ผงคันไล่สุนัขลอบกัด

เสียงตะโกนอันแหลมเล็กและหยาบกระด้างของจางกุ้ยฮวาดังขึ้นราวกับเสียงอสนีบาตฟาดลงกลางใจของหลินว่านชิวในบัดดล คลื่นความปีติยินดีที่เอ่อล้นจากการค้นพบพลังอันน่าอัศจรรย์ของมิติหยกพฤกษาสลายหายวับไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยไอเย็นเยียบแห่งความเป็นจริงอันโหดร้ายที่รอคอยอยู่ภายนอกประตูไม้ผุพัง

นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความโกรธที่ปะทุขึ้นมาให้สงบลง ดวงตาที่เคยเปล่งประกายด้วยความหวัง บัดนี้ฉายแววเย็นชาและเฉียบคมดุจน้ำแข็งพันปี นางไม่ใช่หลินว่านชิวคนเดิมที่อ่อนแอและขลาดเขลาอีกต่อไปแล้ว

ความคิดของนางแล่นเร็วดุจสายฟ้า หญ้าหยาดน้ำค้างวิญญาณในมิติคือสมบัติล้ำค่าที่มิอาจให้ผู้ใดล่วงรู้ได้โดยเด็ดขาด! นางรีบใช้ความคิดควบคุม เก็บเกี่ยวมันอย่างรวดเร็วแล้วนำไปเก็บไว้ในเรือนเก็บของกาลเวลาภายในมิติ จากนั้นจึงออกจากห้วงมิติกลับสู่โลกภายนอก

เสียงทุบประตูรัวๆ ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังกระท่อมให้ราบเป็นหน้ากลอง พร้อมด้วยเสียงด่าทอสาปแช่งที่ไม่ขาดสาย

"นังเด็กไร้หัวนอนปลายเท้า! คิดจะทำเป็นหูทวนลมรึ! รีบเปิดประตูให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้! หากเจ้ายังชักช้า ข้าจะพังเข้าไปแล้วเผากระท่อมซอมซ่อของเจ้าทิ้งเสีย!"

หลินว่านชิวเหลือบมองร่างเล็กๆ ของหลินจื่อเซวียนที่ยังคงหลับใหลอยู่บนเตียงอย่างสงบ โชคดีที่น้องชายของนางป่วยหนักจนร่างกายอ่อนเพลียเกินกว่าจะตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอึกทึกเหล่านี้ได้ แววตาของนางพลันฉายประกายมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวขึ้นมาอีกหลายส่วน เพื่อปกป้องน้องชายและอนาคตของพวกนาง นางพร้อมจะทำทุกอย่าง!

นางเดินไปหยิบตะกร้าสานใบเล็กที่วางอยู่มุมห้อง ภายในมีเห็ดป่าสีน้ำตาลสดใหม่ที่นางเก็บได้จากเชิงเขาก่อนหน้านี้วางอยู่ครึ่งค่อนตะกร้า จากนั้นจึงล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบห่อกระดาษน้ำมันเล็กๆ ที่พับไว้อย่างดีออกมาซ่อนไว้ในฝ่ามืออย่างแนบเนียน ทุกอย่างพร้อมแล้ว

นางก้าวไปเปิดประตูอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง เสียงไม้เสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าด แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นใบหน้าอันบิดเบี้ยวด้วยความละโมบของสองแม่ลูก จางกุ้ยฮวาและหลินเป่าจู

จางกุ้ยฮวามองสำรวจเข้ามาในกระท่อมด้วยสายตาดูแคลน เมื่อไม่พบสิ่งใดมีค่าก็หันมาจ้องเขม็งที่หลินว่านชิวและตะกร้าในมือของนาง "ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวออกมานะนังตัวดี! มีของดีอะไรซ่อนไว้ รีบเอาออกมาให้ข้าดูเสีย!"

