การแบ่งปันที่ไม่เป็นธรรม

เสียงตวาดแหวเกรี้ยวกราดของแม่เฒ่าหลินดังกังวานทำลายความเงียบของรุ่งอรุณ ประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางวงครอบครัวสายรองที่เพิ่งจะได้พักสายตาเพียงชั่วข้ามคืน ฉู่ลั่วปิงหรี่ดวงตาหงส์ลง สัมผัสได้ถึงความอยุติธรรมระลอกใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของหญิงชราที่เดินตรงมายังมุมพักผ่อน บ่งบอกชัดเจนว่ายามเช้าอันแสนสั้นนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว

"เจ้าลูกรอง! มัวแต่นั่งบื้ออยู่ทำไม รีบไปลากรถเข็นสัมภาระเสียสิ!" หลินซื่อชี้หน้าด่าทอฉู่ต้าจื้อผู้เป็นบุตรชายคนรองอย่างไร้ความปรานี "จินเป่าหลานรักของข้ากำลังอยู่ในวัยกำลังโต ร่างกายอ่อนแอ จะให้เดินตากแดดตากลมได้อย่างไร ส่วนต้าเฉียงพี่ชายเจ้าก็ปวดหลังกำเริบ พวกเขาต้องนั่งบนรถเข็น เจ้ามีหน้าที่ลากก็ลากไป อย่าให้ข้าต้องระคายเคืองใจแต่เช้า!"

ฉู่ลั่วปิงมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นเยียบทะลุถึงกระดูก ฉู่ต้าเฉียงผู้เป็นลุงใหญ่มีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ซ้ำยังแสร้งเอามือทุบหลังทำหน้าตานิ่วคิ้วขมวด ทว่ามุมปากกลับลอบยิ้มเยาะเย้ย ส่วนฉู่จินเป่าลูกพี่ลูกน้องวัยสิบห้าปีนั้นเล่า รูปร่างอวบอัดเกินกว่าผู้ประสบภัยแล้งทั่วไปเสียอีก บัดนี้กำลังปีนขึ้นไปนั่งบนรถเข็นสัมภาระอย่างสบายใจ วางท่าราวกับคุณชายบ้านรวยก็ไม่ปาน ในขณะที่บิดาของนาง ฉู่ต้าจื้อ ผู้มีรูปร่างผ่ายผอมจนเห็นซี่โครง ต้องก้มหน้ายอมรับแอกไม้ลากรถอันหนักอึ้งด้วยความกตัญญูที่มืดบอด

เมื่อจัดแจงที่นั่งให้สายหลักเสร็จสิ้น ก็ถึงเวลาแจกจ่ายเสบียงอันเป็นช่วงเวลาที่ฉู่ลั่วปิงชิงชังที่สุด หลินซื่อเปิดห่อผ้าเก่าคร่ำคร่า ล้วงหยิบแผ่นแป้งย่างหยาบๆ ขนาดใหญ่และหนาหลายแผ่นส่งให้ฉู่ต้าเฉียง หวังชุ่ยฮวาผู้เป็นป้าใหญ่ และฉู่จินเป่า คนบ้านใหญ่รับไปกัดกินกันอย่างตะกละตะกลาม เสียงเคี้ยวจั๊บๆ ดังสะท้อนความเห็นแก่ตัวอย่างโจ่งแจ้ง

ทว่าเมื่อถึงคราวของครอบครัวสายรอง หลินซื่อกลับโยนเศษเผือกต้มที่ทั้งเล็กและเหี่ยวแห้งเพียงหัวเดียวลงบนฝ่ามือหยาบกร้านของฉู่ต้าจื้อ

"รับไป! นี่คือส่วนของพวกเจ้าสี่คน กินเสียให้พอแล้วรีบออกเดินทาง พวกเจ้ามันตัวกินล้างกินผลาญ หากข้าไม่เมตตา ป่านนี้คงปล่อยให้อดตายอยู่ข้างทางไปแล้ว!" หญิงชราสะบัดหน้าเดินหนีไปอย่างไร้เยื่อใย

เผือกต้มหัวเท่านิ้วโป้ง... สำหรับคนสี่คน!

