การตอบโต้ของจื่อเซวียน

ประกายตาเย็นเยียบของเจียงหว่านหนิงปะทะเข้ากับสายตาละโมบของเจียงจื่อเป่าที่จับจ้องถุงผ้าข้างเอวน้องชายของนางอย่างไม่วางตา คล้ายหมาป่าจ้องมองลูกแกะที่หลงฝูง นางเบือนหน้ากลับมาอย่างเชื่องช้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เย็นชาเสียดกระดูก

ในความมืดสลัวรอบกองไฟที่ล้อมวงกันอยู่ ครอบครัวสายรองของนางกำลังนั่งซุกตัวรวมกันเพื่อไออุ่น ท่านพ่อเจียงต้าฝูและท่านแม่เสิ่นอวี้จู๋มีสีหน้าอิดโรย แต่แววตากลับฉายความห่วงใยเมื่อมองมายังบุตรธิดา

เจียงหว่านหนิงไม่กล่าวอะไร นางเพียงขยับเข้าไปใกล้เจียงจื่อเซวียนผู้เป็นน้องชายมากขึ้น ใช้ร่างของตนบังสายตาอันน่ารังเกียจจากบ้านหลัก ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ทำทีเป็นหยิบของที่ซ่อนไว้ แต่แท้จริงแล้วนางได้นำมันออกมาจากมิติลับของนางแล้ว

มันเทศหัวงามขนาดกำลังเหมาะที่ยังอุ่นๆ ถูกส่งไปตรงหน้าเจียงจื่อเซวียน มันเทศหัวนี้นางแอบนำออกมาจากมิติของนางเอง อาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังยุ่งกับการตั้งค่าย นำไปซุกไว้ในขี้เถ้าร้อนๆ ของกองไฟที่ยังคุกรุ่น จนมันสุกหอมได้ที่

"พี่ใหญ่..." เจียงจื่อเซวียนเบิกตากว้าง เขามองมันเทศในมือสลับกับใบหน้าพี่สาวอย่างลังเล "แล้วท่านเล่า?"

"กินเถอะ พี่ไม่หิว" เจียงหว่านหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม "เจ้ากับน้องเล็กต้องกินให้อิ่ม ร่างกายจะได้แข็งแรง"

นางเหลือบมองไปยังเจียงหว่านชิงที่หลับตาพริ้มซบไหล่ท่านแม่อยู่ จึงหักมันเทศชิ้นเล็กๆ ยื่นให้เสิ่นอวี้จู๋ "ท่านแม่ ปลุกน้องเล็กขึ้นมากินรองท้องสักหน่อยเถิด"

เสิ่นอวี้จู๋พยักหน้าเบาๆ น้ำตาคลอหน่วยด้วยความตื้นตัน นางค่อยๆ ปลุกบุตรสาวคนเล็กให้ตื่นขึ้นมารับมันเทศชิ้นน้อยไปกินอย่างงัวเงีย

กลิ่นหอมหวานของมันเทศย่างลอยไปตามลม ปลุกสัญชาตญาณดิบของเด็กอ้วนที่อดทนเฝ้ารอมานานให้ตื่นขึ้น เจียงจื่อเป่าซึ่งเพิ่งกินส่วนของตนจนหมดไปแล้วอย่างรวดเร็ว ลุกพรวดขึ้นจากข้างกายหวังชุ่ยเจียว แล้วเดินตรงดิ่งมายังวงของครอบครัวสายรองทันที

"นั่นของข้า!" เสียงตะโกนดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจ เจียงจื่อเป่าชี้หน้าเจียงจื่อเซวียน "มันเทศหัวนั้นควรเป็นของข้า! เจ้าเป็นแค่ลูกบ้านรอง มีสิทธิ์อะไรได้กินของดีๆ!"

เจียงจื่อเซวียนสะดุ้งสุดตัว เขากอดมันเทศในมือไว้แน่น ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวอย่างที่เคยเป็นมาตลอด แต่ครานี้...ในแววตาของเขากลับมีบางอย่างเปลี่ยนไป เขานึกถึงคำพูดของพี่สาวที่กระซิบสอนเขาทุกค่ำคืน 'จื่อเซวียน หากใครมารังแกเจ้า หากใครมาแย่งของของเจ้า...อย่ายอมอีกต่อไป'

