ความมหัศจรรย์ของดินวิญญาณ
ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องจนแทบจะกลายเป็นจุดเดียว มือที่สั่นเทาของอาหมิงก็ตัดสินใจได้ในที่สุด เขามิได้สนใจเสียงคำรามด้วยโทสะของหมออู๋ก่วงอีกต่อไป ความเจ็บปวดแสบร้อนที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังนั้นรุนแรงเกินกว่าจะทนทานไหว ชายหนุ่มกัดฟันแน่น เอื้อมมือรับสมุนไพรที่บดแล้วจากมือของหลินว่านชิวอย่างเด็ดเดี่ยว
"ข้า...ข้าเชื่อเจ้า" เขาเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
หลินว่านชิวพยักหน้ารับน้อยๆ ดวงตาของนางยังคงสงบนิ่งดุจผืนน้ำในบ่อโบราณ "ท่านพี่วางใจเถิด"
หมออู๋ก่วงเห็นภาพนั้นก็โกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว "ดี! ดีนัก! พวกเจ้าทุกคนจำไว้! หากเกิดอะไรขึ้นกับอาหมิง อย่าได้มาหาข้าผู้นี้อีก!" กล่าวจบร่างท้วมของหมอเฒ่าก็สะบัดชายแขนเสื้ออย่างแรง เดินกระทืบเท้าปึงปังจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายแห่งความขุ่นแค้นและศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ
ชาวบ้านที่เหลือต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังแผ่นหลังของอาหมิง ซึ่งบัดนี้กำลังให้สหายช่วยพอกยาจากสมุนไพรสีเขียวเข้มของหลินว่านชิว
ชั่วเวลาเพียงหนึ่งถ้วยชา ความมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น!
เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดของอาหมิงค่อยๆ แผ่วลงจนเงียบสนิท สีหน้าที่ซีดเผือดราวคนตายของเขาเริ่มมีเลือดฝาดปรากฏขึ้นช้าๆ ชายหนุ่มลองขยับตัวเบาๆ ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "ความเจ็บปวด...ความเจ็บปวดมันหายไปแล้ว! ไม่เพียงเท่านั้น ข้ายังรู้สึกเย็นสบายตรงแผลอีกด้วย!"
คำอุทานของเขาเปรียบดั่งก้อนหินที่โยนลงไปในสระน้ำนิ่ง ก่อให้เกิดระลอกคลื่นแห่งความประหลาดใจแผ่ขยายไปทั่ววงล้อมของชาวบ้าน พวกเขามองหลินว่านชิวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากความกังขาและดูแคลน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความทึ่งและความเคารพยำเกรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
หลินว่านชิวเพียงยิ้มบางๆ นางไม่ได้กล่าววาจาโอ้อวดอันใดอีก เพียงก้มลงเก็บต้นกล้าหญ้าหยาดน้ำค้างที่ยังเหลืออยู่สองสามต้นซึ่งมีรากติดมาด้วยอย่างสมบูรณ์ใส่ลงในตะกร้าอย่างทะนุถนอม จากนั้นจึงโค้งคำนับให้ชาวบ้านเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว ข้าขอตัวก่อน น้องชายข้ายังรออยู่ที่กระท่อม"
นางหมุนกายจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใดได้ซักถาม ทิ้งให้ชาวบ้านยืนมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ที่บอบบางนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะบรรยาย
ตลอดเส้นทางกลับกระท่อมท้ายป่า จิตใจของหลินว่านชิวกระจ่างใสดุจท้องฟ้าหลังฝน การเผชิญหน้ากับหมออู๋ก่วงในวันนี้ ทำให้นางตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่ง แม้ความรู้ทางการแพทย์ที่นางมีจะล้ำหน้ากว่าคนในยุคนี้หลายขุม แต่การขาดแคลนวัตถุดิบและสมุนไพรคุณภาพสูงคืออุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุด หญ้าหยาดน้ำค้างที่เก็บได้ตามป่าเขานั้นมีสรรพคุณเพียงผิวเผิน หากต้องการรักษาโรคหอบหืดเรื้อรังของจื่อเซวียนให้หายขาด หรือกระทั่งสร้างตัวสร้างฐานะ นางจำต้องมีแหล่งสมุนไพรชั้นเลิศเป็นของตนเอง
ความคิดนั้นทำให้นางนึกถึง 'มิติหยกพฤกษา' สมบัติล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวที่ติดตัวนางมายังโลกใบนี้
