ตอนที่ 2
***บทที่ 2: ระบบห้างสรรพสินค้าข้ามมิติ***
เสียงกรีดร้องราวกับเชือดไก่ของจางชุ่ยฮวาปลุกให้เสิ่นต้าไห่และเสิ่นต้ากุ้ยผู้เป็นสามีและลูกชายได้สติจากความตื่นตะลึง สองพ่อลูกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะพุ่งเข้าหาเสิ่นหว่านชิวตามคำบัญชา
เสิ่นหว่านชิวประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว นางไม่คิดจะเปลืองแรงต่อกรกับบุรุษร่างกำยำสองคนอย่างโง่เขลา การผลักจางชุ่ยฮวาเมื่อครู่เป็นเพียงการประกาศกร้าวว่านางไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอดอีกต่อไป เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปะทะซึ่งหน้าให้บาดเจ็บ
นางยืนนิ่ง ปล่อยให้แขนทั้งสองข้างถูกจับกระชากอย่างแรง ร่างกายที่ผอมบางถูกลากถูลู่ถูกังไปทางห้องเก็บฟืนท้ายบ้าน ดวงตาของนางยังคงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
“จับมันไปขังไว้! ไม่ต้องให้ข้าวให้น้ำ! นังลูกเนรคุณ! ปล่อยให้มันสำนึกผิดอยู่ในนั้น!” จางชุ่ยฮวาตะโกนไล่หลังเสียงแหบพร่า ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น
เสิ่นเจียวเจียวยืนอยู่ข้างๆ มารดา ดวงตาหงส์ของนางฉายแววเป็นกังวล แสร้งทำเป็นร้องเรียกเสียงอ่อน “หว่านชิว... น้องรอง รีบขอโทษท่านแม่เร็วเข้า...” ทว่ามุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยและแววตาที่เปี่ยมด้วยความสมใจนั้นกลับไม่อาจรอดพ้นสายตาของเสิ่นหว่านชิวไปได้
ปัง!
บานประตูไม้เก่าซอมซ่อถูกกระแทกปิดลง พร้อมกับเสียงลงดาลั่นกุญแจจากด้านนอก ความมืดและความอับชื้นโถมเข้าใส่ร่างของเสิ่นหว่านชิวในทันที
ภายในห้องเก็บฟืนที่ทั้งมืดและเย็น มีเพียงแสงสลัวที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังดินเข้ามา กลิ่นฝุ่นและไม้แห้งเก่าๆ ลอยคละคลุ้ง เสิ่นหว่านชิวพิงร่างกับกองฟืนอย่างอ่อนแรง ความหิวที่ถูกกดไว้ก่อนหน้านี้เริ่มกัดกินกระเพาะอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท้องของนางร้องประท้วงเสียงดัง ความเจ็บปวดจากความหิวโหยทำให้หน้ามืดตาลาย ราวกับมีเข็มนับพันทิ่มแทงอยู่ภายใน
นางรู้ดีว่านี่คือแผนของจางชุ่ยฮวา ต้องการใช้ความหิวทรมานให้นางยอมจำนน แต่สำหรับนางในตอนนี้ ความตายในชาติก่อนยังน่าหวาดหวั่นกว่าความหิวโหยเพียงแค่นี้มากนัก
ทว่าร่างกายในยุคเจ็ดศูนย์นี้ช่างอ่อนแอเกินไป พลังงานที่ใช้ในการต่อปากต่อคำและปะทะกับครอบครัวเมื่อครู่ถูกสูบไปจนหมดสิ้น สติของนางเริ่มเลือนราง...
ในตอนที่นางคิดว่าตนเองกำลังจะหมดสติไปเพราะความหิวนั้นเอง พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว!
[ติ๊ง! ตรวจพบสัญญาณชีพของโฮสต์อยู่ในระดับวิกฤต]
[กำลังเปิดใช้งาน ‘ระบบห้างสรรพสินค้าข้ามมิติ’ โดยอัตโนมัติ...]
เสิ่นหว่านชิวที่กำลังสะลึมสะลือเบิกตากว้าง อะไรกัน? เสียงอะไร?
[...การเชื่อมต่อสำเร็จ! กำลังเริ่มต้นระบบ... 10%... 50%... 100%!]
[ปลดล็อกระบบขั้นที่ 1: แผงลอยเร่ขาย สำเร็จ!]
สิ้นเสียงไร้อารมณ์นั้น ตรงหน้าเสิ่นหว่านชิวพลันปรากฏหน้าจอโปร่งแสงขึ้นกลางอากาศ มีเพียงนางเท่านั้นที่มองเห็น บนหน้าจอมีรูปสินค้าเรียงกันอยู่ไม่กี่อย่าง: ซาลาเปาแป้งขาวนวลหนึ่งลูก, น้ำเปล่าหนึ่งแก้ว, ข้าวสารหนึ่งถ้วย, และแป้งข้าวโพดหนึ่งถ้วยเล็กๆ
นี่มัน... เรื่องเหลือเชื่ออะไรกัน!
