ตอนที่ 8
***บทที่ 8: บทเรียนรสเผ็ดร้อน***
ราตรีโรยตัวเข้าสู่ยามจื่อ (23:00 - 01:00 น.) ความมืดและความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งถนนชิงผิงจนสิ้น แสงจันทร์เลือนรางสาดส่องลงมากระทบหลังคามุงฟางของกระท่อมซอมซ่อ แสงตะเกียงริบหรี่ภายในดับวูบลงแล้ว ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่ดูราวกับว่าผู้อาศัยทั้งสองได้จมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
ทว่าบนเตียงไม้แข็งกระด้าง ร่างของเสิ่นโหรวเจียกลับยังคงลืมตาโพลงในความมืด ดวงตาของนางสุกใสราวกับดวงดาว ไร้ซึ่งร่องรอยของความง่วงงุนแม้แต่น้อย นางนอนนิ่งฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอาชิงที่นอนอยู่บนฟูกอีกฝั่งหนึ่ง รอคอยอย่างใจเย็น
เมื่อแน่ใจว่าอาชิงหลับสนิทดีแล้ว นางจึงค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นอย่างแผ่วเบาราวกับแมวป่า ย่างเท้าไร้เสียงไปยังมุมครัวที่มืดสนิท
เสิ่นโหรวเจียกวาดตามองเครื่องปรุงไม่กี่ชนิดที่วางอยู่บนชั้นไม้เก่าๆ สายตาของนางจับจ้องไปที่โหลกระเบื้องเคลือบใบเล็กที่สุดซึ่งบรรจุเกลือบริสุทธิ์เอาไว้ ในยุคที่เกลือเป็นของควบคุมโดยทางการเช่นนี้ โหลเกลือใบเล็กๆ นี่จึงมีค่าไม่ต่างจากทองคำ
"ของมีค่าเช่นนี้...ย่อมเป็นที่ล่อตาล่อใจโจร" นางพึมพำกับตนเองเสียงเบา
นางไม่ลังเลที่จะลงมือตามแผนที่วางไว้ในใจ มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นปาดผ่านชั้นวางของอย่างรวดเร็ว พริบตาต่อมา โหลเกลือแท้ ถุงน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และเครื่องเทศหายากอีกสองสามชนิดที่นางแลกมาจากระบบก็พลันอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกเก็บเข้าไปในมิติลับส่วนตัวของนางจนหมดสิ้น นี่คือที่ซ่อนอันปลอดภัยที่สุดในโลกที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้หรือเข้าถึงได้
บัดนี้บนชั้นวางจึงเหลือเพียงโหลเปล่าและเครื่องปรุงพื้นๆ ที่หาได้ทั่วไป
เสิ่นโหรวเจียแย้มยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา นางหยิบโหลกระเบื้องอีกใบหนึ่งออกมาจากใต้โต๊ะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโหลเกลือใบเดิมราวกับแกะ ภายในบรรจุผงละเอียดสีแดงเพลิงที่ส่งกลิ่นฉุนเล็กน้อยแต่มองเผินๆ ในความมืดก็แทบแยกไม่ออกจากเกลือผสมสีชาด
นี่คือ ‘พริกป่นชนิดเผ็ดทะลวงลำไส้’ ที่นางใช้แต้มแลกมาจากระบบ มันคือผลไม้สีแดงเพลิงที่ชาวบ้านในยุคนี้เรียกว่า ‘ผลไม้แดงมีพิษ’ นิยมปลูกไว้เป็นไม้ประดับเพราะเชื่อว่าสีสันสดใสของมันจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าหากนำมันมาตากแห้งและบดเป็นผง มันจะกลายเป็นอาวุธร้ายกาจที่สามารถมอบบทเรียนรสเผ็ดร้อนให้แก่ผู้ที่ลิ้มลองได้
นางเทผงพริกสีแดงลงในโหลเกลือปลอม ก่อนจะนำไปวางไว้แทนที่โหลเกลือใบเดิมอย่างแนบเนียน จากนั้นจึงกลับไปนอนบนเตียง แสร้งทำเป็นหลับสนิทดังเดิม ทิ้งไว้เพียงกับดักที่รอคอยเหยื่อผู้ละโมบให้ก้าวเข้ามาติดกับด้วยตนเอง
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม...
เสียงเสียดสีแผ่วเบาดังขึ้นที่ประตูไม้ผุพัง ตามมาด้วยเงาดำตะคุ่มหนึ่งที่เคลื่อนตัวผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ร่างนั้นย่องเท้าเข้ามาในกระท่อมราวกับภูตผีในยามวิกาล แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโลภและความริษยา...หวังชุ่ยเจียวนั่นเอง!
นางคิดว่าหลานสาวโง่เง่าคงหลับสนิทไปแล้วหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน วันนี้นางถูกหยามหน้ากลางตลาด ความอัปยศอดสูและความโกรธแค้นยังคงคุกรุ่นอยู่ในอก การเผชิญหน้าซึ่งๆ หน้าไม่ได้ผล เช่นนั้นก็ต้องใช้วิธีที่นางถนัดที่สุด!