"นี่เป็นของพี่ใหญ่ให้ข้า..." เขาตอบเสียงสั่น แต่กลับไม่ยอมปล่อยมือ

"ข้าไม่สน! ส่งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!" เจียงจื่อเป่าไม่รอฟังคำตอบ มันพุ่งตัวเข้าหาหมายจะกระชากมันเทศจากมือของเจียงจื่อเซวียน

วินาทีนั้นเอง! ภาพความทรงจำที่ถูกรังแกมานับครั้งไม่ถ้วนผุดขึ้นในหัวของเจียงจื่อเซวียน ภาพที่ถูกผลักจนล้ม ภาพที่ถูกแย่งอาหารจนต้องทนหิวโหย...และภาพใบหน้าอันแน่วแน่ของพี่สาวที่คอยปกป้องเขาเสมอ

ความกลัวที่เคยเกาะกุมหัวใจพลันสลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความกล้าหาญที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเป็นครั้งแรก!

"ข้าไม่ให้!"

สิ้นเสียงตะโกน เจียงจื่อเซวียนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ก้มศีรษะลงต่ำแล้วใช้หัวของตนพุ่งเข้าชนท้องกลมๆ ที่เต็มไปด้วยไขมันของเจียงจื่อเป่าอย่างจัง!

ตุบ!

เสียงดังทึบราวกับลูกมะพร้าวตกกระทบพื้นดิน เจียงจื่อเป่าที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างโอรสสวรรค์องค์น้อย ไม่เคยคาดคิดว่าจะถูก 'ลูกแกะ' ที่ตนรังแกมาตลอดตอบโต้กลับเช่นนี้ มันเสียหลักล้มหงายหลังก้นกระแทกพื้นเสียงดังอั้ก! มันเทศในมือของจื่อเซวียนยังคงปลอดภัยดี

ความเจ็บจุกเสียดที่ท้องผสานกับความตกใจและอัปยศอดสู ทำให้เจียงจื่อเป่าอ้าปากค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดเสียงร้องไห้ออกมาดังลั่นป่า

"โอ๊ย! ท่านย่า! มันตีข้า! ไอ้เด็กเหลือขอมันทำร้ายข้า! ฮือๆๆ มันจะฆ่าข้าแล้ว!"

เสียงกรีดร้องแหลมสูงปลุกให้ทุกคนในค่ายพักหันมามองเป็นตาเดียว หม่าชุนฮวาที่กำลังเคลิ้มหลับอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง นางลุกพรวดขึ้นมาราวกับถูกไฟลนเมื่อได้ยินเสียงหลานรัก

"จื่อเป่า! ใครทำอะไรเจ้า!" หญิงชราตะโกนลั่น วิ่งกระย่องกระแย่งมาพร้อมกับหวังชุ่ยเจียวผู้เป็นมารดา

แต่ก่อนที่สองอรพิษเฒ่าสาวจะไปถึงตัวเจียงจื่อเซวียน ร่างระหงของเจียงหว่านหนิงก็ขยับมายืนขวางหน้า ป้องน้องชายไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว แววตาของนางยามนี้คมปลาบดุจน้ำแข็งพันปี

"ท่านย่าจะทำอะไรน้องชายข้า!"

"หลีกไปนังตัวดี!" หม่าชุนฮวาตวาดลั่น ชี้หน้าเจียงหว่านหนิงด้วยนิ้วที่สั่นเทาด้วยโทสะ "เจ้าดูสิว่าน้องชายสารเลวของเจ้าทำอะไรหลานรักของข้า! มันกล้าลงมือทำร้ายจื่อเป่า! วันนี้ข้าจะตีมันให้ตาย!"

"ทำร้ายรึ?" เจียงหว่านหนิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ท่านย่าตาบอดหรืออย่างไร ท่านไม่เห็นหรือว่าหลานรักของท่านกำลังจะขโมยอาหารของน้องข้า! จื่อเซวียนแค่ป้องกันตัวเท่านั้น หากจะโทษ ก็ต้องโทษที่ท่านเลี้ยงหลานชายจนเสียคน เห็นแก่กิน ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี!"

"หนอย! นังปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!" หวังชุ่ยเจียวถลึงตาใส่ "ลูกข้าเป็นถึงหลานชายคนโตของตระกูลเจียง แค่อยากกินมันเทศของพวกบ้านรองสักชิ้นจะเป็นอะไรไป! พวกแกมันพวกชั้นต่ำ มีหน้าที่ต้องมอบของดีๆ ให้บ้านหลักอยู่แล้ว!"