หลินว่านชิวเพียงยืนนิ่ง ดวงตาเรียบเฉยราวกับสระน้ำไร้คลื่น "บ้านของข้าไม่มีของดีอะไรให้ท่านป้าสะใภ้ใหญ่มาค้นหรอกเจ้าค่ะ"

น้ำเสียงของนางเย็นชาและห่างเหินผิดกับเมื่อก่อน ทำให้จางกุ้ยฮวาชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากต่อว่าอันใด หลินเป่าจูที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พลันหวีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมสูงเจือความอิจฉาริษยา

"ท่านแม่ดูสิ! ดูหน้านังแพศยานี่สิ!" หลินเป่าจูชี้หน้าหลินว่านชิว "เหตุใดผิวพรรณของมันจึงดูผุดผ่องขึ้นเช่นนี้? ทั้งที่ควรจะอดอยากจนหน้าดำคร่ำเครียดแท้ๆ! นี่เจ้าแอบขโมยเงินไปซื้อเครื่องประทินโฉมที่ไหนมาสารภาพมานะ!"

คำพูดของหลินเป่าจูทำให้จางกุ้ยฮวาหรี่ตามองหลินว่านชิวอย่างพินิจพิเคราะห์ เป็นความจริงดังว่า ใบหน้าของหลานสาวนอกคอกที่เคยซีดเซียวอมเหลือง บัดนี้กลับดูมีเลือดฝากระจ่างใสขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังคงผอมแห้ง แต่กลับมีประกายชีวิตชีวาบางอย่างที่น่ารำคาญใจฉายออกมาจากดวงตาคู่นั้น

หลินว่านชิวรู้ดีว่านี่คือผลลัพธ์จากการดื่มน้ำทิพย์มรกตเจือจางทุกวันในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มันไม่เพียงช่วยฟื้นฟูร่างกายของนางจากภายใน แต่ยังช่วยขับของเสียและบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นางเพียงแค่นยิ้มที่มุมปาก "ลูกพี่ลูกน้องเป่าจูคงตาฝาดไปแล้ว คนที่แทบไม่มีข้าวก้นหม้อจะกรอกอย่างข้า จะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อของเหล่านั้นกัน"

"เจ้า!" หลินเป่าจูถูกยอกย้อนจนหน้าแดงก่ำ นางกระทืบเท้าอย่างขัดใจ "ไม่ต้องมาทำปากดี! ข้ารู้ว่าเจ้าต้องไปเจอของดีบนเขามาแน่ๆ! ท่านแม่ ดูในตะกร้านั่นสิ มีเห็ดป่าเต็มไปหมดเลย!"

สายตาทุกคู่พลันจับจ้องไปที่ตะกร้าในมือของหลินว่านชิว แววตาละโมบของจางกุ้ยฮวาลุกวาวขึ้นมาทันที เห็ดป่าพวกนี้แม้จะไม่ใช่ของหายาก แต่ในยามข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ก็นับเป็นอาหารชั้นดีที่ช่วยประทังชีวิตได้หลายมื้อ

"ดี! ดีมาก!" จางกุ้ยฮวาหัวเราะเสียงเย็น "ในเมื่อเจ้ารู้จักหาของป่ามาเลี้ยงปากท้อง แบบนี้ก็ไม่ต้องให้ข้าสิ้นเปลืองข้าวสารมาส่งเสียแล้ว เอามันมาให้ข้า!"

สิ้นคำพูด ร่างอ้วนท้วนของจางกุ้ยฮวาก็พุ่งเข้ามาหมายจะกระชากตะกร้าไปจากมือของหลินว่านชิวอย่างไม่รักษาน้ำใจ

ทว่าหลินว่านชิวเตรียมพร้อมไว้แล้ว! ในเสี้ยววินาทีที่จางกุ้ยฮวาและหลินเป่าจูถลันเข้ามาใกล้ นางก็คลี่ห่อกระดาษในมือออกอย่างรวดเร็ว ใช้นิ้วดีดผงสีน้ำตาลเข้มละเอียดที่อยู่ภายในให้กระจายออกไปเบื้องหน้าดุจม่านหมอกบางๆ

"สุนัขลอบกัดเช่นพวกท่าน สมควรได้รับของกำนัลเช่นนี้!"

ผงละเอียดลอยไปสัมผัสกับผิวหนังบริเวณใบหน้า ลำคอ และแขนของสองแม่ลูกที่ไม่ได้ทันระวังตัว ในตอนแรก พวกนางยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ จางกุ้ยฮวายังคงยื่นมือหมายจะคว้าตะกร้าให้ได้

แต่เพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น!

