แม่น้ำสายแห้ง

ภาพเบื้องหน้าคือรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่กรีดลึกลงบนผืนปฐพี สิ่งที่ควรจะเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต กลับกลายเป็นเพียงร่องลึกที่เต็มไปด้วยโคลนแห้งกรังจนแตกระแหง เปลือกดินม้วนตัวขึ้นมาราวกับเกล็ดมังกรที่ตายซาก ไม่มีแม้แต่ความชื้นหลงเหลือให้เห็นสักหยดเดียว ลมร้อนระอุพัดหอบเอาฝุ่นทรายสีเหลืองคลุ้งขึ้นมา ตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายที่บดขยี้ความหวังของทุกคนจนแหลกสลาย

เสียงร่ำไห้ปริ่มว่าจะขาดใจดังระงมไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านหลายคนทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นดินที่ร้อนลวก สองมือทุบตีผืนนาแห้งแล้งราวกับจะต่อว่าสวรรค์ที่ไร้ความเมตตา ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลประกอบกับความกระหายที่แผดเผาอยู่ในลำคอ ทำให้บางคนถึงกับสิ้นสติล้มพับไป

ท่ามกลางความโกลาหลและสิ้นหวัง เสียงแหบพร่าทว่าเกรี้ยวกราดของหลินซื่อก็ดังแหวกอากาศขึ้นจากบนรถเข็น แม้นางจะยังคงต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการคันคะเยอที่ขูดขีดกินลึกถึงกระดูก แต่นางก็ไม่ละทิ้งนิสัยเอาแต่ใจและกดขี่ผู้อื่น

"เจ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไมไอ้รอง!" หลินซื่อตวาดลั่น นิ้วที่สั่นเทาชี้ตรงไปยังฉู่ต้าจื้อ "มองไม่เห็นหรือว่าข้ากับจินเป่ากระหายน้ำจนคอจะแห้งตายอยู่แล้ว! ลงไปขุด! ขุดลงไปในแม่น้ำนั่นซะ ต่อให้ต้องขุดลึกถึงปรโลก เจ้าก็ต้องหาน้ำมาให้หลานชายคนโตของข้าดื่มให้จงได้!"

ฉู่ต้าจื้อเม้มริมฝีปากแน่น เขามองดูหลินซื่อและฉู่จินเป่าที่นอนเอนกายอยู่บนรถเข็น ก่อนจะหันกลับมามองเสิ่นหว่านเจียวภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่ริมฝีปากแห้งผากจนแตกเป็นขุย และฉู่เสี่ยวเฉินบุตรชายตัวน้อยที่ยืนโงนเงนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้เขาจะตาสว่างและเลิกโง่งมกับความกตัญญูจอมปลอมของมารดาแล้ว ทว่าในยามนี้ ครอบครัวเล็กๆ ของเขาก็ต้องการน้ำเพื่อประทังชีวิตเช่นกัน

ชายผู้ซื่อสัตย์ไม่เอ่ยปากโต้เถียง เขาคว้าจอบทื่อๆ ที่พกติดตัวมา กระโดดลงไปยังก้นแม่น้ำที่แห้งขอด ออกแรงสับคมจอบลงบนผืนดินที่แข็งราวกับศิลา เสียงจอบกระทบดินดังสะท้อนเป็นจังหวะหนักหน่วง ทุกครั้งที่สับลงไป แรงสะท้อนกลับทำเอาง่ามมือของเขาปวดร้าว ทว่าเขายังคงกัดฟันขุดต่อไป ขุดแล้วขุดเล่า จนกระทั่งด้ามไม้ที่หยาบกระด้างเสียดสีกับฝ่ามือ ผิวหนังที่หยาบกร้านเริ่มปริแตก หยาดโลหิตสีแดงฉานค่อยๆ ซึมซาบออกมาผสมกับฝุ่นดินที่แห้งผาก แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีวี่แววของความชื้นแม้แต่น้อย

ในขณะที่ฉู่ต้าจื้อกำลังใช้หยาดเหงื่อและแรงกายอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉู่ลั่วปิงที่ยืนนิ่งสงบอยู่ไม่ไกลกลับจับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง สายตาอันคมกริบของนางตวัดไปทางด้านหลังเกวียนสัมภาระของสายใหญ่

