จุดเริ่มต้นของการค้าขาย
เสียงเคาะประตูดังถี่กระชั้นราวกับมีเรื่องด่วนคอขาดบาดตาย สะกดให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารหยุดชะงัก ลู่เสี่ยวหมิ่นวางตะเกียบลงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ใครมาเอาป่านนี้?"
สวีชุ่ยฮวากลืนข้าวคำสุดท้ายลงคออย่างยากลำบาก พลางขมวดคิ้วแน่น "ไปเปิดดูสิ มัวนั่งบื้ออยู่ทำไม!"
ลู่เสี่ยวหมิ่นรีบวิ่งไปเปิดประตู ทันทีที่แง้มบานประตูออก ก็พบว่าเป็นป้าจางเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้าน ใบหน้าของนางซีดเผือด เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความวิตกกังวล
"เสี่ยวหมิ่น! พ่อเจ้าอยู่หรือไม่ อาเป่าลูกข้าตัวร้อนเป็นไฟเลย ป้าอยากจะยืมรถจักรยานของบ้านเจ้าพาลูกไปหาหมอที่สถานีอนามัยในเมือง!"
เมื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องเด็กไม่สบาย สวีชุ่ยฮวาที่เพิ่งเดินตามมาถึงกับผ่อนลมหายใจ "จื่อเหยียนยังไม่กลับมาจากโรงงานหรอก" นางกล่าวพลางชี้ไปที่ลู่เสี่ยวหมิ่น "ให้เสี่ยวหมิ่นไปเป็นเพื่อนเจ้าเถอะ นางยังพอมีเรี่ยวแรงช่วยได้"
เฉียวซินหร่วนมองภาพนั้นเงียบๆ เธอเห็นความกังวลในแววตาของแม่สามีที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้าง แม้ปกติจะปากร้ายใจดำ แต่ในยามคับขันของเพื่อนบ้าน นางก็ยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่บ้าง
หลังจากลู่เสี่ยวหมิ่นและป้าจางจากไป ความเงียบก็กลับคืนสู่บ้านตระกูลลู่อีกครั้ง เฉียวซินหร่วนลุกขึ้นเก็บถ้วยชามของตนไปล้างโดยไม่พูดอะไร ปล่อยให้สวีชุ่ยฮวานั่งจมอยู่กับความคิดของตนเอง
ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างสงบ แต่ในใจของเฉียวซินหร่วนกลับเต็มไปด้วยแผนการที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงสีทองที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่าง เฉียวซินหร่วนตื่นขึ้นก่อนใครเพื่อน ลู่จื่อเหยียนยังคงไม่กลับมา คาดว่าคงทำงานล่วงเวลาที่โรงงานขนส่งอีกตามเคย นี่เป็นโอกาสอันดีของเธอ
หญิงสาวก้าวเข้าไปในห้องนอนของตน ปิดประตูลงกลอนอย่างเงียบเชียบ เธอหลับตาลง รวบรวมสมาธิ พริบตาต่อมา จิตของเธอก็เข้ามาอยู่ในมิติสี่เหลี่ยมขนาดสิบตารางเมตรที่คุ้นเคย
‘ระบบห้างสรรพสินค้าซิงลวี่ ขั้นที่ 1: แผงลอยฉุกเฉิน’
ชั้นวางสินค้าว่างเปล่ามีป้ายดิจิทัลปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเธอ พร้อมตัวเลือกสินค้าพื้นฐานไม่กี่ชนิด สายตาของเธอจับจ้องไปที่คำว่า 'สบู่หอมกุหลาบ' อย่างไม่ลังเล
‘ยืนยันการเบิกสินค้า: สบู่หอมกุหลาบ จำนวน 10 ก้อน’
สิ้นความคิด กล่องสบู่สีชมพูอ่อนที่ออกแบบอย่างงดงามสิบก้อนก็ปรากฏขึ้นบนชั้นวาง เธอหยิบมันออกมาอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมละมุนของดอกกุหลาบฟุ้งกระจายออกมาทันทีที่สัมผัส นี่คือสินค้าจากศตวรรษที่ 21 คุณภาพย่อมเหนือกว่าสบู่โซดาไฟที่ผู้คนในยุคนี้ใช้กันอย่างเทียบไม่ติด
หน้าต่างระบบโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า:
