เปิดใช้งานปัญญาประดิษฐ์และมิติสวนสมุนไพร

สิ้นเสียงกังวานราบเรียบที่ไร้ซึ่งระลอกอารมณ์ สติสัมปชัญญะของฉู่ลั่วปิงก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในห้วงภวังค์อันลึกล้ำ คลื่นความร้อนที่แผดเผาร่างกายจนแทบปริแตกเมื่อครู่พลันมลายหายไป แทนที่ด้วยสายลมเย็นสดชื่นที่พัดผ่านผิวกาย หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพความแร้นแค้นของผืนดินแห้งแตกระแหงและอากาศที่ร้อนระอุได้อันตรธานไปสิ้น

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือพื้นที่ราบกว้างขวางขนาดประมาณหนึ่งหมู่ ซึ่งปกคลุมด้วยดินร่วนซุยสีดำขลับอันอุดมสมบูรณ์ ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีครามกระจ่าง ไร้ซึ่งดวงตะวันทว่ากลับสว่างไสว

"ระบบปัญญาประดิษฐ์ผู้ช่วยทางการแพทย์... นี่เจ้าตามข้าข้ามภพมาด้วยหรือ?" หญิงสาวพึมพำกับตนเอง แววตาที่เคยเย็นชากลับทอประกายแห่งความประหลาดใจ

เสียงใสกระจ่างราวกับสตรีผู้ปราศจากความรู้สึกดังก้องขึ้นในห้วงความคิดของนางอีกครั้ง

*[ระบบได้ทำการหลอมรวมเข้ากับดวงจิตของท่านอย่างสมบูรณ์แล้ว เปิดใช้งาน 'มิติสวนสมุนไพร' ระดับเริ่มต้น ข้อมูลปัจจุบัน: พื้นที่เพาะปลูกหนึ่งหมู่ ประกอบด้วยดินวิเศษที่สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้ถึงสิบเท่า และตาน้ำพุจิตวิญญาณแห่งการฟื้นฟู ฟังก์ชันเสริม: ระบบวิเคราะห์สแกนหาสมุนไพร แหล่งน้ำ และตรวจสอบสารพิษในรัศมีหนึ่งลี้ พร้อมใช้งาน]*

ฉู่ลั่วปิงกวาดสายตามองไปเบื้องหน้า กลางพื้นที่แปลงดินสีดำนั้นมีบ่อน้ำพุขนาดเล็ก น้ำในบ่อใสกระจ่างจนมองเห็นก้นหินสีมุก ไอหมอกบางเบาลอยกรุ่น บ่งบอกถึงพลังชีวิตที่อัดแน่น หญิงสาวผู้เป็นปรมาจารย์ด้านพิษวิทยาและสมุนไพรย่อมรู้ดีว่าสิ่งนี้ล้ำค่าเพียงใด นางไม่รอช้า ก้าวเท้าเข้าไปกอบน้ำพุวิเศษนั้นขึ้นดื่มด่ำ

ทันทีที่หยาดน้ำเย็นฉ่ำไหลล่วงลงสู่ลำคอ ความรู้สึกราวกับหยาดฝนชโลมผืนป่าที่แห้งแล้งก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย อาการไข้สูงที่เคยต้มหลอมสติสัมปชัญญะมอดดับลงราวกับถูกราดด้วยน้ำแข็ง ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดจากการขาดสารอาหารของร่างกายนี้ถูกปัดเป่าออกไปกว่าครึ่ง แม้จะไม่อาจฟื้นฟูร่างกายที่ซูบผอมจนสมบูรณ์พร้อมดั่งคนปกติได้ในคราเดียว ทว่าก็เพียงพอที่จะดึงรั้งชีวิตน้อยๆ นี้ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช

เมื่อร่างกายฟื้นคืนกำลัง ฉู่ลั่วปิงก็กำหนดจิตถอนตัวออกจากมิติส่วนตัว วิญญาณกลับคืนสู่เรือนร่าง สัมผัสหยาบกระด้างของพื้นดินแห้งผากกระทบแผ่นหลังอีกครา

ยามนี้เป็นเวลาดึกสงัด นางนอนซุกตัวอยู่มุมหนึ่งของพื้นที่พักแรมอันไร้หลังคาบังคุ้ม มีเพียงเศษผ้าเก่าขาดคลุมกาย ข้างกายมีร่างของฉู่ต้าจื้อผู้เป็นบิดา และฉู่เสี่ยวเฉินน้องชายวัยเจ็ดขวบที่กำลังนอนขดตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเย็นยามค่ำคืน ในขณะเดียวกัน เสียงกรนดังครอกฟี้อย่างเกียจคร้านลอยมาจากเต็นท์หลังใหญ่ที่กางอย่างมิดชิดและหรูหราที่สุดในค่ายอพยพ นั่นคือเสียงของ ฉู่ต้าเฉียง ลุงใหญ่ผู้เห็นแก่ตัว ที่กำลังหลับใหลอย่างเป็นสุขบนกองสัมภาระและผ้าห่มผืนหนา ปล่อยให้สายรองต้องนอนรับน้ำค้างและเผชิญยุงริ้นอยู่ภายนอก

ฉู่ลั่วปิงแค่นเสียงหยันในลำคอ แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งทะลวงผ่านความมืดมิด 'เสวยสุขบนหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของพวกข้าให้พอเถิด เพราะนับจากนี้ ข้าจะทวงทุกอย่างคืนเป็นร้อยเท่า!'

นางขยับตัวลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา เอื้อมมือไปหยิบกระบอกน้ำไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่าของครอบครัวสายรองที่วางอยู่ข้างกาย อาศัยจังหวะที่ความมืดปกคลุม กำหนดจิตเชื่อมต่อกับมิติสวนสมุนไพร ดึงเอาน้ำพุวิเศษออกมาผสมลงในกระบอกน้ำนั้นจนเต็มเปี่ยม น้ำพุนี้จะช่วยฟื้นฟูกำลังและปัดเป่าความอ่อนเพลียให้บิดามารดาและน้องชายของนางได้อย่างแยบยล

"ลั่วปิง..." เสียงแหบพร่าและสั่นเทาดังขึ้นแผ่วเบา

เสิ่นหว่านเจียวสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้นางผวาเข้าหาบุตรสาวทันที มือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักแตะลงบนหน้าผากมนของเด็กสาว ก่อนที่ดวงตาที่ลึกโหลของนางจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง

"ไข้... ไข้ลดแล้ว! สวรรค์คุ้มครอง ไข้ของเจ้าลดลงแล้วจริงๆ!" หยาดน้ำตาแห่งความปีติเอ่อท้นรินไหลอาบสองแก้ม เสิ่นหว่านเจียวดึงร่างเล็กของบุตรสาวเข้ามากอดแนบอก สะอื้นไห้อย่างไร้เสียงด้วยกลัวว่าจะไปปลุกคนบ้านใหญ่ให้ตื่นขึ้นมาด่าทอ ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียแก้วตาดวงใจไปเมื่อครู่ยังคงฝังแน่น ทว่ายามนี้เมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่กลับมาเป็นปกติ มันราวกับปาฏิหาริย์ที่สวรรค์ประทานให้

"ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ" ฉู่ลั่วปิงลูบแผ่นหลังบอบบางของผู้เป็นมารดาอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นที่นางไม่เคยได้รับในชาติก่อน สัมผัสได้ชัดเจนและลึกซึ้งในชาตินี้ "ท่านแม่ดื่มน้ำเสียหน่อยเถิด ข้าแอบเก็บน้ำส่วนของข้าเอาไว้ ท่านเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หากท่านล้มไปอีกคน ข้ากับน้องจะอยู่ประการใด"

หญิงสาวส่งกระบอกน้ำไม้ไผ่ให้ เสิ่นหว่านเจียวลังเลเล็กน้อยด้วยความเสียดายน้ำที่มีค่าดั่งทองคำ ทว่าเมื่อเห็นแววตาแน่วแน่และรอยยิ้มบางๆ ของบุตรสาวจึงรับมาจิบเบาๆ ทันทีที่น้ำสายนั้นไหลลงคอ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันพลันถูกชะล้างออกไปอย่างน่าประหลาด ร่างกายที่เคยหนักอึ้งกลับรู้สึกเบาสบายขึ้นมาราวกับได้ดื่มโอสถทิพย์ แม้จะแปลกใจ แต่นางก็คิดเพียงว่าเป็นเพราะความปีติยินดีที่บุตรสาวรอดตาย จึงทำให้ตนมีเรี่ยวแรงขึ้นมา

ค่ำคืนอันเงียบสงบผ่านพ้นไป แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ทว่าความสงบสุขของครอบครัวสายรองก็คงอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจเท่านั้น

"พวกตัวไร้ค่า มัวแต่นอนกินบ้านกินเมืองอยู่ได้! ลุกขึ้นมาทำงานเดี๋ยวนี้!"

เสียงตวาดแหวเกรี้ยวกราดของแม่เฒ่าหลินดังกังวานทำลายความเงียบของรุ่งอรุณ ฉู่ลั่วปิงหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงความอยุติธรรมระลอกใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของหญิงชราที่เดินตรงมายังมุมพักผ่อนของสายรอง บ่งบอกชัดเจนว่าการแจกจ่ายเสบียงในเช้าวันนี้ จะต้องมีเรื่องให้ต้องชิงไหวชิงพริบกันอีกครา...

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การแบ่งปันที่ไม่เป็นธรรม]**