ณ มุมอับสายตาผู้คน หวังชุ่ยฮวา ป้าใหญ่ผู้เห็นแก่ตัว กำลังนั่งหลบมุมพิงซากต้นไม้แห้งตาย ท่าทีของนางลุกลี้ลุกลนราวกับหัวขโมย มืออวบอูมล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ ค่อยๆ ดึงกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กที่ซ่อนไว้อย่างมิดชิดออกมา หวังชุ่ยฮวากวาดสายตามองซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครจับจ้อง นางก็รีบเปิดจุกไม้ไผ่แล้วยกขึ้นดื่มอย่างตะกรุมตะกราม หยาดน้ำใสแจ๋วหยดหนึ่งไหลรินลงมาตามมุมปาก นางรีบใช้หลังมือเช็ดมันอย่างเสียดาย ก่อนจะเร่งซ่อนกระบอกน้ำกลับเข้าที่เดิม พร้อมกับแสร้งทำสีหน้าอิดโรยและส่งเสียงครวญครางว่ากระหายน้ำเหมือนเช่นคนอื่นๆ

ดวงตาของฉู่ลั่วปิงหรี่ลง ประกายความเย็นเยียบพาดผ่านนัยน์ตาคู่งาม ป้าใหญ่แอบซ่อนเสบียงน้ำไว้ดื่มกินเพียงผู้เดียว ปล่อยให้บิดาของนางต้องมาขุดดินจนมือเลือดสาดเพื่อหาน้ำให้คนทั้งตระกูล ช่างเป็นความเห็นแก่ตัวที่น่าสะอิดสะเอียนเสียจริง

เด็กสาวละสายตาจากหวังชุ่ยฮวา นางรู้ดีว่าการขุดดินกลางแม่น้ำที่แห้งขอดมาแรมปีเช่นนี้มีแต่จะสูญเสียพละกำลังไปโดยเปล่าประโยชน์ ฉู่ลั่วปิงหลับตาลง ผ่อนลมหายใจเข้าลึก ดำดิ่งลงสู่ห้วงจิตสำนึกของตนเองเพื่อเรียกใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิญญาณ

'ระบบ เริ่มต้นการสแกนทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำใต้ดินในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร'

สิ้นเสียงสั่งการในใจ คลื่นพลังงานไร้รูปทรงก็แผ่ขยายออกไปรอบทิศทางราวกับระลอกคลื่นบนผิวน้ำ ระบบ AI อันล้ำสมัยเริ่มกระบวนการวิเคราะห์โครงสร้างทางธรณีวิทยาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ภาพจำลองสามมิติของชั้นหิน ชั้นดินทราย และรอยแยกใต้พื้นปฐพีปรากฏขึ้นในมโนสำนึกของนางอย่างละเอียดลออ ระบบได้ทำการประมวลผลความชื้นและแร่ธาตุที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องล่าง ซึ่งมนุษย์ธรรมดาไม่มีทางมองเห็นได้

เพียงไม่กี่อึดใจ สัญญาณแจ้งเตือนสีฟ้าอ่อนก็สว่างวาบขึ้นในแผนที่จำลองของระบบ

'ตรวจพบแหล่งน้ำจืดใต้ดิน' เสียงปัญญาประดิษฐ์ไร้อารมณ์รายงานผล 'เป็นตาน้ำบริสุทธิ์ขนาดเล็ก ซ่อนอยู่ลึกลงไปใต้ชั้นหินดินดาน พิกัดอยู่ห่างจากจุดนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณสองร้อยก้าวใต้โขดหินใหญ่'

ฉู่ลั่วปิงลืมตาขึ้น ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ แหล่งน้ำไม่ได้อยู่ใต้ก้นแม่น้ำสายนี้เลยแม้แต่น้อย แต่มันซ่อนอยู่ใต้โขดหินใหญ่ที่ดูแห้งแล้งและไม่มีใครให้ความสนใจบริเวณตีนเขาห่างออกไป หากปล่อยให้บิดาขุดดินตรงนี้ต่อไป ต่อให้มือขาดก็คงไม่ได้น้ำสักหยด

