คำสั่งซื้อลอตใหญ่ครั้งแรก
สุรเสียงทรงอำนาจที่ดังขึ้นท่ามกลางความจอแจของตลาด ทำให้ทุกสรรพสิ่งพลันเงียบงันราวกับถูกสะกด เฉียวซินหร่วนเงยหน้าจากแผงผ้าที่ว่างเปล่าขึ้นสบตากับบุรุษผู้มาใหม่ นางประเมินเขาอย่างรวดเร็ว ชายผู้นี้สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดี ท่าทางองอาจและแววตาฉายประกายแห่งความเฉียบคม บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ
“สหายท่านนี้” เฉียวซินหร่วนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหนักแน่น กลบเกลื่อนความประหลาดใจไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง “ไม่ทราบว่าท่านต้องการสั่งจองสินค้าเพื่อการใดหรือ?”
แทนที่จะตอบรับอย่างลิงโลดเหมือนแม่ค้าทั่วไป นางกลับตั้งคำถามกลับอย่างสุขุม การกระทำนี้ทำให้ซ่งเจียหมิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่งในปฏิภาณไหวพริบของนาง
“ข้าชื่อซ่งเจียหมิง เป็นผู้จัดการโรงงานทอผ้าหนานเยว่” เขาแนะนำตัวอย่างตรงไปตรงมา “ข้าเห็นว่าสินค้าของเจ้ามีคุณภาพดีและเป็นที่ต้องการ จึงอยากจะสั่งซื้อเพื่อนำไปเป็นของรางวัลสวัสดิการให้แก่พนักงานในโรงงาน”
โรงงานทอผ้าหนานเยว่! นั่นคือโรงงานขนาดใหญ่ที่สุดในเขตอุตสาหกรรมซิงไห่ มีคนงานหลายร้อยชีวิต! คำพูดของซ่งเจียหมิงไม่ต่างจากระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกโยนลงกลางตลาด พ่อค้าแม่ค้าแผงข้างๆ ต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความอิจฉา นี่มันคือคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันถึง
เฉียวซินหร่วนหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่นางยังคงรักษามาดนักธุรกิจจากศตวรรษที่ 21 ไว้ได้อย่างมั่นคง “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านผู้จัดการซ่งให้ความสนใจสินค้าของดิฉัน ไม่ทราบว่าท่านต้องการจำนวนเท่าไหร่หรือคะ?”
“โรงงานของข้ามีพนักงานราวห้าร้อยคน ข้าอยากได้สบู่หอมสองร้อยก้อน และแชมพูอีกสองร้อยซอง” ซ่งเจียหมิงกล่าวจำนวนที่ต้องการออกมา
สองร้อยก้อน! สองร้อยซอง!
ตัวเลขนี้ทำให้เฉียวซินหร่วนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในใจพลันคำนวณอย่างรวดเร็ว สบู่ก้อนละหนึ่งหยวนห้าเหมา แชมพูซองละแปดเหมา คำสั่งซื้อนี้มีมูลค่ารวมสูงถึงสี่ร้อยหกสิบหยวน! มันมากกว่าครึ่งหนึ่งของเป้าหมายห้าร้อยหยวนที่นางต้องหามาคืนตระกูลลู่เสียอีก!
ทว่า... ปัญหาใหญ่ก็ตามมาทันที ‘ระบบห้างสรรพสินค้ามิติ’ ของนางในขั้นที่ 1 สามารถเบิกของออกมาได้เพียงวันละ 10 ชิ้นเท่านั้น การจะส่งมอบของสี่ร้อยชิ้นในวันพรุ่งนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
เฉียวซินหร่วนใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาในการตัดสินใจ นางแย้มยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ กล่าวกับซ่งเจียหมิงด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
“ท่านผู้จัดการซ่ง สินค้าของดิฉันไม่ใช่สินค้าที่ผลิตออกมาคราวละมากๆ จากโรงงานทั่วไปค่ะ แต่เป็นสินค้าคุณภาพสูงที่ต้องใช้เวลาในการผลิตและขนส่งแต่ละครั้งมีจำนวนจำกัด เพื่อควบคุมคุณภาพให้ดีที่สุดเสมอ”
นางใช้ทักษะการตลาดสมัยใหม่สร้างเรื่องราวให้สินค้าดูพิเศษและหายากขึ้นมาทันที
ซ่งเจียหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “หมายความว่าเจ้าไม่มีของให้ข้าในวันพรุ่งนี้?”
