น้ำแกงชามแรกต่อลมหายใจ
หน่อน้อยสีเขียวสดแทงยอดทะลุผืนดินขึ้นมาต่อหน้าต่อตา!
เสิ่นม่านชิงจ้องมองภาพนั้นด้วยลมหายใจที่แทบจะหยุดนิ่ง แสงเรืองรองจางๆ จากผืนดินเร่งโตอาบไล้หน่ออ่อนนั้น ราวกับมอบพลังชีวิตอันไร้ที่สิ้นสุดให้แก่มัน ในชั่วพริบตาที่นางกะพริบตา หน่อน้อยนั้นก็พลันเติบใหญ่ แตกใบอ่อนซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขยายขนาดขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วที่สามัญสำนึกของมนุษย์มิอาจหยั่งถึง
เพียงไม่ถึงหนึ่งเค่อ (ประมาณ 15 นาที) เมล็ดพันธุ์ผักกาดที่แห้งเหี่ยวซึ่งนางหว่านลงไป ก็แปรเปลี่ยนเป็นผักกาดขาวหัวอวบใหญ่สมบูรณ์ ใบสีเขียวสดซ้อนกันแน่นหนา แต่ละใบอิ่มน้ำแลดูชุ่มชื้น บนผิวใบมีประกายราวกับน้ำค้างยามเช้าจับ ทั้งยังแผ่กลิ่นอายของพลังปราณอันบริสุทธิ์จางๆ ออกมา นี่คือผลผลิตอันน่าอัศจรรย์จากมิติสรรค์สร้างโดยแท้!
นางไม่รอช้า ยื่นมือออกไปถอนผักกาดหัวนั้นขึ้นจากดินอย่างเบามือ น้ำหนักที่ตึงมือบอกนางว่านี่คือผักกาดชั้นเลิศที่หาไม่ได้จากที่ใดในแผ่นดินต้าจิ่งเป็นแน่
“สำเร็จแล้ว…” นางพึมพำกับตนเอง แววตาฉายประกายแห่งความหวังอันแรงกล้า
เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เสิ่นม่านชิงจึงตั้งสมาธิเพ่งจิตอีกครั้ง ร่างของนางพลันหายวับจากมิติกลับสู่ห้องครัวอันซอมซ่อในโลกแห่งความเป็นจริง มือข้างหนึ่งของนางยังคงถือผักกาดขาวหัวใหญ่อย่างมั่นคง
นางมองสำรวจวัตถุดิบในมือแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย การจะปรุงอาหารโอสถให้ได้ผลเลิศล้ำนั้น วัตถุดิบหลักเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ น้ำที่ใช้ก็สำคัญไม่แพ้กัน เสิ่นม่านชิงไม่ลังเล นางคว้าหม้อดินใบเล็กที่สะอาดที่สุดในครัว แล้วรวบรวมสมาธิหวนกลับเข้าไปในมิติอีกครา
นางมุ่งตรงไปยังบ่อน้ำพุวิเศษที่ตั้งอยู่ใจกลางมิติทันที ก่อนจะตักน้ำใสสะอาดราวกับผลึกแก้วนั้นขึ้นมาจนเกือบเต็มหม้อแล้วจึงกลับออกมาอีกครั้ง
ครานี้นางไม่เสียเวลาอีกต่อไป นางจุดไฟในเตาอย่างคล่องแคล่ว วางหม้อดินที่บรรจุน้ำพุวิเศษลงบนเตา จากนั้นจึงลงมือล้างผักกาดขาวอย่างพิถีพิถัน เพียงแค่ใบผักสัมผัสกับน้ำธรรมดาภายนอกมิติ ความสดกรอบของมันก็ยังคงโดดเด่นเหนือผักใดๆ ที่นางเคยพบเห็นมาในชีวิตก่อน
นางหั่นผักกาดเป็นชิ้นพอดีคำ รอจนน้ำในหม้อเริ่มเดือดปุดๆ เป็นฟองละเอียดจึงค่อยๆ ใส่ผักลงไป ไม่ได้ปรุงรสด้วยเกลือหรือเครื่องปรุงใดๆ ทั้งสิ้น เพราะนางรู้ดีว่ารสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบชั้นเลิศนั้น ย่อมเหนือล้ำกว่าเครื่องปรุงรสใดๆ ในโลก
ไม่นานนัก กลิ่นหอมอันแสนบริสุทธิ์ก็เริ่มลอยอวลไปทั่วทั้งครัว มันไม่ใช่กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศ แต่เป็นกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นของผักสด ผสานกับไอน้ำที่ระเหยขึ้นมาเป็นกลิ่นอายอันลึกล้ำ ชวนให้ผู้ที่ได้กลิ่นรู้สึกสดชื่นไปทั่วทั้งร่าง