เมื่อกลับถึงกระท่อมผุพัง นางเห็นหลินจื่อเซวียนนอนหลับอยู่บนเตียงไม้แคบๆ ใบหน้าเล็กๆ ของเขายังคงซีดเซียวแต่ก็ดูมีเลือดฝาดขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ลมหายใจก็สม่ำเสมอขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผลจากการที่นางแอบผสมน้ำทิพย์จากในมิติให้เขาดื่มเจือจางทุกวันเริ่มปรากฏผลแล้ว
หลินว่านชิวจัดผ้าห่มเก่าๆ คลุมร่างน้องชายให้ดี ก่อนจะเดินไปยังมุมหนึ่งของกระท่อมที่ลับตาคน นางสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงและเพ่งสมาธิไปยังปานรูปใบไม้บนข้อมือ พริบตาต่อมา ร่างของนางก็หายวับไปจากกระท่อม ปรากฏขึ้นอีกครั้งในดินแดนแห่งความฝัน
มวลอากาศภายในมิติยังคงสดชื่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดินและพืชพันธุ์ เรือนไม้เล็กๆ ตั้งอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ข้างกันนั้นคือบ่อน้ำทิพย์มรกตที่ส่งไอเย็นจางๆ ออกมาไม่ขาดสาย แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของหลินว่านชิวมากที่สุดคือแปลงดินสี่เหลี่ยมสามแปลงที่อยู่อีกฟากหนึ่ง ดินในแปลงเหล่านั้นมีสีดำขลับ ร่วนซุย และดูอุดมสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์
นี่คือ 'แปลงดินวิญญาณ' หัวใจสำคัญของการเพาะปลูกในมิติแห่งนี้
นางไม่รอช้า ค่อยๆ นำต้นกล้าหญ้าหยาดน้ำค้างออกมาจากตะกร้าอย่างระมัดระวัง ด้วยความรู้ความชำนาญของนักพฤกษศาสตร์ นางบรรจงปลูกต้นกล้าแต่ละต้นลงในแปลงดินวิญญาณแปลงแรก เว้นระยะห่างอย่างพอเหมาะเพื่อให้รากได้ชอนไชอย่างอิสระ จากนั้นจึงเดินไปตักน้ำจากบ่อน้ำทิพย์มรกตมารดรดต้นกล้าเหล่านั้นอย่างแผ่วเบา
ทันทีที่หยาดน้ำทิพย์สัมผัสกับใบและดินรอบๆ ต้นกล้า ปฏิกิริยาอันน่าทึ่งก็บังเกิดขึ้น! ใบหญ้าที่ดูอ่อนล้าจากการเดินทางพลันกลับมาตั้งตรงและเปล่งประกายสีเขียวสดใสยิ่งกว่าเดิม ราวกับพวกมันได้ดื่มด่ำกับของวิเศษชั้นยอด
หลินว่านชิวย่อกายลง เพ่งมองต้นกล้าที่เพิ่งปลูกด้วยความคาดหวัง และในวินาทีนั้นเองที่นางรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในดวงตาของตนเอง โลกในสายตาของนางพลันสว่างวาบขึ้นเล็กน้อย คล้ายมีม่านหมอกบางเบาถูกปัดเป่าออกไป เมื่อนางจ้องมองไปยังต้นหญ้าหยาดน้ำค้างอีกครั้ง ในห้วงสำนึกของนางพลันปรากฏตัวอักษรสีทองจางๆ ขึ้นมาเอง
*【หญ้าหยาดน้ำค้าง】*
*อายุ: หนึ่งเค่อ (สิบห้านาที)*
*สรรพคุณ: ห้ามเลือด (อ่อน), สมานแผล (อ่อน)*
*สถานะ: กำลังดูดซับพลังวิญญาณ*
หลินว่านชิวตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ! นี่มัน...นี่มันคือทักษะอะไรกัน? นางลองหันไปมองดินในแปลงที่ยังว่างอยู่ ตัวอักษรสีทองก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
*【ดินวิญญาณระดับต่ำ】*
*ความอุดมสมบูรณ์: สูง*
*แร่ธาตุ: สมบูรณ์พร้อม*
*สถานะ: พร้อมเพาะปลูก*
คลื่นความยินดีระลอกใหญ่ซัดสาดเข้าใส่หัวใจของนางอย่างจัง! นางไม่เพียงมีมิติส่วนตัว แต่บัดนี้ยังปลดล็อคความสามารถพิเศษที่เปรียบดั่งดวงตาแห่งสวรรค์สำหรับนักพฤกษศาสตร์อีกด้วย ‘เนตรสมุนไพร’ นี่คือชื่อที่นางตั้งให้มันในใจ ทักษะนี้จะทำให้นางสามารถประเมินคุณภาพและสรรพคุณของพืชพรรณได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
นางควบคุมความตื่นเต้นเอาไว้ พลางคิดว่าในเมื่อเวลาเพียงหนึ่งเค่อยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ถึงเพียงนี้ หากทิ้งไว้ข้ามคืนเล่า จะเกิดความมหัศจรรย์อันใดขึ้นอีก?
