ตอนที่ 9

***บทที่ 9: แผนชั่วที่ถูกบดขยี้***

ม่านราตรีโรยตัวลงมาอย่างเงียบเชียบ ปกคลุมสันเขาซ่อนมังกรด้วยโทนสีน้ำหมึก แสงไฟจากเขตก่อสร้างยังคงสว่างไสวราวกับดวงดาวบนผืนดิน แต่ดวงตาของไป๋จื่อเหยากลับจับจ้องไปยังจุดมืดมิดที่อยู่ไกลออกไป

ขบวนรถยนต์สีดำสนิทจอดนิ่งสนิทอยู่ริมถนนลูกรัง ประหนึ่งอสรพิษร้ายที่ซุ่มรอจังหวะฉกเหยื่อ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาแม้จะอยู่ห่างไกลหลายกิโลเมตร ก็มิอาจรอดพ้นจากสายตาอันเฉียบคมของนางไปได้

"พวกมันมาแล้ว" น้ำเสียงของนางเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งพันปี ขณะจรดปลายนิ้วลงบนหน้าจอระบบสื่อสารภายใน

เพียงชั่วอึดใจ เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นของฉู่เหยียนเฉินก็ดังตอบกลับมา "รับทราบครับนายหญิง คนของเราจับตาดูอยู่ทุกฝีก้าว"

ไป๋จื่อเหยามิได้เอ่ยคำใดต่อ นางเพียงแค่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังชมละครฉากหนึ่งเท่านั้น ดวงตาหงส์คู่งามทอประกายเย็นชา หยามหยัน และ... สมเพช

โง่เขลา! พวกมันยังคงโง่เขลาไม่เปลี่ยน ในเมื่อเล่นงานนางซึ่งหน้าไม่ได้ ก็คิดจะใช้วิธีสกปรกในเงามืดเช่นนี้หรือ? ช่างเป็นความคิดที่ตื้นเขินและน่าหัวร่อสิ้นดี

ในชาติก่อน นางอาจจะตื่นตระหนกและหวาดหวั่น แต่ไป๋จื่อเหยาในยามนี้คือผู้ที่กลับมาจากความตาย คือผู้ที่มองเห็นกระดานหมากทั้งกระดานจนทะลุปรุโปร่งแล้ว

"พวกมันไม่ได้มีเพียงขบวนรถนั่น" ฉู่เหยียนเฉินรายงานต่อ "มีกลุ่มคนอีกชุดหนึ่งแฝงตัวอยู่บริเวณทางลงเขาด้านทิศตะวันตก คาดว่าขบวนรถเป็นเพียงตัวล่อ เป้าหมายที่แท้จริงคือการดักรอจังหวะที่นายหญิงเดินทางกลับ"

"ดี" ไป๋จื่อเหยาแค่นเสียงในลำคอ "เช่นนั้นข้าจะเล่นตามน้ำไปกับพวกมันสักหน่อย... เตรียมคนให้พร้อม เมื่อข้าให้สัญญาณ ก็จัดการปิดฉากได้ทันที"

"ขอรับ!"

หลังจากวางสาย ไป๋จื่อเหยาหันไปมองภาพความคืบหน้าของป้อมปราการเหล็กจิ่วหยวนอีกครั้ง โครงสร้างเหล็กกล้าสูงตระหง่านเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว นางทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสร้างรังที่ปลอดภัยที่สุดแห่งนี้ และจะไม่ยอมให้มดปลวกตัวใดมาแทะเล็มทำลายมันได้เด็ดขาด

นางลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แววตาที่เคยเย็นชากลับฉายแวว "หวาดระแวง" และ "เร่งรีบ" ขึ้นมาอย่างแนบเนียน นางเดินออกจากห้องทำงานด้วยฝีเท้าที่ดูร้อนรน ตะโกนสั่งงานกับหัวหน้าคนงานสองสามประโยค ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังรถยนต์ส่วนตัวที่จอดรออยู่

ทุกการกระทำของนางล้วนตกอยู่ในสายตาของ "หนอน" ที่แฝงตัวปะปนอยู่กับคนงาน ซึ่งรีบส่งข่าวไปยังผู้บงการทันที

รถยนต์ของไป๋จื่อเหยาเคลื่อนตัวออกจากเขตก่อสร้างอย่างช้าๆ มุ่งหน้าลงจากสันเขาซ่อนมังกรตามเส้นทางปกติ แสงไฟหน้ารถสาดส่องไปเบื้องหน้า เผยให้เห็นเพียงความมืดมิดของป่ายามค่ำคืน

เมื่อรถเลี้ยวเข้าโค้งหักศอกที่อับสายตาที่สุด ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำสี่ห้าคนก็กระโจนออกมาจากพงหญ้าข้างทาง ปิดล้อมรถของนางเอาไว้ในพริบตา พวกมันถือท่อนเหล็กและมีดอยู่ในมือ ใบหน้าถมึงทึงเต็มไปด้วยจิตสังหาร