กลิ่นหอมนั้นลอยออกจากประตูครัวที่แง้มอยู่ ไปปลุกหลินหว่านอิ๋งผู้เป็นมารดาที่กำลังผล็อยหลับอยู่ข้างเตียงของสามี และเสิ่นจื่อเซวียน น้องชายตัวน้อยที่นั่งซึมอยู่มุมห้องให้ต้องลืมตาตื่น
“กลิ่นอันใดกัน? หอมเหลือเกิน…” เสิ่นจื่อเซวียนขยี้จมูกแล้วเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก เด็กน้อยลุกขึ้นเดินเตาะแตะตามกลิ่นหอมนั้นไปยังห้องครัวทันที
หลินหว่านอิ๋งเองก็เดินตามบุตรชายมาด้วยความสงสัย เมื่อมาถึงปากประตูครัว นางก็เห็นบุตรสาวกำลังคนน้ำแกงในหม้อดินด้วยท่าทีสงบนิ่ง “ม่านชิง… เจ้าทำอันใดอยู่?”
“ท่านแม่ ท่านพี่รอง” เสิ่นม่านชิงหันมายิ้มบางๆ “ข้าต้มน้ำแกงให้ท่านพ่อเจ้าค่ะ”
“น้ำแกง?” หลินหว่านอิ๋งชะโงกหน้ามองลงไปในหม้อ เห็นเพียงผักกาดขาวลอยอยู่ในน้ำใสๆ ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “มีเพียงผักกาดรึ? เหตุใดกลิ่นจึงได้…” นางหาคำมาบรรยายไม่ถูก มันหอมเกินกว่าจะเป็นแค่น้ำต้มผักธรรมดา
“พี่หญิง ข้าหิว” เสิ่นจื่อเซวียนเกาะชายกระโปรงของพี่สาว ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังหม้อแกงไม่วางตา
“รอสักครู่นะจื่อเซวียน น้ำแกงชามนี้ต้องให้ท่านพ่อก่อน” เสิ่นม่านชิงกล่าวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะตักน้ำแกงผักกาดที่ร้อนกรุ่นใส่ชามกระเบื้องเก่าๆ ที่มีรอยบิ่นเล็กน้อย
นางประคองชามน้ำแกงนั้นเดินตรงไปยังห้องนอน ที่ซึ่งเสิ่นว่านชิว บิดาของนางนอนซมอยู่บนเตียง ร่างกายผ่ายผอม ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ลมหายใจรวยรินจนน่าใจหาย
“ท่านพ่อเจ้าคะ ข้านำน้ำแกงมาให้” นางนั่งลงข้างเตียง ค่อยๆ ช้อนศีรษะของบิดาขึ้นมาพิงกับอกของมารดาที่ตามเข้ามาช่วย
หลินหว่านอิ๋งมองน้ำแกงในชามด้วยความกังวลใจ “ม่านชิง สามีของเจ้ากินอะไรแทบไม่ได้เลยนะ…”
“เชื่อข้าเถอะเจ้าค่ะ ท่านแม่” แววตาของเสิ่นม่านชิงแน่วแน่และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นางใช้ช้อนตักน้ำแกงใสๆ ขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วจึงบรรจงป้อนที่ริมฝีปากแห้งผากของบิดา
หยดแรก… หยดที่สอง… หยดที่สาม…
น้ำแกงอุ่นๆ ที่ผสานพลังจากน้ำพุวิเศษและผักกาดจากมิติไหลผ่านลำคอที่แห้งผากของเสิ่นว่านชิวลงไปราวกับสายธารแห่งชีวิต มันแผ่ซ่านความอบอุ่นไปทั่วทั้งร่าง ทะลวงจุดชีพจรที่เคยอุดตันให้เริ่มหมุนเวียนอีกครั้ง
ทันใดนั้น! เสิ่นว่านชิวที่นอนแน่นิ่งมาตลอดก็พลันสำลักออกมาเบาๆ “แค่กๆ…”
“ท่านพี่!” หลินหว่านอิ๋งอุทานด้วยความตกใจระคนดีใจ
เสิ่นม่านชิงกลับยังคงสงบนิ่ง นางใช้มือลูบหลังให้บิดาเบาๆ “ท่านพ่อ ค่อยๆ ดื่มนะเจ้าคะ”
นางป้อนต่อไปอย่างไม่รีบร้อน จนน้ำแกงในชามพร่องไปกว่าครึ่ง ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของทุกคน!