ฉู่ต้าจื้อมองเศษอาหารในมือด้วยแววตาสั่นระริก ความเจ็บปวดและขมขื่นจุกแน่นอยู่เต็มอก ทว่าเขายังคงฝืนยิ้ม บิเผือกหัวน้อยนั้นออกเป็นสามส่วนอย่างระมัดระวัง ส่งให้เสิ่นหว่านเจียวผู้เป็นภรรยา ฉู่ลั่วปิง และฉู่เสี่ยวเฉินบุตรชายคนเล็ก ส่วนตนเองนั้นเพียงแค่กลืนน้ำลายหล่อเลี้ยงลำคอที่แห้งผาก

"พ่อไม่หิว พวกเจ้ากินเถิด" น้ำเสียงของบุรุษผู้เป็นเสาหลักสั่นพร่า

เสิ่นหว่านเจียวน้ำตาคลอเบ้า นางลอบแบ่งเผือกส่วนของตนให้บุตรชายตัวน้อย ขณะที่ฉู่ลั่วปิงกำเศษเผือกในมือแน่น นางไม่ได้กินมันเข้าไป แต่กลับยัดมันใส่มือบิดาอย่างเด็ดขาด "ท่านพ่อต้องใช้แรงลากรถเข็นอันหนักอึ้ง หากท่านล้มลง พวกเราแม่ลูกจะพึ่งพาผู้ใด ท่านจงกินเสียเถิด ข้าเพิ่งฟื้นไข้ ร่างกายยังไม่อยากอาหาร"

แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่กระเพาะของนางกลับประท้วงด้วยความปวดร้าว ฉู่ลั่วปิงตระหนักดีว่าความอดทนของครอบครัวสายรองถูกกดขี่มาจนถึงขีดสุดแล้ว หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป บิดาของนางจะต้องสิ้นใจตายเพราะความเหนื่อยล้าและอดอยากอยู่ริมทางเป็นแน่ นางต้องหาทางออก และต้องเป็นเดี๋ยวนี้!

ขบวนอพยพเริ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้า เสียงล้อไม้เสียดสีกับพื้นดินแห้งแล้งดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู แสงแดดแผดเผาไร้ความปรานี ฉู่ต้าจื้อกัดฟันลากรถเข็นที่หนักอึ้งจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามใบหน้ากร้านแดด บนรถเข็นนั้น ฉู่จินเป่ายังคงผิวปากอย่างอารมณ์ดี พลางแทะแผ่นแป้งในมือเย้ยหยันน้องชายของนาง

ฉู่ลั่วปิงเดินรั้งท้ายขบวนเคียงข้างมารดาและน้องชาย นางหลับตาลงชั่วขณะ เพ่งจิตสื่อสารกับระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ผสานอยู่ในส่วนลึกของวิญญาณ

'ตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบด้าน ค้นหาพืชพรรณที่สามารถรับประทานได้ในรัศมีใกล้เคียงทันที!' นางออกคำสั่งในใจ

เพียงชั่วอึดใจ เสียงกังวานใสไร้อารมณ์ก็ดังขึ้นในโสตประสาท *[รับทราบ... กำลังวิเคราะห์สภาพดินและพรรณไม้... ติ๊ง! ตรวจพบ 'รากหญ้าหวาน' ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวดินฝั่งขวามือ ห่างออกไปยี่สิบก้าว รากชนิดนี้มีคุณสมบัติกักเก็บความชื้น รสชาติฝาดปนหวาน สามารถประทังความหิว ดับกระหาย และฟื้นฟูพละกำลังได้ร้อยละสิบ]*