“มีให้แน่นอนค่ะ แต่ไม่สามารถให้ครบตามจำนวนที่ท่านต้องการได้ในคราวเดียว” เฉียวซินหร่วนรีบตอบอย่างฉะฉาน “ดิฉันขอเสนอทางออกเช่นนี้ได้หรือไม่คะ? พรุ่งนี้ดิฉันจะนำสบู่ยี่สิบก้อนและแชมพูยี่สิบซองไปส่งให้ท่านที่โรงงานเป็นล็อตแรก เพื่อให้ท่านได้ตรวจสอบคุณภาพและนำไปทดลองแจกจ่ายก่อน”
นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย มองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะกล่าวต่อด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล “หลังจากนั้น ดิฉันจะทยอยส่งมอบสินค้าให้ท่านทุกสัปดาห์จนกว่าจะครบจำนวน การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะรับประกันว่าท่านจะได้ของใหม่เสมอ แต่ยังเป็นการสร้างความรู้สึกพิเศษให้แก่พนักงานของท่าน ที่จะได้รับของรางวัลคุณภาพดีอย่างต่อเนื่องด้วยค่ะ”
นี่คือกลยุทธ์การขายแบบ ‘ผูกปิ่นโต’ ที่เธอคุ้นเคยจากโลกเก่า มันเปลี่ยนจากการซื้อขายครั้งเดียวให้กลายเป็นการทำธุรกิจระยะยาว
ซ่งเจียหมิงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองแม่ค้าสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป จากแค่ความสนใจในตัวสินค้า กลายเป็นความประทับใจในตัวบุคคล นางไม่ได้มีเพียงรูปโฉมที่งดงาม แต่ยังมีสมองและวิสัยทัศน์ทางธุรกิจที่เฉียบแหลมเกินกว่าแม่ค้าแผงลอยทั่วไปนัก ข้อเสนอของนางไม่เพียงแก้ปัญหาเรื่องจำนวนสินค้า แต่ยังยกระดับการแจกสวัสดิการของเขาให้ดูมีความหมายและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น
“น่าสนใจ” เขากล่าวพลางพยักหน้าช้าๆ “ข้อเสนอของเจ้าดีมาก แล้วเรื่องราคาล่ะ?”
“สำหรับคำสั่งซื้อขนาดใหญ่นี้ ดิฉันยินดีมอบส่วนลดพิเศษให้ท่านค่ะ” เฉียวซินหร่วนยิ้มกว้าง “จากราคารวมสี่ร้อยหกสิบหยวน ดิฉันคิดท่านเพียงสี่ร้อยห้าสิบหยวนถ้วน แต่มีเงื่อนไขว่าท่านต้องชำระเงินมัดจำล่วงหน้าให้ดิฉันครึ่งหนึ่ง คือสองร้อยยี่สิบห้าหยวนในวันนี้ เพื่อเป็นการยืนยันคำสั่งซื้อค่ะ”
การขอเงินมัดจำคือการทดสอบความจริงใจของลูกค้า และยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงสำหรับตัวเธอเองด้วย
ซ่งเจียหมิงหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ “แม่นางน้อย เจ้าช่างรอบคอบและหลักแหลมนัก” เขามิได้ลังเลแม้แต่น้อย ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านใน หยิบปึกธนบัตรออกมานับอย่างรวดเร็วแล้วส่งให้นาง “นี่เงินมัดจำสองร้อยยี่สิบห้าหยวน พรุ่งนี้ตอนเที่ยง ข้าจะรอเจ้าที่หน้าโรงงานทอผ้าหนานเยว่”
เฉียวซินหร่วนรับเงินมาด้วยสองมือ หัวใจของนางพองโตด้วยความยินดี “ขอบคุณสำหรับความไว้วางใจค่ะท่านผู้จัดการซ่ง ดิฉันเฉียวซินหร่วน จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอนค่ะ”
เมื่อซ่งเจียหมิงหมุนตัวเดินจากไป ฝูงชนที่มุงดูอยู่ก็แตกฮือราวกับผึ้งแตกรัง เสียงซุบซิบดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ บางคนมองมาที่นางด้วยสายตาชื่นชม บางคนมองด้วยความอิจฉาริษยาอย่างไม่ปิดบัง
เฉียวซินหร่วนไม่สนใจสายตาเหล่านั้น นางเก็บเงินปึกใหญ่ใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง ยอดขายสะสมของนางตอนนี้พุ่งทะยานเกินกว่าครึ่งของเงื่อนไขการปลดล็อกระบบขั้นที่สองแล้ว! นี่คือก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างธุรกิจของนางให้เติบใหญ่
ขณะที่นางก้มลงเก็บผืนผ้าบนพื้นเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านนั้นเอง หางตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนหลบอยู่หลังแผงขายผักฝั่งตรงข้าม แม้จะเห็นเพียงแวบเดียว แต่แววตาเคียดแค้นชิงชังที่จับจ้องมานั้นทำให้นางรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง
เฉียวซินหร่วนขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกไม่สบายใจก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำธุรกิจในยุคนี้ไม่ได้มีเพียงโอกาส แต่ยังแฝงไปด้วยภยันตรายจากผู้ไม่หวังดี คำสั่งซื้อลอตใหญ่นี้อาจนำมาซึ่งความมั่งคั่ง แต่ก็อาจนำพามรสุมลูกใหม่มาสู่นางได้เช่นกัน...