เสิ่นหว่านชิวตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนที่ความทรงจำจากชาติก่อนที่เคยอ่านนิยายออนไลน์จะผุดขึ้นมา นี่คือระบบในตำนานที่เหล่าตัวเอกผู้เกิดใหม่มักจะได้รับ!
หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เมื่อมองไปที่มุมขวาล่างของหน้าจอ นางเห็นตัวเลข ‘คะแนนสะสม: 0’
ต้องใช้คะแนนเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้างั้นหรือ? แล้วนางจะหาคะแนนมาจากไหนในห้องเก็บฟืนมืดๆ แห่งนี้?
[ติ๊ง! ตรวจพบโฮสต์ใช้งานครั้งแรก มอบสิทธิ์ในการแลกเปลี่ยนสิ่งของ 1 ครั้ง]
[ท่านสามารถนำสิ่งของที่มี ‘มูลค่าทางจิตใจ’ หรือ ‘มูลค่าทางประวัติศาสตร์’ มาแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนเริ่มต้นได้]
เสิ่นหว่านชิวก้มมองสำรวจตัวเอง เสื้อผ้าปะชุนเก่าขาดไม่มีค่าอะไร แต่แล้วสายตาของนางก็พลันหยุดอยู่ที่ปิ่นปักผมไม้เรียบๆ อันหนึ่งที่เหน็บอยู่บนมวยผม ปิ่นอันนี้เป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวที่ท่านย่าผู้ล่วงลับทิ้งไว้ให้เจ้าของร่างเดิม แม้จะไม่ใช่ของมีค่า แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความทรงจำ
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เสียงท้องที่ร้องดังขึ้นอีกครั้งก็ช่วยให้นางตัดสินใจได้ ท่านย่าคงไม่อยากเห็นหลานสาวของท่านต้องอดตายเป็นแน่
“ฉัน... แลกปิ่นอันนี้” นางเอ่ยเสียงเบา
ทันทีที่พูดจบ ปิ่นไม้ในมือก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองลอยเข้าไปในหน้าจอโปร่งแสง
[ติ๊ง! ได้รับ ‘ปิ่นไม้แห่งความทรงจำ’ ประเมินมูลค่า... ได้รับ 10 คะแนน]
ตัวเลขมุมขวาล่างเปลี่ยนจาก 0 เป็น 10 ในทันที!
เสิ่นหว่านชิวไม่รอช้า นางชี้นิ้วสั่นเทาไปที่รูปซาลาเปาแป้งขาวนึ่งร้อนๆ ซึ่งมีป้ายราคา ‘5 คะแนน’ และน้ำเปล่าอีกหนึ่งแก้วในราคา ‘1 คะแนน’
“แลก... ฉันแลกสองอย่างนี้!”
สิ้นเสียงของนาง คะแนนก็ถูกหักออกไป เหลือเพียง 4 คะแนน และในวินาทีต่อมา ซาลาเปาอุ่นๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นกับแก้วน้ำที่บรรจุน้ำใสสะอาดก็ปรากฏขึ้นในมือของนางราวกับ变魔术 (มายากล)!
นี่คือความจริง! มันไม่ใช่ความฝัน!
น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลรินออกมาอย่างไม่อาจควบคุม เสิ่นหว่านชิวรีบยกน้ำขึ้นดื่มอึกๆ เพื่อดับความแห้งผากในลำคอ ก่อนจะกัดซาลาเปาคำใหญ่ ความนุ่มละมุนของแป้งและความหอมหวานของไส้ถั่วแดงกระจายไปทั่วโพรงปาก มันเป็นรสชาติที่อร่อยที่สุดเท่าที่นางเคยลิ้มลองมาในสองชาติภพ!
เมื่อมีอาหารและน้ำตกถึงท้อง เรี่ยวแรงก็เริ่มกลับคืนมา สติปัญญาที่เฉียบคมของนางก็เริ่มทำงานอีกครั้ง นี่คือหลักประกันในการเอาชีวิตรอดของนาง! ตราบใดที่ยังมีระบบนี้อยู่ นางก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอดตายอีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเศษอาหารจากตระกูลเสิ่นที่เหมือนการให้ทานอีกแล้ว!
...
