ตอนที่ 2
***บทที่ 2: มิติพฤกษาหมื่นกำเนิด***
คลื่นความรู้สึกยินดีระคนสะท้านใจถาโถมเข้าใส่ไป๋จื่อเหยาอีกระลอกหนึ่ง การมีปากกาหมึกซึมด้ามนั้นอยู่ในมือคือหลักฐานอันหนักแน่นที่สุดว่าสวรรค์มิได้ทอดทิ้งนางโดยสิ้นเชิง!
นางกำปากกาในมือแน่น สูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นที่เต้นเร่าอยู่ในอก พลังที่คุ้นเคยสายนี้... 'มิติพฤกษาหมื่นกำเนิด' สมบัติวิเศษที่นางบังเอิญได้มาในชาติที่แล้ว มันคือต้นเหตุที่นำพาทั้งความรุ่งโรจน์และความพินาศมาสู่ชีวิตนาง และบัดนี้มันได้หวนคืนมาอีกครั้ง
นางไม่ลังเลที่จะทดสอบมันให้แน่ใจอีกครั้ง ไป๋จื่อเหยาหลับตาลง เพ่งสมาธิไปที่ปานรูปใบไม้สีเขียวจางบนข้อมือซ้าย พลันบังเกิดความรู้สึกราวกับถูกดูดกลืนเข้าไปในห้วงวังวนอันไร้ที่สิ้นสุด
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ห้องทำงานที่หรูหราโอ่อ่าหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยแดนสวรรค์บนดินที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ผืนดินอุดมสมบูรณ์ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา อากาศบริสุทธิ์สดชื่นจนปอดแทบจะขยายตัวด้วยความยินดี ลำธารสายเล็กทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดมังกรไหลเอื่อยอยู่เบื้องหน้า ใจกลางของมิติแห่งนี้คือต้นไม้โบราณขนาดมหึมาที่แผ่กิ่งก้านสาขาราวกับจะโอบอุ้มท้องฟ้าเอาไว้ นี่คือ 'ต้นไม้แห่งชีวิต' แกนกลางของมิติพฤกษาหมื่นกำเนิด
"กลับมาแล้ว... ข้ากลับมาแล้วจริงๆ" นางพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
นางเดินไปที่ริมลำธาร วักน้ำใสสะอาดขึ้นมาล้างหน้า ความเย็นสดชื่นชะล้างความเหนื่อยล้าและความขุ่นข้องหมองใจจากชั่วโมงก่อนหน้าให้มลายหายไปสิ้น บาดแผลทางใจจากการถูกหักหลังในชาติก่อนที่ยังคงกัดกินนางอยู่เงียบๆ พลันได้รับการปลอบประโลม
ทว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาซาบซึ้งกับโชคชะตา! นางมีเวลาสิบปีเต็มในการเตรียมการ และทุกวินาทีมีค่าดุจทองคำ
ความคิดหนึ่งวาบขึ้นมาในหัว... ระบบพื้นที่เก็บของรักษาสภาพ (Absolute Storage)!
ในชาติก่อน คุณสมบัติที่นางใช้งานบ่อยที่สุดคือความสามารถในการเก็บรักษาสิ่งของให้คงอยู่ในสภาพเดิม ณ วินาทีที่ถูกเก็บเข้าไป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม ของร้อนจะยังคงร้อน ของสดจะยังคงสดใหม่ไม่มีวันเน่าเปื่อย
เพื่อทดสอบ ไป๋จื่อเหยารวบรวมสมาธิอีกครั้ง จิตของนางทะลวงออกจากมิติกลับสู่ร่างเดิมในห้องทำงาน นางลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าถือและกุญแจรถ เดินออกจากห้องทำงานด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับประธานบริษัทที่เพียงต้องการออกไปพักผ่อนสายตา
นางขับรถไปยังร้านชาและภัตตาคารชื่อดังที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัท สั่งชาร้อนหลงจิ่งเกรดดีที่สุดหนึ่งกา ติ่มซำนึ่งสดใหม่หลายเข่ง และขนมเปี๊ยะอบร้อนๆ อีกหนึ่งกล่องใหญ่ พนักงานนำทุกอย่างมาบรรจุอย่างดีในถุงกระดาษสำหรับนำกลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงลานจอดรถ ไป๋จื่อเหยามองซ้ายขวาจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดสนใจ นางวางถุงอาหารทั้งหมดไว้บนเบาะข้างคนขับ เอื้อมมือไปสัมผัสถุงกระดาษเบาๆ พร้อมกับตั้งจิต "เก็บ!"
