมอในตัวนางยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด!

"หยุดเดี๋ยวนี้!"

เสียงใสทว่าทรงพลังของเด็กสาวดังขึ้น ฉีกกระชากความโกลาหลนั้นให้หยุดชะงักลงชั่วขณะ ทุกสายตาพลันจับจ้องไปยังที่มาของเสียง ร่างเล็กบอบบางของหลินว่านชิวค่อยๆ ก้าวออกจากหลังพุ่มไม้ ใบหน้าขาวนวลของนางเคร่งขรึม แววตาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้ฉายประกายคมกล้าดุจใบมีด

หมอเฒ่าอู๋ก่วงชะงักมือที่กำลังกดสมุนไพรลงบนแผล ดวงตาหรี่ปรือของเขาหันขวับมามองนางด้วยความไม่พอใจ คิ้วขาวโพลนขมวดมุ่น "เจ้าเป็นใคร? เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม บังอาจมาสั่งข้ารึ!"

หลินว่านชิวไม่สนใจคำสบประมาทนั้น นางเดินตรงเข้าไปยังกลุ่มชาวบ้าน สายตาจับจ้องไปยังสมุนไพรสีเขียวคล้ำที่ถูกบดอย่างหยาบๆ ในมือของหมอเฒ่า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงชัดเจนหนักแน่น "ท่านผู้เฒ่าโปรดหยุดมือ! สมุนไพรในมือท่านใช้รักษาแผลสดมิได้! นั่นคือ 'หญ้าแสบทรวง' สรรพคุณของมันมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง ใช้สำหรับจี้หูดหรือตาปลาเท่านั้น หากนำมาพอกบาดแผลเปิดเช่นนี้ จะยิ่งทำให้เนื้อเยื่อเสียหายและอักเสบลุกลาม"

คำพูดของนางทำให้ชาวบ้านที่มุงดูอยู่โดยรอบเริ่มส่งเสียงฮือฮา พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

หมออู๋ก่วงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กสาวหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล เขาตวาดลั่น "เหลวไหลสิ้นดี! ข้าเป็นหมอในหมู่บ้านนี้มาหลายสิบปี รักษาคนมานับไม่ถ้วน เจ้าเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน จะมารู้อะไรดีไปกว่าข้า! หญ้าแสบทรวงนี่แหละคือยาชั้นดีในการห้ามเลือดและฆ่าเชื้อโรค!"

"ท่านเข้าใจผิดแล้ว" หลินว่านชิวโต้กลับอย่างไม่ลดละ "สรรพคุณห้ามเลือดของมันเกิดจากการกัดกร่อนผิวหนังจนไหม้เกรียมปิดปากแผล แต่มันก็จะทำลายเนื้อดีรอบๆ ไปด้วย วิธีนี้อาจใช้ได้กับสัตว์ป่า แต่กับคนแล้วนับว่าอันตรายเกินไป"

ชายหนุ่มผู้บาดเจ็บซึ่งกำลังตัวสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด เงยหน้ามองหลินว่านชิวด้วยแววตาเจือความหวังระคนสับสน ความเจ็บแสบร้อนที่แล่นปราดจากบาดแผลเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าคำพูดของเด็กสาวผู้นี้อาจเป็นความจริง

"แล้ว...แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า" ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นอย่างลังเล "อาหมิงเลือดไหลไม่หยุดเลย"

หลินว่านชิวไม่ตอบคำ แต่กวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว ในที่สุดนางก็ชี้ไปยังกอหญ้าเล็กๆ ที่ขึ้นอยู่ริมทางเดิน "สมุนไพรที่ควรใช้คือต้นนั้น 'หญ้าหยาดน้ำค้าง' มันมีสรรพคุณห้ามเลือด สมานแผล และมีฤทธิ์เย็น จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ เพียงนำใบของมันมาขยี้ให้ละเอียดแล้วพอกไว้บนแผลก็พอ"

ชาวบ้านหลายคนมองตามที่นางชี้ พวกเขารู้จักหญ้าชนิดนั้นดี มันเป็นเพียงวัชพืชที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่เคยมีใครบอกว่ามันใช้เป็นยาได้

หมออู๋ก่วงหัวเราะเยาะหยันเสียงดัง "ฮ่าๆๆ! นี่ข้าหูฝาดไปหรือไม่? จะให้ใช้หญ้าข้างทางนั่นมารักษาคนรึ? เจ้าเด็กน้อย เจ้าคงอ่านตำราพิสดารที่ไหนมามากไปกระมัง! อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อให้ชาวบ้านเขาไขว้เขว!"