ขณะที่เสิ่นหว่านชิวกำลังค้นพบหนทางรอดของตนเอง ณ อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้าน บริเวณพุ่มไม้หลังยุ้งฉางรวมของคอมมูน เสิ่นเจียวเจียวกำลังยืนอยู่กับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาดีคนหนึ่ง เขาคือจ้าวเจี้ยนกั๋ว ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านจ้าว
ใบหน้างดงามดุจดอกบัวแรกแย้มของเสิ่นเจียวเจียวเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา นางบีบแขนเสื้อของจ้าวเจี้ยนกั๋วเบาๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่น่าสงสาร
“พี่เจี้ยนกั๋ว... ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วค่ะ” นางสะอื้น “น้องรองเธอ... เธอเปลี่ยนไปมาก วันนี้เธอทำร้ายท่านแม่จนล้มลงไปกองกับพื้น ตอนนี้ท่านแม่โกรธมาก ขังเธอไว้ในห้องเก็บฟืน ฉันกลัวเหลือเกิน... กลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวเราเสียหาย”
จ้าวเจี้ยนกั๋วเมื่อเห็นหญิงสาวที่ตนแอบมีใจให้ร้องไห้ฟูมฟายก็รู้สึกปวดใจนัก เขารีบปลอบโยน “เจียวเจียว อย่าร้องไห้ไปเลย เรื่องในครอบครัวเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน บางทีน้องสาวเธออาจจะแค่กำลังมีอารมณ์ฉุนเฉียว”
เสิ่นเจียวเจียวส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาหงส์ช้ำแดง “ไม่ใช่แค่นั้นหรอกค่ะ... ที่ฉันกังวลที่สุดคือเรื่องโควต้างานในโรงงานทอผ้า... เดิมทีฉันหวังว่าถ้าได้งานนี้ จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ทำให้ท่านพ่อท่านแม่สบายขึ้น แต่ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น... ฉันเกรงว่าคนในหมู่บ้านจะมองครอบครัวเราไม่ดี และมันอาจจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาโควต้า...”
นางจงใจพูดเสียงแผ่วในตอนท้าย ราวกับกำลังจะหมดหวังเต็มที
คำพูดนั้นได้ผลชะงัด จ้าวเจี้ยนกั๋วรีบตบหน้าอกรับประกันทันที “ไม่ต้องห่วงนะเจียวเจียว! เรื่องงานในโรงงาน เดี๋ยวฉันจะกลับไปลองพูดกับพ่อดูอีกที พ่อฉันเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน คำพูดของเขาย่อมมีน้ำหนัก ฉันจะไม่ยอมให้คนดีๆ ที่คิดถึงครอบครัวอย่างเธอต้องพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไปเด็ดขาด!”
รอยยิ้มอย่างผู้ชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเสิ่นเจียวเจียวเพียงชั่วแวบ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ “จริงหรือคะพี่เจี้ยนกั๋ว? คุณใจดีกับฉันที่สุดเลย!”
นางมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาหวานเชื่อม ขณะที่ในใจกำลังคำนวณถึงอนาคตอันสดใสของตนเองในโรงงานทอผ้า โดยไม่สนใจเลยว่าพี่สาวร่วมสายเลือดของตนกำลังถูกขังอยู่ในห้องมืดและหิวโหยเพียงใด
...
กลับมาที่ห้องเก็บฟืนอันมืดมิด หลังจากที่ได้กินซาลาเปาและดื่มน้ำเข้าไปแล้ว เสิ่นหว่านชิวก็รู้สึกว่าร่างกายมีเรี่ยวแรงขึ้นมาอีกครั้ง ความคิดของนางแจ่มชัดและปลอดโปร่ง
นางมองหน้าจอระบบที่ยังคงลอยอยู่ตรงหน้า ในใจไม่ได้มีเพียงความยินดีที่รอดพ้นจากความตาย แต่กลับลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งการต่อสู้
ตระกูลเสิ่น... จางชุ่ยฮวา... และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสิ่นเจียวเจียว...
ดวงตาของเสิ่นหว่านชิวทอประกายเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งพันปี นางกำหมัดแน่น
ในเมื่อสวรรค์มอบโอกาสให้นางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง พร้อมทั้งมอบอาวุธที่ทรงพลังเช่นนี้มาให้ นางจะใช้มันเพื่อความอยู่รอดเพียงอย่างเดียวได้อย่างไร?
คิดจะขังข้าให้อดตายเพื่อบีบบังคับงั้นหรือ? คิดจะใช้ข้าเป็นบันไดเพื่อเหยียบย่ำไปสู่ความสำเร็จงั้นหรือ?
ฝันไปเถอะ!
เสิ่นหว่านชิวมองไปยังบานประตูที่ถูกลงกลอนแน่นหนา มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
รอดูเถอะ... พรุ่งนี้เช้า เมื่อประตูบานนี้เปิดออก พวกเจ้าจะได้รู้ซึ้ง ว่าการแสดงที่แท้จริง... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น