"โอ๊ย! อะไรกันนี่!" หลินเป่าจูร้องกรี๊ดขึ้นมาก่อน นางรู้สึกราวกับมีมดนับพันตัวกำลังไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนใบหน้าและลำคอ ความคันยุบยิบแล่นปราดไปทั่วร่างอย่างรวดเร็วจนแทบทนไม่ไหว นางเริ่มใช้เล็บข่วนเกาใบหน้าของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

"คัน! คันเหลือเกิน! ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย! มันคันไปหมดแล้ว!"

จางกุ้ยฮวาเองก็ไม่ต่างกัน ใบหน้าที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความโลภ บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน นางรู้สึกคันคะเยอไปทั่วทั้งตัวราวกับถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงพร้อมๆ กัน ความคันนั้นรุนแรงเสียจนนางลืมเรื่องเห็ดป่าไปโดยสิ้นเชิง สองมือของนางยกขึ้นมาเกาที่หน้าและคอของตนเองอย่างลืมตัว จนใบหน้าเริ่มปรากฏรอยแดงเป็นปื้นๆ

"นังเด็กสารเลว! เจ้าใช้อะไรกับพวกข้า!" จางกุ้ยฮวาแผดเสียงร้องด้วยความโกรธปนความเจ็บปวดทรมาน

หลินว่านชิวยืนกอดอกมองภาพสองแม่ลูกที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอย่างน่าสมเพชด้วยแววตาเย็นชา "ข้าเพียงแค่ต้อนรับแขกที่มิได้รับเชิญด้วยของดีจากป่าเท่านั้นเองเจ้าค่ะ...ผงจากฝักหมามุ่ยป่า ให้ผลดีเกินคาดจริงๆ"

เมื่อได้ยินคำว่า 'หมามุ่ยป่า' ใบหน้าของสองแม่ลูกก็พลันซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม หมามุ่ยเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวบ้านถึงความคันร้ายกาจของมัน ใครโดนเข้าไปเป็นต้องทรมานอยู่หลายชั่วยามกว่าจะทุเลา

"กรี๊ดดด! นังตัวดี! เจ้ากล้าดียังไง! ข้าจะฆ่าเจ้า!" หลินเป่าจูทั้งเกาทั้งกรีดร้อง น้ำตาไหลพรากปนเปกับน้ำมูก ใบหน้าที่เคยพอจะดูได้ บัดนี้แดงเถือกบวมเป่งจนน่าเกลียดน่ากลัว

"กลับบ้าน! กลับไปล้างตัวเร็วเข้า!" จางกุ้ยฮวายังพอมีสติอยู่บ้าง นางลากแขนลูกสาว พลางหันมามองหลินว่านชิวด้วยสายตาอาฆาตแค้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เจ้า...เจ้าคอยดูเถอะ! เรื่องนี้ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่! ข้าจะไปฟ้องท่านลุงของเจ้า! ให้เขามาจัดการกับนังเด็กอกตัญญูอย่างเจ้า!"

พูดจบ สองแม่ลูกก็พากันวิ่งสะดุดขาตัวเองเผ่นหนีกลับบ้านไปอย่างทุลักทุเล เสียงร้องโหยหวนด้วยความคันยังคงดังแว่วมาเป็นระยะๆ จนกระทั่งลับหายไป

หลินว่านชิวยืนมองตามไปจนสุดสายตา รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปาก นี่เป็นเพียงการสั่งสอนบทแรกเท่านั้น หากครอบครัวนั้นยังไม่สำนึกและยังคิดจะมาระรานนางกับน้องชายอีก บทเรียนครั้งต่อไปจะรุนแรงกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่า!

นางปิดประตูกระท่อมลงอย่างแผ่วเบา สกัดกั้นโลกภายนอกที่โหดร้ายออกไป เหลือเพียงความเงียบสงบภายในที่พักพิงเล็กๆ แห่งนี้ นางมองตะกร้าเห็ดป่าในมือ...อาหารมื้อแรกที่นางหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง และปกป้องมันไว้ได้ด้วยสติปัญญาของตนเอง มันคือสัญลักษณ์แห่งความหวัง และเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมา