ตอนที่ 9
***บทที่ 9: ตลาดเช้าอู่อิน***
เสียงกรีดร้องโหยหวนของหวังชุ่ยเจียวค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในกระท่อม เสิ่นโหรวเจียประทับรอยยิ้มเยียบเย็นไว้บนมุมปาก ก่อนจะหันไปปลอบประโลมอาชิงที่ยังคงยืนตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก
"ไม่มีอะไรแล้วอาชิง" น้ำเสียงของนางสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในบ่อโบราณ "คงเป็นเพียงแมวป่าพลัดหลงเข้ามาหาของกินเท่านั้น กลับไปนอนเถิด พรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้ามืด"
อาชิงพยักหน้ารับอย่างงุนงง แม้ในใจจะยังคงเคลือบแคลงสงสัย แต่เมื่อเห็นท่าทีสุขุมของคุณหนู เขาก็ไม่กล้าซักไซ้ต่อ ทำได้เพียงกลับไปยังที่นอนของตนอย่างเงียบเชียบ
ราตรีนั้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อแสงอรุณแรกจับขอบฟ้า เสิ่นโหรวเจียก็ลุกขึ้นมาเตรียมตัวแล้ว นางมองดูถาดแป้งทอดที่ว่างเปล่าและถุงเงินที่หนักขึ้นเล็กน้อย พลันถอนหายใจออกมาเบาๆ แป้งทอดสร้างกำไรได้จริง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากต้องการตั้งตัวให้ได้ในเมืองหลินสุ่ยแห่งนี้ นางจำเป็นต้องมีเมนูเด็ดที่แปลกใหม่และดึงดูดใจมากกว่านี้
"อาชิง ตื่นได้แล้ว วันนี้เราจะไปตลาดเช้าอู่อินกัน"
เด็กหนุ่มขยี้ตางัวเงียลุกขึ้นมา "ไปตลาดหรือขอรับคุณหนู? แต่แป้งสาลีของเรายังเหลืออยู่นี่ขอรับ"
เสิ่นโหรวเจียส่ายหน้า แววตาของนางฉายประกายมุ่งมั่น "แป้งทอดอย่างเดียวไม่พอหรอก ข้าจะทำของใหม่ขาย เป็นของที่คนในยุคนี้มองข้าม แต่ในสายตาข้า...มันคือขุมทรัพย์"
"ขุมทรัพย์หรือขอรับ?" อาชิงเอียงคอสงสัย
"ถูกต้อง" นางยิ้มอย่างมีเลศนัย "วันนี้เราจะไปหาซื้อ 'เครื่องในหมู' กัน"
คำพูดของนางทำเอาอาชิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "เครื่อง...เครื่องในหมูน่ะหรือขอรับ! แต่ของพวกนั้นทั้งคาวทั้งเหม็นสาบ มีแต่คนยากจนข้นแค้นจริงๆ หรือไม่ก็เอาไปโยนให้สุนัขกิน ใครเขาจะซื้อของแบบนั้นกันขอรับคุณหนู!"
"นั่นเพราะพวกเขาไม่รู้วิธีจัดการมันต่างหาก" เสิ่นโหรวเจียกล่าวอย่างมั่นใจ "เชื่อข้าเถิด หากข้าปรุงมันสำเร็จ มันจะกลายเป็นเมนูเลิศรสที่ทำให้ทุกคนต้องตะลึง!"
แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่อาชิงก็เชื่อมั่นในตัวคุณหนูของตนเสมอ เขาพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน สองนายบ่าวจึงเตรียมตะกร้าใบใหญ่และเงินติดตัว มุ่งหน้าออกจากกระท่อมก่อนที่ตะวันจะทันโผล่พ้นทิวไม้
ตลาดเช้าอู่อินตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองหลินสุ่ย เป็นศูนย์รวมของสดที่ใหญ่ที่สุดในยามเช้าตรู่ ยามนี้แม้ฟ้ายังไม่สางดี แต่ภายในตลาดกลับคึกคักจอแจไปด้วยผู้คน เสียงต่อรองราคาและเสียงโหวกเหวกของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าดังประสานกันจนอื้ออึง กลิ่นดินชื้นๆ กลิ่นผักสด และกลิ่นคาวเลือดของเนื้อสัตว์ลอยคละคลุ้งปะปนกันในอากาศ
เสิ่นโหรวเจียและอาชิงเดินลึกเข้าไปยังโซนขายเนื้อสัตว์ ที่นี่มีแผงขายเนื้อหมูเรียงรายอยู่หลายเจ้า แต่ละแผงแขวนซากหมูที่ชำแหละแล้วเอาไว้ แล่ขายกันสดๆ
นางเดินตรงไปยังแผงแรกที่มีชายร่างท้วมกำลังสับกระดูกเสียงดังฉับๆ "เถ้าแก่ ไม่ทราบว่ามีเครื่องในหมูขายหรือไม่เจ้าคะ?"
เถ้าแก่เจ้าของร้านเหลือบมองนางกับอาชิงแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง "คุณหนู ท่านจะเอาของเหม็นๆ นั่นไปทำอะไรกัน? ข้าโยนให้สุนัขไปหมดแล้วเมื่อเช้านี้"
เสิ่นโหรวเจียขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไปยังแผงที่สอง พ่อค้าที่นี่ดูมีอายุและเจ้าเล่ห์กว่า เมื่อได้ยินคำถามของนาง ดวงตาของเขาก็พลันเป็นประกายวาววับ
"โอ้! มีสิๆ ของดีเลยนะแม่นาง" เขากล่าวพลางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนที่เต็มไปด้วยคราบเลือด "ไส้ ตับ ม้าม ปอด ข้ามีครบ แต่ของพวกนี้มันหายากนะ ต้องใช้เวลาคัดแยกเป็นพิเศษ"
เสิ่นโหรวเจียเลิกคิ้ว "หายากหรือ? ข้าเห็นว่าปกติพวกท่านทิ้งขว้างกันเสียอีก"
"นั่นมันเมื่อก่อน!" พ่อค้าโบกมือไปมา "เดี๋ยวนี้มีคนรู้คุณค่าของมันแล้ว ข้าขายให้แม่นางในราคาพิเศษ...ชั่งละห้าสิบอีแปะเป็นอย่างไร?"
อาชิงแทบจะสำลักลมหายใจ เนื้อหมูติดมันอย่างดียังขายแค่ชั่งละสิบห้าอีแปะเท่านั้น นี่มันปล้นกันชัดๆ! "ท่าน! นี่มันแพงเกินไปแล้ว!"
พ่อค้าทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ "ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร ยังมีคนอื่นอยากได้อีกเยอะ"
เสิ่นโหรวเจียตระหนักได้ทันทีว่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดแห่งนี้มิได้ซื่อตรงอย่างที่คิด พวกเขารวมหัวกันสร้างอิทธิพลและกำหนดราคาสินค้าตามอำเภอใจ โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่านางเป็นเพียงสตรีและเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนไม่ประสา
นางจูงมืออาชิงเดินต่อไปยังแผงที่สามและสี่ แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน ทุกคนล้วนโก่งราคาเครื่องในหมูราวกับเป็นของล้ำค่า เพียงเพราะเห็นว่ามีคนต้องการมันขึ้นมา