*วูบ!*
ถุงอาหารทั้งหมดหายวับไปจากเบาะรถในพริบตา!
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของไป๋จื่อเหยา นางขับรถกลับไปยังบริษัทด้วยหัวใจที่พองโต นี่คือไพ่ตายที่สำคัญที่สุดของนางในการรับมือวันสิ้นโลก!
นางกลับไปนั่งในห้องทำงาน ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่มือนางไม่ได้หยุดนิ่ง นางดึงกระดาษเปล่าออกมาจากเครื่องพิมพ์ เริ่มร่างแผนการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
*รายการเสบียงที่ต้องกว้านซื้อ:*
* ข้าวสาร, แป้งสาลี, ธัญพืชทุกชนิด เป้าหมาย: หนึ่งแสนตันเป็นอย่างน้อย
* เกลือ, น้ำตาล, เครื่องปรุงรส เป้าหมาย: ต้องเพียงพอสำหรับคนหนึ่งพันคนบริโภคได้ห้าสิบปี
* เนื้อสัตว์แช่แข็ง, อาหารทะเล, อาหารกระป๋องทุกประเภท...
* น้ำดื่มบรรจุขวด, เมล็ดพันธุ์พืช, ยาและเวชภัณฑ์...
รายการถูกเขียนต่อกันยาวเหยียด จากเสบียงอาหารก็ขยายไปสู่สิ่งจำเป็นอื่นๆ
*รายการวัสดุก่อสร้างป้อมปราการ:*
* เหล็กเส้น, เหล็กกล้าคุณภาพสูง, คอนกรีตผสมเสร็จ
* แผงโซลาร์เซลล์, กังหันลม, แบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่
* ระบบกรองน้ำ, อุปกรณ์การเกษตร, เครื่องมือช่างทุกชนิด
* อาวุธ... ปืน... กระสุน...
นางเขียนไปพลาง ขบคิดถึงรายละเอียดปลีกย่อยในชาติก่อนไปพลาง ความทรงจำอันเจ็บปวดเหล่านั้น บัดนี้ได้กลายเป็นข้อมูลล้ำค่าที่ไม่มีใครเทียบได้
เวลาผ่านไปราวสี่ชั่วโมงเต็ม ท้องฟ้าข้างนอกเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มยามเย็น ไป๋จื่อเหยาวางปากกาลง ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ถึงเวลาพิสูจน์ขั้นสุดท้ายแล้ว
นางหลับตาลง ตั้งจิตไปยังอาหารที่เก็บไว้ในมิติ "ออกมา"
พลันปรากฏไอร้อนกรุ่นกำจายขึ้นบนโต๊ะทำงานของนาง ชาหลงจิ่งในกายังคงร้อนจัดจนมีควันสีขาวลอยขึ้นเป็นสาย ติ่มซำในเข่งยังอุ่นนุ่มราวกับเพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ๆ ขนมเปี๊ยะยังคงความกรอบนอกนุ่มในอย่างสมบูรณ์แบบ
ไป๋จื่อเหยารินชาใส่ถ้วย จิบเบาๆ รสชาติและอุณหภูมิไม่ผิดเพี้ยนไปจากตอนที่ซื้อมาแม้แต่น้อย
"ยอดเยี่ยม!" นางอุทานออกมาเบาๆ ความมั่นใจพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ด้วยความสามารถนี้ การรวบรวมเสบียงสำหรับสิบปีข้างหน้าก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป!
