ตอนที่ 6

***บทที่ 6: ก้าวแรกของร้านริมทาง***

แสงอรุณรุ่งของวันใหม่ยังมิทันจะจับขอบฟ้า เสียงไก่ป่าขันแว่วมาแต่ไกล ทว่าภายในกระท่อมซอมซ่อริมถนนชิงผิงกลับมีแสงตะเกียงส่องสว่างและเงาของคนสองคนเคลื่อนไหวอย่างขะมักเขม้น

"นายหญิงเจ้าคะ แป้งนี่ต้องนวดเช่นนี้จริงๆ หรือเจ้าคะ?" อาชิงถามด้วยความสงสัย ขณะที่มือเล็กๆ ของนางพยายามเลียนแบบท่าทางการนวดแป้งของเสิ่นโหรวเจียอย่างแข็งขัน

"ถูกต้อง" เสิ่นโหรวเจียตอบพลางยิ้มบางๆ "ต้องนวดให้แป้งขึ้นฟูและนุ่มเหนียวเช่นนี้ เมื่อนำไปทอดจึงจะกรอบนอกนุ่มใน"

เมื่อคืนหลังจากที่นางรับอาชิงมาเป็นผู้ช่วยแล้ว นางก็ไม่รอช้าที่จะใช้ ‘แต้มความอร่อย’ จำนวน 50 แต้มที่เพิ่งได้รับมา เสิ่นโหรวเจียหลับตาลง เรียกหน้าต่างโปร่งแสงของระบบขึ้นมาในห้วงคำนึงของนางทันที

`[ร้านค้าระบบสุดยอดเถ้าแก่เนี้ย]`

`[แต้มความอร่อยคงเหลือ: 50 แต้ม]`

`[หมวดหมู่: สูตรอาหาร / วัตถุดิบพิเศษ / อุปกรณ์ครัว]`

นางเลือกเข้าไปที่หมวดหมู่ 'สูตรอาหาร' ทันที รายการมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้า แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นสีเทาและต้องการแต้มจำนวนมหาศาล ทว่าในหมวด 'สูตรเริ่มต้น' นางพบสิ่งที่น่าสนใจสองรายการ

`[สูตรแป้งทอดหอมกรุ่น: ต้นทุนต่ำ กำไรงาม เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น - ราคา 5 แต้ม]`

`[สูตรน้ำแกงกระดูกหมูต้นตำรับ: ขจัดกลิ่นคาว เพิ่มความสดชื่น บำรุงร่างกาย - ราคา 20 แต้ม]`

เสิ่นโหรวเจียไม่ลังเลที่จะกดแลกเปลี่ยนทั้งสองสูตรทันที ข้อมูลและเทคนิคการทำที่ละเอียดลออจากยุคสมัยของนางพลันหลั่งไหลเข้าสู่สมองราวกับเป็นความรู้ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต้มความอร่อยของนางเหลืออยู่ 25 แต้ม

เช้าวันนี้ นางจึงได้นำวัตถุดิบที่แอบซื้อหามาเก็บไว้ในมิติลับออกมาใช้ ทั้งแป้งสาลีธรรมดาและโครงกระดูกหมูที่หาซื้อได้ในราคาถูกแสนถูกจากโรงฆ่าสัตว์ท้ายเมืองซึ่งคนในยุคนี้ไม่เห็นค่า อาชิงมองตาค้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นนายหญิงของนางหยิบของออกมาจากที่ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ด้วยความภักดี นางจึงไม่ได้เอ่ยปากถาม เพียงแค่ตั้งใจทำตามคำสั่งทุกอย่าง

กลิ่นหอมของแป้งที่กำลังถูกทอดในน้ำมันร้อนๆ ส่งเสียงฉ่าๆ ผสมกับกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำแกงกระดูกหมูที่เคี่ยวจนขาวข้นในหม้อดินใบใหญ่ค่อยๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ กระท่อมที่เคยร้างไร้ผู้คน บัดนี้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเพิงไม้เล็กๆ ที่ถูกปัดกวาดจนสะอาดสะอ้าน มีโต๊ะเตี้ยๆ และม้านั่งยาวที่ซ่อมแซมขึ้นจากเศษไม้เก่าๆ สองสามตัวตั้งอยู่ด้านหน้า

"แป้งทอดร้อนๆ จ้า! น้ำแกงกระดูกหมูหอมๆ ช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าจ้า!" อาชิงตะโกนเรียกลูกค้าด้วยเสียงที่ยังเจือความเขินอายอยู่บ้าง แต่ความจริงใจในน้ำเสียงนั้นกลับดึงดูดความสนใจของผู้คนที่เริ่มสัญจรผ่านไปมาบนถนนชิงผิงได้เป็นอย่างดี

คนแรกที่หยุดชะงักคือสารถีรถม้าผู้หนึ่ง เขามีท่าทีลังเล มองดูเพิงซอมซ่อกับเด็กสาวและสตรีที่ดูยากจนด้วยแววตากังขา "แม่นางน้อย นี่คือสิ่งใดกัน? กลิ่นช่างหอมยั่วยวนใจเสียจริง"

"นี่คือแป้งทอดกับน้ำแกงกระดูกหมูเจ้าค่ะ ท่านลุงลองชิมดูสักชุดสิเจ้าคะ รับรองว่าไม่ผิดหวัง" เสิ่นโหรวเจียเชื้อเชิญด้วยรอยยิ้มอย่างมืออาชีพ

สารถีผู้นั้นตัดสินใจลองดู เขาจ่ายเงินสองอีแปะเพื่อแลกกับแป้งทอดสีเหลืองทองชิ้นใหญ่กับน้ำแกงหนึ่งถ้วยเล็กๆ เขาเป่าแป้งทอดที่ยังร้อนอยู่เบาๆ ก่อนจะกัดเข้าไปคำหนึ่ง

ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นทันที! "โอ้! แป้งนี่...แป้งนี่กรอบนอกนุ่มใน ไม่แข็งกระด้างเหมือนหมั่นโถวเลยแม้แต่น้อย!" เขาร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ จากนั้นจึงซดน้ำแกงตามเข้าไป "สวรรค์! น้ำแกงนี่ก็รสชาติกลมกล่อม หอมหวานกระดูกหมูจนแทบจะละลายในปาก ไม่มีกลิ่นสาบเลยแม้แต่นิดเดียว!"

คำอุทานของสารถีกลายเป็นโฆษณาชั้นเยี่ยม ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหันมาให้ความสนใจและทยอยเข้ามาลิ้มลอง จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสิบ ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เพิงเล็กๆ ของเสิ่นโหรวเจียก็เนืองแน่นไปด้วยลูกค้า ทั้งคนเดินทาง พ่อค้าเร่ หรือแม้แต่ชาวบ้านที่ได้กลิ่นแล้วอดใจไม่ไหว

"นายหญิง! แป้งทอดจะหมดแล้วเจ้าค่ะ!" อาชิงตะโกนบอกขณะที่มือยังคงสาละวนกับการตักน้ำแกง

"กำลังทอดเพิ่มอยู่! เจ้าช่วยรับเงินไปก่อน!" เสิ่นโหรวเจียตอบกลับ มือของนางพลิกแป้งในกระทะอย่างคล่องแคล่วราวกับทำมานับพันครั้ง เหงื่อไหลซึมหน้าผากแต่ดวงตาของนางกลับเป็นประกายเจิดจ้า

อาชิงแสดงความสามารถของนางออกมาได้อย่างเต็มที่ เด็กสาวที่เคยขี้อายบัดนี้กลับคล่องแคล่วว่องไว ทั้งเรียกลูกค้า รับเงิน ทอนเงิน และเสิร์ฟอาหารได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ใบหน้าเล็กๆ ของนางเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุขและความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง

เวลาผ่านไปจนตะวันคล้อยบ่าย แป้งที่เตรียมไว้หลายกาละมังและน้ำแกงหม้อใหญ่ก็หมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว เสิ่นโหรวเจียและอาชิงช่วยกันเก็บร้านด้วยความเหนื่อยอ่อนแต่หัวใจกลับพองโต

เมื่อกลับเข้ามาในกระท่อม อาชิงนำถุงเงินผ้าใบเล็กๆ ออกมาเทลงบนโต๊ะ เสียงเหรียญทองแดงกระทบกันดังกราวใหญ่ กองเหรียญส่องประกายวาววับภายใต้แสงตะเกียง

"นายหญิง...นี่...นี่มัน..." อาชิงตะลึงงันกับภาพตรงหน้า นางไม่เคยเห็นเงินมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

เสิ่นโหรวเจียยิ้มพลางเริ่มนับเงิน "หนึ่งร้อย...สองร้อย...สามร้อย..." นางนับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหรียญสุดท้าย "ทั้งหมดสามร้อยห้าสิบสองอีแปะ"

สามร้อยกว่าอีแปะในวันเดียว! อาชิงถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ "นายหญิง! พวกเรา...พวกเรารวยแล้ว! เพียงแค่วันเดียวพวกเราก็มีเงินมากขนาดนี้!" นางพูดเสียงสั่นเครือด้วยความตื้นตันใจ

เสิ่นโหรวเจียหัวเราะเบาๆ พลางลูบศีรษะของเด็กสาวอย่างเอ็นดู "นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น อาชิง วันพรุ่งนี้เราจะทำได้มากกว่านี้อีก"

ทว่าขณะที่นางพูดจบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นโหรวเจียกลับค่อยๆ จางลง ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด

ข่าวลือเดินทางได้เร็วกว่าสายลม การที่ร้านริมทางเล็กๆ สามารถทำเงินได้มากขนาดนี้ในวันเดียวบนถนนชิงผิง...ย่อมต้องมีทั้งผู้หวังดีและผู้ไม่หวังดีจับตามองอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาจากญาติสนิทของนาง...พวกนั้นคงได้รับข่าวในไม่ช้าเป็นแน่ ความสงบสุขดูท่าจะคงอยู่ได้อีกไม่นานนัก