จากนั้นเขาก็หันไปทางชายหนุ่มผู้บาดเจ็บและชาวบ้านคนอื่นๆ ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงข่มขู่ "พวกเจ้าจะเชื่อข้าที่เป็นหมอมาทั้งชีวิต หรือจะเชื่อคำพูดพล่อยๆ ของเด็กกำพร้าคนนี้! หากใครกล้าทำตามที่นางบอก ต่อไปถ้าเจ็บไข้ได้ป่วย ก็อย่าได้มาเหยียบบ้านข้าอีกเป็นอันขาด!"

คำขู่ของหมออู๋ก่วงได้ผลชะงัดนัก ในหมู่บ้านไป๋ลู่ที่มีหมอเพียงคนเดียว การถูกตัดขาดจากการรักษาพยาบาลถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ชาวบ้านที่เริ่มลังเลเมื่อครู่จึงพากันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก

ทว่าหลินว่านชิวกลับไม่สะทกสะท้าน นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของหมอเฒ่าแล้วกล่าวอย่างเย็นชา "การเป็นหมอมิได้วัดกันที่อายุขัย แต่วัดกันที่ความรู้และความสามารถในการช่วยชีวิตคน หากท่านยึดติดกับศักดิ์ศรีจอมปลอม จนมองข้ามความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย ท่านก็ไม่คู่ควรกับคำว่า 'หมอ' อีกต่อไป"

วาจาที่เชือดเฉือนราวคมมีดของนางทำให้ใบหน้าของหมออู๋ก่วงเปลี่ยนจากสีแดงเป็นเขียวคล้ำ เขาโกรธจนตัวสั่นเทา ชี้หน้านางพลางบริภาษอย่างสาดเสียเทเสีย "นางเด็กไร้การอบรม! ปากคอเราะราย! ข้าจะ...ข้าจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านให้มาจัดการเจ้า!"

แต่หลินว่านชิวไม่สนใจเขาอีกต่อไป นางหันไปมองชายหนุ่มที่ชื่ออาหมิง ซึ่งบัดนี้ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวเพราะความเจ็บปวดที่เกิดจากฤทธิ์ของหญ้าแสบทรวง นางเดินเข้าไปเด็ดใบหญ้าหยาดน้ำค้างมาหนึ่งกำมืออย่างรวดเร็ว วางมันลงบนหินสะอาดก้อนหนึ่งแล้วใช้หินอีกก้อนทุบเบาๆ จนใบไม้ช้ำและมีน้ำสีเขียวซึมออกมา

นางย่อตัวลงตรงหน้าชายหนุ่ม ยื่นสมุนไพรในมือให้เขาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น "ท่านพี่ เชื่อข้าเถิด นำนี่ไปพอกแผล ความเจ็บปวดของท่านจะทุเลาลงในไม่ช้า"

อาหมิงมองสมุนไพรในมือนาง สลับกับมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะของหมออู๋ก่วง เขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างที่สุด ด้านหนึ่งคือหมอเฒ่าที่ทุกคนในหมู่บ้านให้ความเคารพยำเกรง อีกด้านคือเด็กสาวแปลกหน้าที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับคำอธิบายที่ดูมีเหตุผลและแววตาที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ

เสียงร้องครวญครางของเขายังคงดังต่อเนื่อง ความเจ็บปวดมหาศาลกำลังบีบคั้นให้เขาต้องตัดสินใจ

หมออู๋ก่วงตะคอกลั่น "อาหมิง! เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้ารึ!"

ทว่าความทรมานทางกายนั้นรุนแรงกว่าความหวาดกลัวใดๆ ชายหนุ่มกัดฟันแน่น เหยียดมือที่สั่นเทาของตนออกไปอย่างเชื่องช้า...

ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จับจ้องเป็นจุดเดียว มือของเขากำลังจะตัดสินใจเลือกอนาคตการรักษาของตนเอง