นางเชื่อว่าเคล็ดลับความอร่อยของแป้งทอดและบะหมี่ของเสิ่นโหรวเจียต้องอยู่ที่เครื่องปรุงลับเป็นแน่ หากนางขโมยมันมาได้ ไม่เพียงแต่จะทำลายกิจการของเด็กสาวสารเลวผู้นี้ได้ นางยังอาจนำสูตรไปสร้างความร่ำรวยให้ตนเองได้อีกด้วย!
ดวงตาของหวังชุ่ยเจียวสอดส่ายไปทั่วบริเวณครัวอันคับแคบอย่างรวดเร็ว และแล้วสายตาของนางก็ไปหยุดอยู่ที่โหลกระเบื้องเคลือบบนชั้นวาง...โหลเกลือ!
หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นางรู้ดีว่าเกลือในยุคนี้มีค่าเพียงใด และเกลือที่ใช้ในร้านอาหารย่อมต้องเป็นเกลือชั้นดี นี่อาจเป็นหนึ่งในเคล็ดลับความอร่อยก็เป็นได้!
หวังชุ่ยเจียวเอื้อมมือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปหยิบโหลใบนั้นมาอย่างระมัดระวัง นางเปิดฝาออกอย่างแผ่วเบา ในความสลัว นางเห็นผงละเอียดด้านใน แม้จะมีสีแดงปนอยู่เล็กน้อย แต่นางกลับคิดไปว่ามันคงเป็นเกลือสูตรพิเศษบางอย่าง
ความโลภเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น นางต้องพิสูจน์ให้แน่ใจ!
หวังชุ่ยเจียวใช้นิ้วชี้สกปรกของนางจิ้มลงไปในผงละเอียดนั้นเบาๆ ก่อนจะยกขึ้นมาจรดที่ปลายลิ้นเพื่อลิ้มรส...
วินาทีนั้นเอง!
ราวกับมีเปลวเพลิงจากขุมนรกระเบิดขึ้นในโพรงปากของนาง!
"อ่อก!!!"
เสียงประหลาดดังออกจากลำคอของหวังชุ่ยเจียว ดวงตาของนางเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด ความรู้สึกแรกคือความสับสน แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา มันก็ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ความเผ็ดร้อนที่ไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิตแล่นปราดไปทั่วทั้งลิ้น ลามไปถึงเพดานปากและลำคอราวกับไฟป่าลุกลาม
ลิ้นของนางรู้สึกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงพร้อมๆ กัน มันชาและพองขึ้นอย่างรวดเร็ว ความแสบร้อนทะลุทะลวงจนน้ำตาไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย ใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับถูกน้ำร้อนลวก
"อ๊ากกกก! ร้อน! ร้อน!"
นางพยายามจะกรีดร้อง แต่เสียงที่ออกมากลับแหบโหยและขาดห้วง สัญชาตญาณบอกให้นางหาน้ำดื่มเพื่อดับไฟในปาก แต่นางกลับหาโอ่งน้ำไม่เจอในความมืด นางวิ่งพล่านไปทั่วกระท่อมอย่างบ้าคลั่ง ชนเข้ากับโต๊ะและเก้าอี้จนเกิดเสียงดังโครมคราม
"โครม!"
เสียงของหนักล้มกระแทกพื้นปลุกอาชิงให้สะดุ้งตื่นจากนิทรา เด็กน้อยลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก "ใครน่ะ! เกิดอะไรขึ้น! คุณหนู!"
เสียงของอาชิงเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้สติของหวังชุ่ยเจียวขาดผึง ความเจ็บปวดและความกลัวว่าจะถูกจับได้ทำให้นางลืมสิ้นซึ่งทุกสิ่ง นางไม่สนใจที่จะขโมยอะไรอีกต่อไปแล้ว สิ่งเดียวที่นางต้องการคือหนีไปจากสถานที่อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนี้!
"ว้ายยยยยยยยยย!"
หวังชุ่ยเจียวแผดเสียงร้องโหยหวนออกมาสุดเสียง ก่อนจะหันหลังวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปทางประตู นางสะดุดขาตัวเองล้มลุกคลุกคลาน แต่ก็ยังตะเกียกตะกายคลานออกไปจากกระท่อมได้ในที่สุด
เสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาของนางยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบสงัดของค่ำคืน ก่อนจะค่อยๆ จางหายไปในความมืดที่ไกลออกไป ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและความงุนงงของอาชิง
บนเตียงนอน เสิ่นโหรวเจียค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งช้าๆ แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ประดับอยู่บนมุมปากของนาง ขณะที่นางสดับฟังเสียงโหยหวนที่ค่อยๆ เงียบหายไป
บทเรียนรสเผ็ดร้อนสำหรับหัวขโมยผู้ละโมบ...หวังว่าคงจะทำให้นางเข็ดขยาดไปอีกนานกระมัง...