คำพูดไร้ยางอายนั้นทำให้เจียงต้าฝูที่นั่งเงียบอยู่นานถึงกับทนไม่ไหว เขาลุกขึ้นยืนประจันหน้า "พี่สะใภ้ใหญ่! พูดจาให้มันมีเหตุผลหน่อย! มันเทศชิ้นนั้นเป็นของลูกข้า จื่อเป่ามาแย่งก่อน จื่อเซวียนแค่ป้องกันตัว!"

ทว่าเสียงของคนซื่อสัตย์เช่นเขาหรือจะสู้เสียงกรีดร้องของหม่าชุนฮวาได้ หญิงชราไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ในสายตาของนางมีเพียงภาพหลานชายหัวแก้วหัวแหวนที่นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้นเท่านั้น

"ข้าไม่สน! วันนี้พวกเจ้าบ้านรองต้องรับผิดชอบ! ส่งตัวไอ้เด็กเหลือขอมาให้ข้าลงโทษเดี๋ยวนี้!"

เจียงหว่านหนิงไม่แม้แต่จะขยับกาย นางเพียงแค่หรี่ตามองเลยผ่านท่านย่าและป้าสะใภ้ใหญ่ไปยังเจียงจื่อเป่าที่ยังคงแผดเสียงร้องไม่หยุด นางย่างเท้าเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

เมื่อไปหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กอ้วน นางก็ย่อตัวลง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับกระซิบมาจากขุมนรก

"เจียงจื่อเป่า ฟังให้ดีนะ..."

เสียงของนางไม่ดัง แต่กลับทรงพลังจนทำให้เสียงร้องไห้ของเจียงจื่อเป่าชะงักงันไปในทันที

"ถ้าเจ้ายังกล้าคิดจะมาแย่งอาหารของน้องข้าอีกแม้แต่ครั้งเดียว..." เจียงหว่านหนิงเว้นจังหวะ มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียม "คราวหน้า ข้าจะไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของน้องข้า แต่ข้าจะจับเจ้าด้วยมือของข้าเอง ลากเข้าไปในป่าลึก...แล้วโยนทิ้งไว้ให้ฝูงหมาป่าที่กำลังหิวโซได้ลิ้มลอง...ไม่แน่ว่าเนื้ออ้วนๆ ของเจ้า อาจจะอร่อยถูกปากพวกมันก็ได้"

คำขู่นั้นราวกับน้ำแข็งที่สาดใส่กลางกองไฟ มันทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบกริบลงในบัดดล เจียงจื่อเป่าหยุดร้องไห้ทันที ใบหน้าอ้วนกลมซีดเผือดราวกับกระดาษ เขามองเข้าไปในดวงตาของเจียงหว่านหนิงแล้วเห็นเพียงความมืดมิดอันว่างเปล่าและความเด็ดขาดที่พร้อมจะทำจริงอย่างที่พูด

นี่ไม่ใช่คำขู่เล่นๆ!

หวังชุ่ยเจียวและหม่าชุนฮวาเองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก พวกนางไม่เคยเห็นด้านที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ของเจียงหว่านหนิงมาก่อน มันไม่ใช่แค่เด็กสาวปากกล้าอีกต่อไป แต่มันคือพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำทุกคนที่ล้ำเส้น!

หลังจากนิ่งอึ้งไปนานหลายอึดใจ ในที่สุดหม่าชุนฮวาก็ได้สติกลับคืนมา ความโกรธแค้นพวยพุ่งขึ้นจนใบหน้าของนางบิดเบี้ยวกลายเป็นสีม่วงคล้ำ นางชี้หน้าเจียงหว่านหนิง นิ้วสั่นระริกราวกับใบไม้ต้องลมพายุ

"ดี! ดีมาก! นังแพศยาตัวน้อย! เจ้ากล้าข่มขู่หลานรักของข้าต่อหน้าข้าเลยรึ! คิดว่าจะไม่มีใครทำอะไรเจ้าได้ใช่หรือไม่!"

นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยเสียงอันดังลั่นสะท้านไปทั่วทั้งค่ายพัก

"ในเมื่อพวกเจ้ามันปีกกล้าขาแข็งถึงเพียงนี้...ได้! นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ครอบครัวบ้านรองของพวกเจ้าทั้งหมด ไม่ต้องได้รับส่วนแบ่งอาหารจากข้าแม้แต่เมล็ดข้าวเดียว! ข้าจะคอยดู ว่าระหว่างหลานรักของข้า กับพวกเหลือขออย่างพวกเจ้า ใครกันแน่ที่จะอดตายก่อน!"