ตอนที่ 5

***บทที่ 5: เด็กสาวขอทานผู้ซื่อสัตย์***

สายตาคมกริบของชายวัยกลางคนในรถม้าหรูหราจับจ้องมายังแป้งทอดสีทองในกระทะของเสิ่นโหรวเจียไม่วางตา กลิ่นหอมที่โชยไปแตะจมูกนั้นช่างยั่วยวนจนยากจะต้านทาน มันคือกลิ่นหอมของแป้งสาลีชั้นเลิศผสมผสานกับต้นหอมและน้ำมันคุณภาพสูงที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนตลอดเส้นทางการค้าอันยาวนาน

"อาฝู" เขาเอ่ยเรียกคนสนิทที่ยืนคุมอยู่ข้างรถม้าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ "ไปซื้อแป้งทอดนั่นมาให้ข้าแผ่นหนึ่ง"

"ขอรับ ท่านพ่อบ้านใหญ่!" ชายฉกรรจ์นามอาฝูรีบรับคำสั่ง เขาสาวเท้าฝ่าฝูงชนที่เริ่มบางตาลงเข้าไปยังแผงลอยเล็กๆ

"แม่นาง ขอแป้งทอดแผ่นหนึ่ง" อาฝูกล่าวพร้อมกับโยนเหรียญทองแดงสองอีแปะลงบนโต๊ะ

เสิ่นโหรวเจียเหลือบมองเหรียญครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มสุภาพ "คุณชาย แป้งทอดของข้าราคาแผ่นละสามอีแปะเจ้าค่ะ"

อาฝูชะงักไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ "แป้งทอดธรรมดาเหตุใดจึงแพงกว่าเจ้าอื่นถึงสามเท่า?"

"ของดี ย่อมมีราคาที่เหมาะสม" เสิ่นโหรวเจียตอบกลับอย่างมั่นใจพลางพลิกแป้งในกระทะจนเหลืองกรอบน่ากิน "หากท่านไม่เชื่อ ลองชิมดูก่อนได้เจ้าค่ะ"

ความมั่นอกมั่นใจของนางทำให้อาฝูลังเล แต่เมื่อนึกถึงคำสั่งของนายเหนือหัว เขาก็จำต้องโยนเหรียญเพิ่มให้อีกหนึ่งอีแปะอย่างไม่เต็มใจนัก เสิ่นโหรวเจียรับเงินมา ก่อนจะใช้กระดาษน้ำมันห่อแป้งทอดร้อนๆ ส่งให้เขาอย่างคล่องแคล่ว

อาฝูนำแป้งทอดกลับไปส่งให้ชายในรถม้าอย่างนอบน้อม ชายผู้นั้นรับมาพิจารณาดูด้วยความสนใจ ก่อนจะกัดลงไปคำหนึ่ง

เพียงคำแรก ดวงตาที่เคยเรียบเฉยของเขาก็พลันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง!

ความกรอบของแป้งชั้นนอกที่แตกกระจายในปาก ตามมาด้วยความเหนียวนุ่มของชั้นแป้งด้านในที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ สัมผัสได้ถึงรสเค็มอ่อนๆ และความหอมหวานของต้นหอมที่แทรกซึมอยู่ทุกอณู ทั้งหมดถูกชูรสด้วยความหอมมันของน้ำมันชั้นดีที่เคลือบลิ้นแต่ไม่เลี่ยนเลยแม้แต่น้อย มันคือรสชาติที่เรียบง่ายแต่กลับล้ำลึกอย่างไม่น่าเชื่อ!

"ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมเหลือเกิน!" เขาพึมพำกับตนเอง ก่อนจะตะโกนสั่งอาฝูเสียงดัง "อาฝู! ไปบอกแม่นางผู้นั้น แป้งทอดที่เหลือทั้งหมด ข้าเหมา!"

สิ้นคำประกาศิตของเขา ทุกคนที่ยังลังเลอยู่ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาด้วยความเสียดาย ส่วนอาฝูนั้นรีบวิ่งกลับไปที่แผงของเสิ่นโหรวเจียทันที

"แม่นาง! ท่านพ่อบ้านใหญ่ของเราพอใจมาก เขาต้องการเหมาแป้งทอดที่เหลือทั้งหมด!"