ระหว่างที่เดินหาแผงต่อไป สายตาของเสิ่นโหรวเจียพลันเหลือบไปเห็นแผงขายสมุนไพรเล็กๆ ที่มีต้นหอมและขิงแก่หัวอวบอ้วนวางขายอยู่ นางจึงแวะเข้าไปซื้อหาวัตถุดิบจำเป็นสองสามอย่างเพื่อเตรียมไว้สำหรับทำพะโล้
"อาชิง เจ้าช่วยถือตะกร้านี้ไว้สักครู่ ข้าจะไปดูผักดองทางนั้น" นางกล่าวพลางยัดต้นหอมและขิงใส่ตะกร้าให้อาชิงถือ
เมื่ออาชิงหันไปมองตามที่นางชี้ เสิ่นโหรวเจียก็ฉวยโอกาสนั้นอย่างรวดเร็ว นางใช้ร่างของตนบังสายตาผู้คน แสร้งทำเป็นจัดของในแขนเสื้อ ก่อนจะนำขิงแก่หัวที่ใหญ่และงามที่สุดสองสามหัวที่เพิ่งซื้อมา ส่งเข้าไปเก็บไว้ใน 'มิติลับหยุดเวลา' ของนางในชั่วพริบตา ขิงที่สดใหม่เช่นนี้ หากเก็บไว้ในมิติ เวลาจะหยุดนิ่ง ทำให้มันคงความสดและกลิ่นหอมฉุนไว้ได้นานเท่านาน ไม่ต้องกังวลว่าจะเหี่ยวเฉาไปเสียก่อน
"คุณหนูขอรับ ทางนั้นไม่มีอะไรน่าสนใจเลย" อาชิงหันกลับมารายงาน
"เช่นนั้นหรือ? งั้นเราไปกันต่อเถอะ" นางตอบกลับอย่างแนบเนียน
ทั้งสองเดินถามไถ่ไปจนเกือบทั่วทั้งตลาด ทว่าก็ยังไม่ได้เครื่องในหมูแม้แต่ชิ้นเดียว อาชิงเริ่มท้อแท้ใจ "คุณหนูขอรับ หรือว่าเราจะกลับไปขายแป้งทอดเหมือนเดิมดีหรือไม่ ของพวกนี้ทั้งหายากทั้งแพงหูฉี่ ข้าว่ามันไม่คุ้มกันเลย"
"ใจเย็นก่อนอาชิง" เสิ่นโหรวเจียตบบ่าเด็กหนุ่มเบาๆ "การทำธุรกิจก็เช่นนี้ ย่อมต้องมีอุปสรรคบ้าง คนที่หัวเราะทีหลังคือผู้ชนะ เราแค่ยังหาคนที่ใช่ไม่เจอเท่านั้น"
ขณะที่นางกำลังปลอบใจอาชิงอยู่นั้นเอง พ่อค้าจากแผงที่สองก็เดินตามมาตอแย "ว่าอย่างไรแม่นางน้อย ตัดสินใจได้หรือยัง? ชั่งละห้าสิบอีแปะ ข้าลดให้อีกไม่ได้แล้วนะ หากช้ากว่านี้ของจะหมดแล้วจริงๆ"
เสิ่นโหรวเจียเพียงปรายตามองเขาอย่างเย็นชา "หากของของท่านดีจริงและราคายุติธรรม ป่านนี้คงขายหมดไปนานแล้ว ไม่ต้องมาเดินเร่ขายเช่นนี้หรอก"
คำพูดของนางแทงใจดำพ่อค้าอย่างจัง เขาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "ปากดีนักนะ! ข้าจะคอยดูสิว่าในตลาดอู่อินแห่งนี้ พวกเจ้าจะไปหาซื้อของที่ไหนได้อีก!"
บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ ในจังหวะที่เสิ่นโหรวเจียกำลังจะพาอาชิงเดินหนีไปจากตรงนั้นเอง...
พลันมีเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดุจเสียงระฆังใหญ่ดังกระหึ่มมาจากมุมหนึ่งของตลาดที่ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก
"ใครต้องการกระดูกหมูกับเครื่องในบ้าง! ข้ามีอยู่กองหนึ่ง! ยกไปให้หมดเลยก็ได้ คิดแค่ไม่กี่อีแปะเป็นค่าเสียเวลาชำแหละ! ข้าอยากจะเก็บร้านแล้ว!"
เสียงนั้นหยุดทุกการเคลื่อนไหว เสิ่นโหรวเจียและอาชิงหันขวับไปยังต้นเสียงทันที สายตาของพวกเขาทั้งสองจับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษผู้หนึ่ง เขายืนอยู่หลังแผงไม้โทรมๆ ที่มุมอับของตลาด บนแผงนั้นมีกองกระดูกและเครื่องในหมูสดใหม่กองอยู่จริงๆ...กองใหญ่พอที่นางจะทำพะโล้ขายได้ทั้งสัปดาห์