คนขับรถซึ่งเป็นคนของฉู่เหยียนเฉินแสร้งทำเป็นตื่นตระหนก เหยียบเบรกกะทันหัน

"พวกแกเป็นใคร! ต้องการอะไร!" เขาตะโกนถามเสียงสั่น

หนึ่งในกลุ่มคนร้ายเดินเข้ามาเคาะกระจกอย่างแรง "ส่งนังผู้หญิงในรถออกมาซะ! คุณหนูไป๋จื่อเหยา หากไม่อยากเจ็บตัวก็ลงมาดีๆ!"

ไป๋จื่อเหยาเปิดประตูรถก้าวลงไป ใบหน้า "ซีดเผือด" ดวงตาสั่นระริกราวกับลูกกวางที่ตื่นกลัว "พวก... พวกเจ้าเป็นคนของใคร?"

ชายหัวหน้ายิ้มเหี้ยม "ไม่ต้องรู้หรอก แค่ตามพวกเราไปเงียบๆ นายของพวกเราแค่อยากจะ 'คุย' ด้วยเท่านั้น และแน่นอนว่าอยากจะ 'ขอยืม' เงินสักก้อนโตๆ จากคุณหนูด้วย!"

"ข้าไม่ไป!" ไป๋จื่อเหยาแสร้งขัดขืน

"งั้นก็อย่าหาว่าพวกข้าใจร้าย!" ชายคนนั้นตวาดลั่น ก่อนจะพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าแขนของนาง

ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง!

เงาร่างหลายสายพลันพุ่งออกมาจากความมืดโดยรอบเร็วกว่าสายลม! พวกเขาคือหน่วยคุ้มกันชั้นยอดของฉู่เหยียนเฉินที่ซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว การเคลื่อนไหวของพวกเขารวดเร็วและเงียบกริบ ประหนึ่งพยัคฆ์ร้ายที่ซุ่มจู่โจมเหยื่อ

เหล่าชายชุดดำยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ ก็ถูกจัดการจนสิ้นฤทธิ์ลงไปกองกับพื้นในชั่วพริบตา ไม่แม้แต่จะมีโอกาสได้ส่งเสียงร้องออกมาสักแอะ

ฉากละครอันตื่นตระหนกเมื่อครู่หายวับไปกับตา ไป๋จื่อเหยากลับคืนสู่สีหน้าเรียบเฉยเย็นชาดังเดิม นางปรายตามองร่างที่นอนสลบไสลบนพื้นอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันไปหาฉู่เหยียนเฉินที่ก้าวออกมาจากเงามืด

"ได้ตัวการแล้วใช่หรือไม่?" นางถามเสียงเรียบ

ฉู่เหยียนเฉินพยักหน้ารับ "พวกมันสารภาพหมดเปลือกแล้วครับ ผู้จ้างวานคือหลินจื่อเซวียนและไป๋รั่วเสวี่ย พวกมันโอนเงินค่าจ้างก้อนแรกให้กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เมื่อสามวันก่อน"

"หลักฐานการโอนเงิน?"

"อยู่ในโทรศัพท์ของหัวหน้ากลุ่มครับ เราเก็บไว้แล้ว"

ไป๋จื่อเหยายกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา... ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน สองคนนั่นสิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องหันมาใช้วิธีโง่ๆ เช่นนี้

"ยังขาดอีกอย่าง" นางเอ่ยขึ้น ก่อนจะแบมือออก ในชั่วพริบตาที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น แผ่นข้อมูลขนาดจิ๋วก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือขาวผ่องของนางราวกับ变戏法 (มายากล) มันคือสิ่งที่นางเตรียมการไว้ล่วงหน้าและเก็บซ่อนไว้ในมิติพฤกษาหมื่นกำเนิด ที่ซึ่งปลอดภัยที่สุดในโลก

"ในนี้คือหลักฐานการยักยอกเงินและฟอกเงินทั้งหมดของหลินจื่อเซวียนสมัยที่ยังอยู่ในไป๋กรุ๊ป รวมทั้งเส้นทางการเงินที่น่าสงสัยของไป๋รั่วเสวี่ย และที่สำคัญที่สุด...คือไฟล์บันทึกเสียงการสนทนาทั้งหมดเมื่อครู่นี้ ส่งทั้งหมดนี้ไปให้ตำรวจพร้อมกับคนพวกนี้ บอกพวกเขาว่านี่คือคดีพยายามลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่และพยายามฆ่า"