หลังจากจัดการกับอาหารว่างมื้อค่ำอย่างพึงพอใจ ไป๋จื่อเหยาก็ตัดสินใจเข้าสำรวจมิติพฤกษาหมื่นกำเนิดอีกครั้งอย่างละเอียด นางต้องการทราบว่านอกจากต้นไม้แห่งชีวิต ลำธาร และผืนดินอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่อีกหรือไม่
นางเดินลึกเข้าไปยังใจกลางของมิติ ผ่านต้นไม้แห่งชีวิตไป ที่ซึ่งในชาติก่อนนางไม่เคยสนใจจะสำรวจอย่างจริงจังนัก เพราะมัวแต่หลงระเริงอยู่กับความรักจอมปลอมของหลินจื่อเซวียน
และแล้วนางก็พบมัน...
ตั้งตระหง่านอยู่บนลานศิลาเรียบกว้าง คือแท่นศิลาขนาดมหึมาที่ดูโบราณและแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจอันลึกลับ มันมีลักษณะคล้ายโม่หินขนาดใหญ่ แต่โครงสร้างซับซ้อนกว่ามาก มีช่องขนาดใหญ่สำหรับป้อนวัตถุดิบอยู่ด้านบน และมีรางสำหรับให้ผลลัพธ์ไหลออกมาอยู่ด้านล่าง ที่ด้านข้างของแท่นศิลามีอักขระโบราณสลักเอาไว้ นางไม่เคยเห็นอักขระเหล่านี้มาก่อน แต่กลับสามารถเข้าใจความหมายของมันได้ในทันทีที่มอง
*‘เครื่องบดวิญญาณสกัดปุ๋ย’*
หัวใจของไป๋จื่อเหยากระตุกวูบ! นางไม่เคยพบเห็นสิ่งนี้ในชาติก่อน! หรือเป็นเพราะนางไม่เคยเดินมาลึกถึงเพียงนี้กันแน่?
ขณะที่นางก้าวเข้าไปใกล้ พลันมีกระแสข้อมูลสายหนึ่งไหลเข้าสู่จิตสำนึกของนางโดยตรง อธิบายถึงคุณสมบัติของเครื่องจักรโบราณชิ้นนี้ มันสามารถย่อยสลาย 'สสารชีวภาพ' ทุกชนิดให้กลายเป็นปุ๋ยทิพย์ระดับสูงสุด เพื่อใช้บำรุงต้นไม้แห่งชีวิตและผืนดินในมิติแห่งนี้ให้คงความศักดิ์สิทธิ์เอาไว้
แต่สิ่งที่ทำให้ไป๋จื่อเหยาต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ คือประโยคสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นในหัว...
*‘เครื่องบดวิญญาณสกัดปุ๋ย... กำลังรอคอยวัตถุดิบในการใช้งานครั้งแรก’*
พลันภาพของซากศพเดินดิน หรือซอมบี้ที่น่าสยดสยองในวันสิ้นโลกก็ผุดขึ้นมาในความคิด... ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาแต่เสแสร้งของหลินจื่อเซวียน และใบหน้าที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวขาวของไป๋รั่วเสวี่ย
รอยยิ้มอันเย็นชาและงดงามที่สุดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของไป๋จื่อเหยาอีกครั้ง นางมองไปยังช่องป้อนวัตถุดิบที่มืดมิดและลึกล้ำของเครื่องบดวิญญาณเบื้องหน้า แววตาของนางทอประกายเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งพันปี
"วัตถุดิบ... ในอนาคต... ข้าคงมีวัตถุดิบชั้นเลิศให้เจ้าได้ลิ้มลองอย่างเหลือเฟือแน่นอน"