ด้วยความคิดนั้น นางจึงตัดสินใจออกจากมิติเพื่อพักผ่อนและปล่อยให้เวลาในดินแดนลับแลแห่งนี้ทำงานของมันไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่แสงแรกของวันสาดส่องเข้ามาทางรอยแตกของฝากระท่อม หลินว่านชิวก็ลืมตาตื่นขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่า สิ่งแรกที่นางทำคือการเข้าไปในมิติอีกครั้ง และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ทำให้นางต้องหยุดนิ่งราวกับถูกสาปให้เป็นหิน
จากแปลงดินที่เคยมีเพียงต้นกล้าเล็กๆ ปลูกอยู่อย่างหรอมแหรม บัดนี้กลับกลายเป็นทุ่งหญ้าหยาดน้ำค้างที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและเขียวขจี! ต้นหญ้าแต่ละต้นสูงเกือบหนึ่งฉื่อ ใบของมันหนาและใหญ่กว่าหญ้าที่นางพบบนภูเขาถึงเท่าตัว ที่สำคัญคือบนผิวใบยังมีประกายสีเขียวใสดุจหยกเนื้อดีเคลือบอยู่บางๆ ส่งกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นไปทั่วทั้งบริเวณ
หัวใจของหลินว่านชิวเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก นางรีบใช้ ‘เนตรสมุนไพร’ ของตนในทันที
*【หญ้าหยาดน้ำค้างวิญญาณ (กลายพันธุ์)】*
*อายุ: เทียบเท่าสิบปี*
*สรรพคุณ: ห้ามเลือดชั้นเลิศ, สมานแผลล้ำลึก, ฟื้นฟูพลังชีวิต (น้อย)*
*สถานะ: เติบโตเต็มที่ พร้อมเก็บเกี่ยว*
เทียบเท่าสิบปี! เพียงชั่วข้ามคืน สมุนไพรธรรมดากลับกลายพันธุ์และมีอายุเทียบเท่าสิบปี! สรรพคุณของมันก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากแค่ห้ามเลือดสมานแผลธรรมดา กลายเป็นยารักษาชั้นเลิศที่มีแม้กระทั่งคุณสมบัติในการฟื้นฟูพลังชีวิต! นี่มันไม่ใช่แค่เร็วกว่าปกติห้าเท่าตามที่นางเคยประเมินไว้คร่าวๆ แต่มันคือการสร้างของวิเศษขึ้นมาจากดินโดยแท้!
นี่คือพลังที่แท้จริงของมิติหยกพฤกษา! ขุมทรัพย์ที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้อย่างแท้จริง!
ด้วยสมุนไพรคุณภาพระดับนี้ การรักษาโรคให้น้องชาย การหาเงินทุน การทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของนาง...ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้!
ขณะที่หลินว่านชิวกำลังจมจ่อมอยู่กับความยินดีและความหวังที่สว่างไสวราวกับดวงตะวันอยู่นั้นเอง พลันมีเสียงตะโกนที่แฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดและละโมบดังมาจากด้านนอกกระท่อมอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง
"นังเด็กสารเลว! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ข้ารู้ว่าเจ้ากลับมาแล้ว! เอาของดีที่หามาได้จากบนเขาออกมาให้หมด!"
เสียงนั้น...เป็นเสียงของจางกุ้ยฮวา ป้าสะใภ้ใจโฉดของนางอย่างไม่ต้องสงสัย! คลื่นความยินดีเมื่อครู่มลายหายไปในทันที ถูกแทนที่ด้วยไอเย็นเยียบแห่งความเป็นจริงอันโหดร้ายที่รออยู่ภายนอกประตูไม้ผุๆ บานนั้น