แววตาของฉู่เหยียนเฉินฉายแววชื่นชม เขาโค้งคำนับรับแผ่นข้อมูลนั้นมาอย่างนอบน้อม "เข้าใจแล้วครับนายหญิง ด้วยหลักฐานทั้งหมดนี้ พวกมันสองคนไม่มีทางรอดพ้นจากเงื้อมมือกฎหมายไปได้แน่นอน"

"ข้าไม่ต้องการให้พวกมันแค่ติดคุก" ไป๋จื่อเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก "ข้าต้องการให้พวกมันถูกอายัดทรัพย์สินทั้งหมด ถูกฟ้องร้องจนล้มละลาย กลายเป็นบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีดำในระบบการเงินไปตลอดชีวิต... ข้าต้องการให้พวกมันสิ้นหวังอย่างแท้จริง"

"รับประกันว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามประสงค์ของนายหญิงครับ"

...

สองวันต่อมา ภายในห้องทำงานชั่วคราวบนสันเขาซ่อนมังกร

ไป๋จื่อเหยานั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม บนโต๊ะเบื้องหน้ามีเพียงถ้วยชาหลงจิ่งชั้นเลิศที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น และแท็บเล็ตเครื่องบางที่กำลังฉายข่าวภาคค่ำ

"...จากเหตุการณ์อุกอาจพยายามลักพาตัวทายาทสาวแห่งอดีตไป๋กรุ๊ป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปสำนวนคดีแล้ว โดยมีผู้บงการคือนายหลินจื่อเซวียน และนางสาวไป๋รั่วเสวี่ย ซึ่งมีแรงจูงใจมาจากการต้องการทรัพย์สินเงินทอง ศาลได้อนุมัติหมายจับและดำเนินการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ต้องหาทั้งสองในทันที นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบว่าทั้งสองมีส่วนพัวพันกับคดีฉ้อโกงและฟอกเงินอีกหลายกระทง ส่งผลให้ธนาคารทุกแห่งประกาศขึ้นบัญชีดำบุคคลทั้งสอง ทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ ได้อีกต่อไป เรียกได้ว่าเป็นการสิ้นสุดอนาคตในวงสังคมและกลายเป็นบุคคลล้มละลายโดยสมบูรณ์..."

ภาพบนหน้าจอตัดไปที่หลินจื่อเซวียนและไป๋รั่วเสวี่ยที่ถูกควบคุมตัวออกจากบ้านพัก สภาพของทั้งคู่ดูไม่ได้ หลินจื่อเซวียนที่เคยหล่อเหลาบัดนี้ซูบตอบแววตาเลื่อนลอย ส่วนไป๋รั่วเสวี่ยที่เคยงดงามราวบุปผาขาวก็กรีดร้องโวยวายอย่างเสียสติ ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับคนบ้า

ไป๋จื่อเหยายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ มุมปากปรากฏรอยยิ้มที่มองไม่เห็นถึงความยินดี มีเพียงความว่างเปล่าอันเย็นชา

ชาติก่อน พวกมันเหยียบย่ำนางจนจมดิน ผลักนางเข้าสู่ฝูงอสูรร้ายเพื่อชิงมิติของนางไปเสวยสุข ชาตินี้นางเพียงแค่ใช้อุบายเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถบดขยี้อนาคตของพวกมันจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงได้แล้ว

นี่มันช่างง่ายดาย... และน่าสมเพชเหลือเกิน

นางปิดหน้าจอข่าวอย่างไร้เยื่อใย โทษทัณฑ์ทางกฎหมายของโลกมนุษย์เป็นเพียงแค่อาหารเรียกน้ำย่อยเท่านั้น

ดวงตาของนางเหลือบไปมองปฏิทินดิจิทัลบนผนัง ตัวเลขสีแดงสดกำลังนับถอยหลังอย่างไม่หยุดยั้ง เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบปีเต็มแล้ว...

เมื่อวันแห่งความวิปโยคมาถึง เมื่อกฎหมายและระเบียบของสังคมมนุษย์ล่มสลายลง เมื่อนั้นแหละ... คือเวลาที่การชำระแค้นที่แท้จริงของนางจะเริ่มต้นขึ้น

ไป๋จื่อเหยาหันกลับไปมองภาพป้อมปราการเหล็กที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ ความคิดหนึ่งผุดวาบขึ้นในใจพร้อมกับรอยยิ้มอันน่าพรั่นพรึง

เครื่องบดวิญญาณสกัดปุ๋ยในมิติของนาง...ยังไม่เคยได้ลิ้มลอง "วัตถุดิบ" ชั้นเลิศเลยสักครั้ง บางที...ในอนาคตอันใกล้นี้ นางอาจจะต้องเตรียมพื้นที่ว่างในชั้นใต้ดิน B1 ไว้ต้อนรับ "แขกเก่า" ทั้งสองคนเสียแล้ว