เสิ่นโหรวเจียแย้มยิ้มกว้าง นางเหลือบมองแป้งที่ยังไม่ได้ทอดอีกราวสิบกว่าแผ่น ก่อนจะคำนวณราคาอย่างรวดเร็ว "ทั้งหมดสี่สิบห้าอีแปะเจ้าค่ะ"

ครั้งนี้อาฝูไม่ได้ต่อรองราคาแม้แต่คำเดียว เขารีบควักถุงเงินออกมานับเหรียญส่งให้นางอย่างรวดเร็ว เสิ่นโหรวเจียจึงเร่งมือทอดแป้งที่เหลือทั้งหมดจนเสร็จสิ้น บรรจงห่อด้วยกระดาษน้ำมันแล้วส่งมอบให้

ขบวนคาราวานเคลื่อนตัวจากไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและสายตาอิจฉาของผู้คนที่พลาดโอกาสลิ้มลองอาหารเลิศรส เสิ่นโหรวเจียมองตามจนลับสายตา หัวใจพองโตด้วยความยินดีระคนตื่นเต้น นี่คือกำไรก้อนแรกที่นางหามาได้ด้วยสองมือของตนเองในโลกใบนี้

เมื่อผู้คนสลายตัวไปหมดแล้ว นางจึงเริ่มเก็บร้านที่ว่างเปล่า แสงตะวันยามเย็นสาดส่องลงมากระทบร่างบอบบางของนางที่กำลังสาละวนกับการทำความสะอาดกระทะและโต๊ะไม้เก่าๆ แม้จะเหนื่อยล้า แต่ใบหน้ากลับเปี่ยมสุข

นางเหลือบมองกองเหรียญทองแดงบนโต๊ะแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ นางรวบรวมเงินทั้งหมด ก่อนจะทำทีเป็นเก็บมันใส่ถุงผ้าเก่าๆ แต่ในจังหวะที่ก้มตัวลงต่ำลับสายตาผู้คน มือของนางก็แอบถ่ายเงินทั้งหมดพร้อมกับน้ำมันชั้นเลิศและแป้งสาลีส่วนที่เหลือเข้าไปใน "มิติลับส่วนตัว" ทันที นี่คือสมบัติล้ำค่าที่ต้องเก็บรักษาให้ปลอดภัยที่สุด

ขณะที่นางกำลังจะเก็บแป้งทอดสองแผ่นสุดท้ายที่กันไว้สำหรับมื้อเย็นของตนเอง พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มหนึ่งที่มุมตรอกซอยใกล้ๆ

เมื่อเพ่งมองให้ดีจึงพบว่าเป็นเด็กสาวขอทานผู้หนึ่ง นางดูอายุราวสิบสองสิบสามปี สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เนื้อตัวมอมแมมซูบผอมจนน่าสงสาร ดวงตากลมโตคู่นั้นจับจ้องมายังแป้งทอดในมือของนางอย่างไม่กะพริบ แววตาเต็มไปด้วยความหิวโหยอย่างสุดซึ้ง แต่กลับไม่มีท่าทีจะเข้ามาเอ่ยปากขอแม้แต่น้อย มีเพียงน้ำลายที่นางกลืนลงคออย่างยากลำบากเท่านั้นที่บ่งบอกความต้องการ

ภาพนั้นทำให้หัวใจของเสิ่นโหรวเจียกระตุกวูบ นางนึกถึงสภาพของเจ้าของร่างเดิมที่ต้องอดอยากจนสิ้นใจ ความรู้สึกสงสารและเข้าอกเข้าใจก็ผุดขึ้นมาอย่างท่วมท้น

นางเดินตรงเข้าไปหาเด็กสาวคนนั้นอย่างไม่ลังเล

เด็กสาวสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นนางเดินเข้ามา นางรีบก้มหน้าหลบสายตา เตรียมจะวิ่งหนีด้วยความหวาดระแวง

"เดี๋ยวก่อน" เสียงของเสิ่นโหรวเจียอ่อนโยนกว่าที่เคย "เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ อย่าเพิ่งไปไหน"

นางกลับไปที่แผง หยิบแป้งทอดสองแผ่นสุดท้ายขึ้นมา แล้วเดินกลับไปยื่นให้เด็กสาวคนนั้น "เอ้านี่ ข้าให้"

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เชื่อสายตา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความงุนงง นางมองแป้งทอดสลับกับใบหน้าของเสิ่นโหรวเจียไปมา ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ

"รับไปเถอะ ข้าอิ่มแล้ว" เสิ่นโหรวเจียยัดแป้งทอดใส่มือที่สั่นเทาของเด็กสาว "กินเสียตอนที่มันยังร้อนๆ เถอะ"