[เบิกสินค้าประจำวัน: 10/10 ชิ้น]
[ยอดขายสะสมเพื่อปลดล็อกขั้นที่ 2: 0/1,000 หยวน]
เฉียวซินหร่วนนำสบู่ทั้งหมดห่อด้วยผ้าผืนใหญ่อย่างมิดชิด แล้วซ่อนไว้ในตะกร้าสานที่ก้นลึก ก่อนจะเดินออกจากห้องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เจ้าจะไปไหนแต่เช้า?" สวีชุ่ยฮวาที่กำลังกวาดพื้นลานบ้านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก
"ไปเดินเล่นในเมืองหน่อยค่ะ" เฉียวซินหร่วนตอบเรียบๆ "อยู่ในบ้านทั้งวันก็น่าเบื่อ"
สวีชุ่ยฮวาพ่นลมหายใจอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรอีก บางทีการที่ลูกสะใภ้คนนี้ออกไปให้พ้นหูพ้นตาก็อาจเป็นเรื่องดีเหมือนกัน
เฉียวซินหร่วนไม่ได้สนใจท่าทีของนาง เธอเดินออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังป้ายรถประจำทางเพื่อเดินทางสู่สมรภูมิแรกของเธอ... ตลาดเสรีเมืองหนานเยว่
เมื่อรถบัสที่โคลงเคลงไปมาจอดลงที่ใจกลางเมืองหนานเยว่ สิ่งแรกที่ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัสของเธอก็คือความมีชีวิตชีวาอันเป็นเอกลักษณ์ของยุค 80 ตลาดเสรีที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นตามนโยบายเปิดประเทศคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังเซ็งแซ่ พ่อค้าแม่ค้าอิสระที่ถูกเรียกว่า 'เก้อถี่ฮู่' ต่างนำสินค้าสารพัดชนิดมาวางขายบนพื้น บ้างก็เป็นผลผลิตจากไร่นา บ้างก็เป็นของทำมือเล็กๆ น้อยๆ
แววตาของเฉียวซินหร่วนทอประกายขึ้น นี่คือยุคแห่งโอกาสที่แท้จริง ยุคที่ความกล้าและความคิดสร้างสรรค์สามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นเศรษฐีได้ในชั่วข้ามคืน
เธอเดินสำรวจไปรอบๆ ก่อนจะจับจองพื้นที่ว่างเล็กๆ แห่งหนึ่ง ปูผ้าสะอาดที่เตรียมมาลงบนพื้น แล้วค่อยๆ บรรจงเรียงสบู่ทั้งสิบก้อนอย่างสวยงาม กล่องสบู่สีชมพูอ่อนที่พิมพ์ลายดอกกุหลาบดูโดดเด่นและสูงค่าราวกับของจากต่างแดน ดึงดูดสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้ในทันที
ทว่าส่วนใหญ่ทำเพียงแค่ชำเลืองมองด้วยความสงสัย ไม่มีใครกล้าเข้ามาถาม
เฉียวซินหร่วนรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร เธอหยิบสบู่ก้อนหนึ่งออกจากกล่องอย่างใจเย็น ฉีกพลาสติกหุ้มออก ทันใดนั้น กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของดอกกุหลาบก็ลอยฟุ้งไปในอากาศ กลบกลิ่นคาวปลาและกลิ่นดินจากแผงข้างๆ จนหมดสิ้น
กลิ่นหอมที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อนทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม ไม่นานนัก หญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวค่อนข้างดีคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาที่แผงของเธอ
"สหาย... สบู่นี่... หอมเหลือเกิน" นางกล่าวด้วยดวงตาเป็นประกาย "ขายอย่างไรหรือ?"
มุมปากของเฉียวซินหร่วนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร "พี่สาว สบู่นี้หนึ่งหยวนต่อก้อนค่ะ"
"หนึ่งหยวน!" หญิงคนนั้นอุทานออกมา สบู่ซักผ้าทั่วไปราคาเพียงไม่กี่เหมาเท่านั้น นี่ราคาสูงกว่าเกือบสิบเท่า!