ดวงตาของเด็กสาวทอประกายวาบ นางแสร้งทำเป็นสะดุดก้อนหินจนล้มลงคลุกฝุ่น ทิ้งระยะห่างจากขบวนอพยพเล็กน้อย เสิ่นหว่านเจียวที่กำลังประคองบุตรชายตัวน้อยเดินอยู่ด้านหน้าไม่ทันสังเกตเห็น

เมื่อสบโอกาส ฉู่ลั่วปิงคลานเข่าเข้าไปยังตำแหน่งที่ระบบปัญญาประดิษฐ์ระบุ สองมือที่แม้จะผ่ายผอมแต่กลับคล่องแคล่วว่องไวเกินวัย รีบตะกุยหน้าดินที่แห้งแตกระแหงออกอย่างรวดเร็ว ลึกลงไปเพียงหนึ่งฝ่ามือ นางก็พบกับรากไม้สีน้ำตาลอ่อนขนาดเท่าหัวแม่มือจำนวนนับสิบรากซ่อนตัวอยู่ มันคือรากหญ้าหวานที่อุดมไปด้วยน้ำและแป้งตามธรรมชาติ!

นางไม่รอช้า รีบดึงรากเหล่านั้นขึ้นมาตรึงไว้ในฝ่ามือ และเพียงแค่กำหนดจิตชั่วขณะ รากหญ้าหวานทั้งหมดก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกส่งตรงเข้าไปเก็บรักษาไว้ใน 'มิติสวนสมุนไพร' พื้นที่ลับส่วนตัวของนางอย่างปลอดภัย นี่จะเป็นเสบียงสำรองอันล้ำค่าสำหรับครอบครัวของนางในยามวิกาล โดยที่คนมักมากอย่างหลินซื่อและครอบครัวบ้านใหญ่จะไม่มีวันได้แตะต้องมันแม้แต่ปลายเล็บ

การกระทำทั้งหมดเกิดขึ้นและจบลงในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ฉู่ลั่วปิงปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ลุกขึ้นยืนและเร่งฝีเท้าตามขบวนไปอย่างแนบเนียน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงความลับที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของนาง

ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยสู่กลางกระหม่อม ความร้อนระอุทะลุจุดเดือด การเดินทางทวีความยากลำบากยิ่งขึ้น ฉู่ต้าจื้อผู้หิวโซและแบกรับน้ำหนักเกินกำลัง เริ่มมีอาการโซเซ ขาข้างหนึ่งสะดุดเข้ากับร่องดินลึกกลางถนน ล้อรถเข็นกระแทกอย่างแรงจนเสียหลักเอียงวูบ!

"โอ๊ย! ไอ้ลูกบ้า! เจ้าอยากให้ข้าและหลานรักตกรถคอหักตายหรืออย่างไร!" เสียงด่าทอของหลินซื่อที่เดินอยู่ข้างๆ ดังลั่นขึ้นพร้อมกับง้างมือเตรียมจะฟาดตี

ท่ามกลางความโกลาหลและความวุ่นวายเบื้องหน้า เสิ่นหว่านเจียวกลับไม่ได้วิ่งเข้าไปห้ามปรามแม่สามีดังเช่นทุกครา ใบหน้าที่ซีดเซียวของนางกลับตื่นตระหนกอย่างประหลาด นางหันซ้ายแลขวาด้วยความหวาดระแวงขั้นสุด ก่อนจะคว้าข้อมือของฉู่ลั่วปิงอย่างแรงจนเด็กสาวสะดุ้ง มารดาดึงตัวนางหลบฉากเข้าไปหลังต้นไม้แห้งตายริมทาง มือที่สั่นเทาของเสิ่นหว่านเจียวค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสรอยตะเข็บที่เย็บซ่อนอยู่ด้านในสุดของชายเสื้อเก่าขาด ริมฝีปากที่แห้งผากสั่นระริก ราวกับกำลังจะเปิดเผยความลับบางอย่างที่นางยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อปกปิดมันมาตลอดทาง...

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ซ่อนเร้นเมล็ดพันธุ์]**