ความอบอุ่นจากแป้งทอดส่งผ่านสู่ฝ่ามือที่เย็นชืดของเด็กสาว ในที่สุดนางก็ทนต่อความหิวไม่ไหวอีกต่อไป นางโค้งคำนับให้เสิ่นโหรวเจียครั้งหนึ่ง ก่อนจะเริ่มกัดแป้งทอดอย่างช้าๆ แทนที่จะตะกละตะกลามเหมือนขอทานทั่วไป นางกลับค่อยๆ เคี้ยวและลิ้มรสชาติของมันอย่างทะนุถนอม ราวกับเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต

น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากหางตาของนางโดยไม่รู้ตัว

เมื่อกินจนหมดเกลี้ยงแล้ว แทนที่จะเดินจากไปเหมือนที่เสิ่นโหรวเจียคาดไว้ เด็กสาวกลับทำในสิ่งที่นางคาดไม่ถึง

"ตุ้บ!"

นางคุกเข่าลงกับพื้นเบื้องหน้าเสิ่นโหรวเจีย โขกศีรษะลงกับพื้นดินเสียงดัง "นายหญิง! บุญคุณมื้อนี้ข้าขอจดจำ ข้าไม่มีเงินทองตอบแทน โปรดรับข้าไว้เป็นผู้ช่วยด้วยเถิด! ข้าทำงานได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะแบกหาม ล้างชาม หรือแม้แต่งานหนักแค่ไหนข้าก็ไม่เกี่ยง ขอเพียงมีข้าวให้กินประทังชีวิตก็พอเจ้าค่ะ!"

เสิ่นโหรวเจียประหลาดใจกับการกระทำของเด็กสาว นางก้มลงไปมองเด็กที่ยังคงหมอบอยู่กับพื้น เห็นได้ถึงความแน่วแน่และจริงใจในแววตาคู่นั้น

"เจ้าชื่ออะไร?" นางถาม

"ข้า...ข้าไม่มีชื่อเจ้าค่ะ ทุกคนเรียกข้าว่า 'เด็กขอทาน'" นางตอบเสียงอ่อย

"เช่นนั้นลุกขึ้นก่อน" เสิ่นโหรวเจียกล่าว "ข้าจะรับเจ้าไว้ทำงาน แลกกับอาหารและที่พัก ต่อไปนี้เจ้าชื่อ 'อาชิง' ก็แล้วกัน"

อาชิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความปิติยินดี นางโขกศีรษะขอบคุณอีกสามครั้งติดกัน "ขอบคุณนายหญิง! ขอบคุณนายหญิง! อาชิงจะขอรับใช้นายหญิงไปชั่วชีวิต!"

"ดี" เสิ่นโหรวเจียพยักหน้าอย่างพึงพอใจ การมีผู้ช่วยสักคนย่อมดีกว่าทำทุกอย่างตามลำพัง "ตามข้ามา"

ขณะที่เสิ่นโหรวเจียกำลังจะพาอาชิงกลับไปยังกระท่อมซอมซ่อของนางนั้นเอง พลันมีเสียงใสกังวานดังขึ้นในหัวของนางเพียงผู้เดียว

`[ติ๊ง! ยินดีด้วย! การค้าขายครั้งแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ท่านได้รับ 'แต้มความอร่อย' 50 แต้ม!]`

`[ท่านสามารถใช้แต้มเพื่อแลกเปลี่ยนสูตรอาหารหรือวัตถุดิบพิเศษในร้านค้าระบบได้แล้ว!]`

เสิ่นโหรวเจียชะงักฝีเท้าไปชั่วครู่ ดวงตาของนางทอประกายวาบขึ้นมาทันที นางเหลือบมองอาชิง ผู้ช่วยคนแรกที่ได้มาด้วยความเมตตา แล้วจึงนึกถึงแต้มในระบบที่เพิ่งได้รับ

บัดนี้ นางมีทั้งคนและมีทั้งทุนสำหรับก้าวต่อไปแล้ว!

รอยยิ้มแห่งความมุ่งมั่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเสิ่นโหรวเจีย เส้นทางสู่การเป็นสุดยอดเถ้าแก่เนี้ยแห่งยุคเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และดูเหมือนว่าหนทางข้างหน้าจะน่าสนุกกว่าที่นางคิดไว้มากนัก