ทว่า เด็กสาวผู้ฉลาดหลักแหลมไม่ได้เร่งรีบตะโกนบอกข่าวดีนี้แก่ผู้ใด หากนางป่าวประกาศออกไปตรงๆ คนหน้าหนาอย่างหลินซื่อและครอบครัวลุงใหญ่ย่อมต้องใช้ความเป็นผู้อาวุโสเข้ามาแย่งชิงและฮุบตาน้ำนี้ไว้เป็นของตนเองทั้งหมดอย่างแน่นอน ปล่อยให้ครอบครัวของนางต้องทนกระหายต่อไป นางจะไม่ยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น

ฉู่ลั่วปิงกวาดสายตามองประเมินสถานการณ์รอบด้านอีกครั้ง บิดายังคงก้มหน้าก้มตาขุดดินอย่างไม่คิดชีวิต มารดาและน้องชายยืนให้กำลังใจอยู่ริมตลิ่งด้วยใบหน้าซีดเซียว ในขณะเดียวกัน นางก็สังเกตเห็นว่าหวังชุ่ยฮวาที่เพิ่งลอบดื่มน้ำเสร็จ ได้เดินกลับมารวมกลุ่มและกำลังจับจ้องมองมาทางครอบครัวสายรองด้วยสายตาจับผิดและเคลือบแคลง

สมองอันชาญฉลาดของแพทย์หญิงจากโลกอนาคตประมวลผลอย่างรวดเร็ว แผนการแยบยลเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบและสั่งสอนคนเห็นแก่ตัวได้ถูกร้อยเรียงขึ้นในหัว

ร่างบางของฉู่ลั่วปิงเริ่มขยับเขยื้อน นางจงใจทำท่าทีอ่อนแรง เดินโซเซแยกตัวออกจากริมแม่น้ำ มุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของโขดหินใหญ่ที่ระบบ AI ระบุพิกัดเอาไว้ ท่าทางการเดินที่ดูเหมือนคนไร้เรี่ยวแรงกำลังจะหมดสติ แต่ทิศทางกลับมุ่งไปอย่างเจาะจงนั้น ไม่อาจรอดพ้นสายตาอันละโมบของหวังชุ่ยฮวาไปได้

ป้าใหญ่หรี่ตาแคบลง สัญชาตญาณความโลภทำงานทันที นังเด็กเหลือขอนั่นกำลังจะเดินไปไหน? หรือว่ามันแอบไปพบของดีอะไรเข้า? หวังชุ่ยฮวาไม่รอช้า นางค่อยๆ ย่องตามหลังฉู่ลั่วปิงไปอย่างเงียบเชียบ หมายมั่นปั้นมือว่าหากนังเด็กนั่นเจอของกินหรือแหล่งน้ำ นางจะกระโจนเข้าไปฮุบมาเป็นของตนให้สิ้น

เมื่อเดินมาใกล้ถึงโขดหินใหญ่ ฉู่ลั่วปิงก็หยุดฝีเท้าลง นางรับรู้ได้ถึงเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่แอบตามมาเบื้องหลังผ่านระบบเตือนภัย รอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้างามที่ซีดเซียว ปลายเท้าของเด็กสาวจงใจก้าวไปสะดุดเข้ากับรากไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นดิน ร่างของนางถลาล้มลงกระแทกกับพื้นดินข้างโขดหินพอดี

"โอ๊ย!" ฉู่ลั่วปิงแสร้งร้องอุทานเสียงดังพอที่จะให้บิดาที่อยู่ไกลออกไปได้ยิน พร้อมกับแอบใช้นิ้วมือขีดเขียนสัญลักษณ์บางอย่างลงบนพื้นดินเหนือจุดที่ตาน้ำซ่อนอยู่ ขณะที่เงาทะมึนของหวังชุ่ยฮวาค่อยๆ ทาบทับลงมาเบื้องหลัง

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ตาน้ำลับและแผนซ้อนแผน]**