ขยายแผงการค้า
เฉียวซินหร่วนสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของลู่จื่อเหยียนดังขึ้นจากเบื้องหลัง นางรีบข่มความตื่นตระหนก ปิดหน้าต่างระบบในใจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเขาช้าๆ
ในความมืดสลัวของห้องนอนที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่อง ร่างสูงใหญ่ของเขาที่ยืนขวางประตูนั้นให้ความรู้สึกกดดันอย่างมหาศาล ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองนางนิ่งราวกับจะจับผิดทุกการเคลื่อนไหว
“เมื่อครู่... เจ้ากำลังคุยกับใคร?” เขาถามย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงยังคงเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจคุกคาม
เฉียวซินหร่วนเชิดคางขึ้นเล็กน้อย สบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหยัน “ฉันกำลังคิดว่าจะหาเงินห้าร้อยหยวนมาคืนคุณได้ยังไง จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้าคุณอีกแม้แต่วันเดียว”
คำตอบที่ทั้งตรงไปตรงมาและแฝงความท้าทายทำเอาลู่จื่อเหยียนชะงักไปชั่วขณะ แววตาสงสัยของเขาฉายแววซับซ้อนขึ้น เขาคาดหวังว่านางจะร้อนรนหรือแก้ตัว แต่กลับได้พบเพียงความเย็นชาและเด็ดเดี่ยว
“คิดด้วยการพูดคนเดียวรึ?” เขายังไม่คลายความสงสัย
“ก็แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะ?” เฉียวซินหร่วนย้อนถามอย่างไม่ยอมแพ้ “หรือว่าความคิดของฉันมันไปรบกวนการพักผ่อนของหัวหน้ากองคาราวานผู้ยิ่งใหญ่เข้า?”
วาจาเชือดเฉือนของนางทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดยิ่งขึ้น ลู่จื่อเหยียนจ้องหน้านางนิ่งนานหลายวินาที ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งให้เฉียวซินหร่วนอยู่ในห้องเพียงลำพัง
เมื่อแน่ใจว่าเขาไปแล้ว เฉียวซินหร่วนจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก นางใช้สติปัญญาทั้งหมดรับมือกับเขาได้อย่างฉิวเฉียด ชายคนนี้ช่างสังเกตและน่ากลัวเกินไปแล้ว นางต้องระวังตัวให้มากขึ้น
นางเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
[ระบบห้างสรรพสินค้ามิติ ยินดีต้อนรับโฮสต์ เฉียวซินหร่วน]
[สถานะปัจจุบัน: ขั้นที่ 1 แผงลอยฉุกเฉิน]
[ยอดขายสะสม: 35/1,000 หยวน]
[ภารกิจหลัก: ชำระหนี้ 500 หยวน (คงเหลือ 465 หยวน)]
ยอดขายสามสิบห้าหยวนจากการขายสบู่เพียงครึ่งวันถือเป็นก้าวแรกที่ดี แต่หากต้องการบรรลุเป้าหมายหนึ่งพันหยวนเพื่อปลดล็อกระบบขั้นต่อไป หรือแม้กระทั่งเป้าหมายห้าร้อยหยวนเพื่ออิสรภาพของตนเอง การพึ่งพาสบู่เพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ
ดวงตาของนางไล่สำรวจรายการสินค้าในหมวด “สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน” ที่ระบบขั้นที่หนึ่งมีให้ นอกเหนือจากสบู่ก้อนหอมแล้ว ยังมีรายการอื่นปรากฏอยู่
[แชมพูชนิดซอง ราคาต้นทุน: 0.1 หยวน]
[ยาสีฟันหลอดเล็ก ราคาต้นทุน: 0.2 หยวน]
ของสองสิ่งนี้อาจดูธรรมดาในยุคของนาง แต่ในยุค 80 ที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังใช้ผงซักฟอกสระผม หรือใช้เกลือแปรงฟัน สินค้าเหล่านี้ถือเป็นของใช้ฟุ่มเฟือยและหาได้ยากในตลาดทั่วไป!