เฉียวซินหร่วนไม่แปลกใจกับปฏิกิริยานั้น เธอยื่นสบู่ก้อนตัวอย่างให้หญิงคนนั้น "พี่สาวลองดมดูสิคะ สบู่นี้ไม่เพียงแต่หอมติดทนนาน แต่ยังผสมน้ำมันบำรุงผิว ใช้แล้วผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งตึงเหมือนสบู่ทั่วไป เหมาะสำหรับคนรักสวยรักงามอย่างพี่สาวโดยเฉพาะ"
คำพูดที่ถูกใจ ประกอบกับกลิ่นหอมยั่วยวนที่ไม่อาจต้านทาน ทำให้หญิงคนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจควักเงินหนึ่งหยวนออกมา "ก็ได้ ขอลองสักก้อนหนึ่ง"
เมื่อมีคนแรก ก็ย่อมมีคนที่สองและสามตามมา กลุ่มหญิงสาวที่เดินผ่านมาได้กลิ่นหอมก็พากันกรูเข้ามามุงดู การได้เห็นคนมีฐานะยอมจ่ายเงินหนึ่งหยวนเพื่อซื้อสบู่ก้อนเล็กๆ ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของพวกเธอ
"ข้าเอาสองก้อน!"
"ให้ข้าก้อนหนึ่ง!"
เฉียวซินหร่วนยิ้มรับและส่งของให้อย่างคล่องแคล่ว เธอไม่จำเป็นต้องตะโกนเรียกลูกค้าเหมือนคนอื่น เพียงแค่คุณภาพและกลิ่นหอมของสินค้าก็เป็นแม่เหล็กชั้นดีอยู่แล้ว
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม สบู่ทั้งสิบก้อนก็ขายหมดเกลี้ยง!
เฉียวซินหร่วนเก็บผ้าผืนนั้นขึ้นมา กำธนบัตรสิบหยวนใบใหม่เอี่ยมไว้ในมือแน่น หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความยินดี นี่คือเงินก้อนแรกที่เธอหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองในโลกใบนี้
สิบหยวน... มันอาจดูไม่มากนัก แต่สำหรับยุคที่คนงานในโรงงานของรัฐได้เงินเดือนเพียงสามสิบถึงสี่สิบหยวน นี่ถือเป็นรายได้ที่ไม่ธรรมดาเลย
แต่รอยยิ้มของเธอก็หุบลงอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงหนี้ห้าร้อยหยวน หากเธอขายได้แค่วันละสิบหยวน หนึ่งเดือนก็จะได้เพียงสามร้อยหยวน ยังห่างไกลจากเป้าหมายนัก เธอต้องหาทางปลดล็อกระบบขั้นต่อไปให้เร็วที่สุดเพื่อเพิ่มจำนวนสินค้าที่เบิกได้ แต่การจะทำยอดขายให้ครบหนึ่งพันหยวนด้วยการขายวันละสิบชิ้น... มันช้าเกินไป
เธอต้องคิดหาวิธีใหม่...
ขณะที่เฉียวซินหร่วนกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิดและเตรียมจะเดินทางกลับ สายตาของเธอก็พลันเหลือบไปเห็นภาพที่ไม่น่าพิสมัยนัก
ชายร่างกำยำหน้าตาถมึงทึงสองสามคนกำลังเดินไล่เก็บเงินจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ใครที่จ่ายช้าก็ถูกตะคอกข่มขู่ แผงผักของหญิงชราคนหนึ่งถูกเตะกระจุยกระจายเพียงเพราะนางมีเงินไม่พอจ่ายค่า "คุ้มครอง"
หัวใจของเฉียวซินหร่วนกระตุกวูบ เธอกำเงินในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปัญหาใหม่ได้ปรากฏขึ้นเร็วกว่าที่คิด
และแล้วราวกับโชคชะตาเล่นตลก สายตาของหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ก็เหลือบมาเห็นเธอ... หญิงสาวหน้าตาสะสวยแปลกหน้าที่เพิ่งมาตั้งแผงวันแรก
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายผู้นั้น ก่อนที่มันจะพยักพเยิดให้เพื่อนอีกคน แล้วเริ่มก้าวอาดๆ ตรงมาทางเธอ