ใบหน้าที่เคยซีดขาวราวกับกระดาษของเสิ่นว่านชิวเริ่มปรากฏสีเลือดฝาดจางๆ ขึ้นมา ลมหายใจที่เคยแผ่วเบากลับเริ่มมีจังหวะที่สม่ำเสมอและหนักแน่นขึ้น เปลือกตาที่ปิดสนิทมาหลายวันเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า
ดวงตาที่เคยขุ่นมัว บัดนี้กลับทอประกายแห่งความมีสติขึ้นมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เขามองบุตรสาวและภรรยา ก่อนจะพยายามขยับร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงมานาน และลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงได้ด้วยตนเอง!
“ม่าน… ชิง…” เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่า แต่กลับชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
“ท่านพ่อ!” หลินหว่านอิ๋งน้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตันใจ นางไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง สามีของนางที่หมอหลวงส่ายหน้าบอกให้ทำใจ กลับมีแรงลุกขึ้นนั่งได้เพียงเพราะน้ำแกงผักกาดชามเดียว!
เสิ่นม่านชิงเองก็รู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก นางยิ้มทั้งน้ำตา “เจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าอยู่นี่”
หลังจากนั้น เสิ่นม่านชิงจึงนำน้ำแกงที่เหลือไปแบ่งให้มารดาและน้องชายได้ลองชิม เมื่อหลินหว่านอิ๋งและเสิ่นจื่อเซวียนได้ซดน้ำแกงเข้าไปคำแรก ทั้งสองก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
นี่มัน… น้ำแกงผักกาดแน่หรือ?
รสชาติของมันไม่ได้จัดจ้าน แต่กลับหวานล้ำลึกจากรสธรรมชาติของตัวผักกาดเอง ทุกคำที่ซดลงไปให้ความรู้สึกสดชื่นและชุ่มชื่นไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหลายวันดูเหมือนจะมลายหายไปสิ้น
“พี่หญิง นี่อร่อยราวกับอาหารจากสรวงสวรรค์!” เสิ่นจื่อเซวียนอุทานออกมาเป็นคนแรก
หลินหว่านอิ๋งมองหน้าบุตรสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความทึ่ง นางไม่เข้าใจว่าผักกาดธรรมดาๆ จะกลายเป็นโอสถทิพย์ไปได้อย่างไร แต่นางรู้ว่า… ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครอบครัวเสิ่นของพวกนางมีความหวังแล้ว
เสิ่นม่านชิงมองภาพบิดาที่สีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มารดาและน้องชายที่กำลังมีความสุขกับน้ำแกงในชาม ในใจของนางก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดเดี่ยว
น้ำแกงชามนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น มันพิสูจน์แล้วว่ามิติสรรค์สร้างคือหนทางรอดของนางและครอบครัว แต่การจะล้างแค้นหอจินอวี้และทวงคืนทุกสิ่งที่เป็นของตระกูลเสิ่นกลับมานั้น ลำพังเพียงผักกาดในมิติย่อมไม่เพียงพอ
นางต้องการเงิน… เงินทุนก้อนแรกเพื่อพลิกชะตา!
ดวงตาของนางเหลือบไปเห็นหีบไม้ใบเล็กที่ใช้เก็บเงินก้นถุงของครอบครัวซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่อีแปะ แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นประกายคมกล้าและเด็ดเดี่ยว… นางจะต้องหาทางเปลี่ยนเศษเงินจำนวนน้อยนิดนี้ให้กลายเป็นทุนรอนสำหรับอนาคตให้จงได้