“ยอดเยี่ยม!” เฉียวซินหร่วนพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น นางตัดสินใจทันทีว่าจะเพิ่มสินค้าสองชนิดนี้เข้าไปในแผงของนางในวันพรุ่งนี้
นางเหลือบมองข้อจำกัดของระบบขั้นที่หนึ่ง ‘นำสินค้าออกมาได้จำกัดวันละ 10 ชิ้น’ หมายความว่านางต้องวางแผนการจัดสรรสินค้าอย่างชาญฉลาด นางตัดสินใจแลกสบู่ 4 ก้อน แชมพู 3 ซอง และยาสีฟัน 3 หลอด รวมเป็น 10 ชิ้นพอดี ต้นทุนรวมเพียง 1.3 หยวนเท่านั้น แต่มูลค่าที่นางจะขายได้นั้นสูงกว่าหลายเท่าตัวนัก
รุ่งเช้าวันต่อมา เฉียวซินหร่วนตื่นก่อนฟ้าสางเช่นเคย หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ นางก็มุ่งหน้าไปยังตลาดเสรีเมืองหนานเยว่พร้อมกับตะกร้าใบใหญ่ที่คลุมผ้าไว้มิดชิด
ตลาดในยามเช้าคึกคักยิ่งกว่าเมื่อวาน เสียงต่อรองราคาและเสียงเรียกลูกค้าดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ เฉียวซินหร่วนหาทำเลเดิมของนางได้อย่างไม่ยากเย็นนัก นางกางผ้าปูลงบนพื้นดินอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะบรรจงจัดเรียงสินค้าอย่างสวยงาม
สบู่ก้อนหอมที่ส่งกลิ่นเย้ายวนยังคงเป็นดาวเด่น แต่ครั้งนี้มีเพื่อนใหม่มาเสริมทัพ นั่นคือแชมพูในซองพลาสติกสีสันสดใส และยาสีฟันหลอดเล็กที่มีรูปทรงทันสมัย การจัดวางที่ดูสะอาดตาและแปลกใหม่ดึงดูดสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้ทันที
“แม่หนู วันนี้มีของใหม่มาด้วยรึ?” ป้าคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกค้าประจำจากเมื่อวานเอ่ยทักทายขึ้นก่อนใคร
“ใช่ค่ะคุณป้า” เฉียวซินหร่วนฉีกยิ้มหวาน “นี่คือแชมพูสระผมค่ะ ใช้แล้วผมนุ่มสลวยมีกลิ่นหอม ไม่ทำให้หนังศีรษะแห้งเหมือนผงซักฟอก ส่วนนี่คือยาสีฟัน ใช้แล้วปากสะอาดสดชื่น ลมหายใจหอมตลอดวันเลยนะคะ”
นางอธิบายสรรพคุณด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและน่าเชื่อถือ ผู้คนเริ่มมุงดูด้วยความสนใจ สินค้าเหล่านี้ไม่เคยมีใครเห็นในตลาดเสรีมาก่อน
“แชมพูนี่ซองละเท่าไหร่?” หญิงสาววัยกลางคนถามขึ้น
“ซองละ 5 เหมาค่ะ ส่วนยาสีฟันหลอดละ 8 เหมา” เฉียวซินหร่วนบอกราคาที่ตั้งไว้สูงกว่าต้นทุนหลายเท่า แต่ก็ยังสมเหตุสมผลสำหรับสินค้าหายากเช่นนี้
เพียงไม่นาน สินค้าใหม่ของนางก็กลายเป็นที่ต้องการ แชมพูสามซองและยาสีฟันสามหลอดขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ส่วนสบู่ก็ยังคงขายได้เรื่อยๆ ลูกค้าบางคนถึงกับซื้อตุนไว้เพราะกลัวของจะหมด
เฉียวซินหร่วนกลายเป็นแม่ค้าหน้าใหม่ที่โดดเด่นที่สุดในตลาดทันที แผงเล็กๆ ของนางมีผู้คนแวะเวียนมาไม่ขาดสาย ไม่ใช่แค่เพราะสินค้าแปลกใหม่ แต่ยังเป็นเพราะท่าทีการค้าขายที่สุภาพและจริงใจของนางด้วย
ขณะที่เฉียวซินหร่วนกำลังง่วนอยู่กับการค้าขาย ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้านกับกางเกงสแล็คสีเข้ม ซึ่งดูผิดแผกจากชาวบ้านทั่วไปในตลาด กำลังยืนมองดูแผงของนางจากระยะไกลด้วยแววตาสนใจ
เขาคือ ซ่งเจียหมิง ผู้จัดการโรงงานทอผ้าหนานเยว่ วันนี้เขาตั้งใจมาเดินตลาดเพื่อสำรวจสินค้าสำหรับจัดหาเป็นสวัสดิการให้แก่คนงานในโรงงาน แต่กลับต้องมาสะดุดตากับแผงลอยเล็กๆ ที่มีผู้คนมุงดูหนาตาเป็นพิเศษ
สายตาของเขาจับจ้องไปยังสินค้าบนผืนผ้า สบู่ที่มีหีบห่อสวยงาม แชมพูซองพลาสติก และยาสีฟันหลอด... ของเหล่านี้ล้วนเป็นของดีมีคุณภาพที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้ แม้แต่ในห้างสรรพสินค้าของรัฐก็ใช่ว่าจะมีวางขายเสมอไป
ซ่งเจียหมิงสังเกตแม่ค้าสาวเจ้าของแผง นางมีรูปโฉมงดงามหมดจด ท่าทีคล่องแคล่วและมั่นใจ การตอบคำถามลูกค้าก็ฉะฉานและเปี่ยมด้วยความรู้ในสินค้าของตนเอง เขายืนสังเกตการณ์อยู่นานนับสิบนาที เห็นนางขายสินค้าไปหลายชิ้นด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
ความสนใจของเขาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สินค้าเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของดี แต่ยังเป็นสิ่งที่สามารถสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานในโรงงานของเขาได้อย่างแน่นอน
เมื่อเห็นว่าสบู่ก้อนสุดท้ายกำลังจะถูกขายไป ซ่งเจียหมิงก็ตัดสินใจเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปที่แผงทันที บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้มีอำนาจ ทำให้ผู้คนที่มุงอยู่รอบๆ อดไม่ได้ที่จะแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ
เฉียวซินหร่วนเพิ่งรับเงินจากลูกค้าคนสุดท้ายและกำลังจะเก็บของ นางรู้สึกได้ถึงเงาร่างที่เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า จึงเงยหน้าขึ้นมอง
ชายตรงหน้าดูภูมิฐานและมีสง่าราศี ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความหลักแหลมและเฉียบคม เขามองนางนิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ทำให้ทุกสรรพเสียงรอบข้างเงียบลง
“แม่นาง... สินค้าทั้งหมดของเจ้าที่ขายในวันนี้ พรุ่งนี้ข้าขอสั่งจองทั้งหมดจะได้หรือไม่?”