ตาน้ำลับและแผนซ้อนแผน

เงาทะมึนของหวังชุ่ยฮวาทาบทับลงมาเบื้องหลังร่างบอบบางที่เพิ่งสะดุดล้ม สตรีวัยกลางคนผู้มีใบหน้าอวบอูมและแววตาละโมบพุ่งพรวดเข้ามาประดุจแร้งที่เห็นซากศพ นางกวาดสายตามองไปรอบโขดหินอย่างตะกละตะกลาม หวังใจว่าจะได้เห็นรากไม้กินได้หรือเสบียงที่นังเด็กสายรองแอบซ่อนไว้ ทว่าเมื่อมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากกรวดหินและดินแห้งแล้ง ความผิดหวังก็แปรเปลี่ยนเป็นโทสะ

"นังเด็กไร้ประโยชน์! เดินประสาอะไรถึงได้ล้มลุกคลุกคลานเช่นนี้ ช่างเกะกะลูกตาเสียจริง!" ป้าใหญ่สบถด่าเสียงขุ่น แสร้งทำเป็นเดินผ่านมาตรวจตรา ทั้งที่ในใจยังคงคลางแคลง

"ลั่วปิง! เจ้าเป็นอะไรหรือไม่!" เสียงทุ้มห้าวที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้น ฉู่ต้าจื้อทิ้งฟืนในมือแล้ววิ่งหน้าตั้งตรงมาหาบุตรสาว ใบหน้ากร้านแดดของเขามีแต่ความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง เขาคุกเข่าลงข้างกายเด็กสาวอย่างระมัดระวัง ประคองร่างที่แสร้งทำเป็นอ่อนระทวยของนางขึ้นมา

ฉู่ลั่วปิงซ่อนรอยยิ้มเย็นเยียบไว้ภายใต้ใบหน้าซีดเผือด นางชี้ปลายนิ้วที่สั่นเทาไปยังพื้นดินบริเวณรอยแยกของโขดหิน ซึ่งนางได้ทำสัญลักษณ์เอาไว้เมื่อครู่ "ท่านพ่อ... ข้าเจ็บเท้าเหลือเกิน แต่เมื่อครู่ตอนที่ล้มลง ข้าสัมผัสได้ว่าดินตรงนี้... มันเย็นและชื้นกว่าที่อื่นเจ้าค่ะ..."

ฉู่ต้าจื้อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงมองตามปลายนิ้วของบุตรสาว สัญชาตญาณของการดิ้นรนเอาชีวิตรอดทำให้เขารีบใช้มือเปล่าและกิ่งไม้แห้งขุดคุ้ยดินบริเวณนั้นอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่กี่อึดใจที่หน้าดินถูกเปิดออก ความชื้นก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง... มีน้ำสีขุ่นโคลนสายเล็กๆ ซึมทะลักขึ้นมาจากใต้ดิน!

"ตาน้ำ! มีตาน้ำอยู่ตรงนี้!" ชายผู้ซื่อสัตย์อุทานด้วยความยินดีจนน้ำตาแทบไหล เขาหันไปมองบุตรสาวด้วยความตื่นเต้น หวังจะใช้สองมือรองน้ำที่กำลังเอ่อล้นขึ้นมาทีละน้อยไปให้ภรรยาและบุตรชายที่กำลังหิวกระหาย

ทว่า ความยินดีนั้นคงอยู่ได้เพียงชั่วพริบตา

"หลีกไป! ถอยไปให้พ้นนังตัวดี!" หวังชุ่ยฮวาที่ยืนอยู่ไม่ไกลแผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง เมื่อได้ยินคำว่า 'น้ำ' นางก็กระโจนพรวดเข้ามาด้วยเรี่ยวแรงที่มาจากความโลภ สองมือผลักร่างของฉู่ต้าจื้อจนกระเด็นล้มไปกองกับพื้น ก่อนจะคว้าถังไม้ใบใหญ่ที่นางพกติดตัวมาด้วย กดลงไปในหลุมตาน้ำขนาดเล็กนั้นอย่างไม่รั้งรอ

ด้วยความโลภที่บดบังหน้ามืดตามัว ป้าใหญ่ใช้ขอบถังขูดเกาะเอาทั้งน้ำและโคลนตมที่เพิ่งผุดขึ้นมาจนหมดเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียวที่ก้นหลุม ตาน้ำที่เพิ่งถูกเปิดออกและยังไม่ทันได้ตกตะกอน ถูกนางกอบโกยไปจนแห้งขอดภายในพริบตา

"พี่สะใภ้ใหญ่! ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร!" ฉู่ต้าจื้อตะเกียกตะกายลุกขึ้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเว้าวอน "หว่านเจียวกำลังป่วย เสี่ยวเฉินก็คอแห้งจนริมฝีปากแตกหมดแล้ว ขอน้ำให้พวกเราสักครึ่งกระบอกไม้ไผ่เถิด ข้าขอร้องท่าน..."

หวังชุ่ยฮวากอดถังน้ำโคลนนั้นไว้แน่นราวกับจงอางหวงไข่ นางเชิดหน้าขึ้นพลางแค่นเสียงเยาะเย้ย "ถุย! เจ้าพวกตัวไร้ประโยชน์ มีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้อง ท่านย่าของพวกเจ้ากระหายน้ำจนแทบจะสิ้นลมอยู่แล้ว ของดีเช่นนี้ย่อมต้องตกเป็นของสายหลักก่อน! พวกเจ้าอยากได้นักก็ไปขุดหาเอาเองสิ!"

กล่าวจบนางก็สะบัดหน้า เดินอุ้มถังน้ำจากไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้ฉู่ต้าจื้อยืนนิ่งงัน ร่างกายสูงใหญ่ของชายชาตรีสั่นสะท้าน มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนข้อต่อขาวซีด ในวินาทีนั้นเอง ม่านหมอกแห่งความกตัญญูที่เคยบดบังดวงตาของเขาได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ ภาพความเห็นแก่ตัวขั้นสุดของพี่สะใภ้ใหญ่ และการถูกทอดทิ้งให้รอความตายครั้งแล้วครั้งเล่า ตอกย้ำให้เขารู้ซึ้งว่า... ในสายตาของสายหลัก พวกเขาไม่ใช่ครอบครัว แต่เป็นเพียงทาสที่ตายไปก็ไร้คนเหลียวแล

"ท่านพ่อ... อย่าได้เสียใจไปเลยเจ้าค่ะ" น้ำเสียงเรียบสนิททว่าแฝงไปด้วยความอบอุ่นของฉู่ลั่วปิงดังขึ้น นางค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน แม้แววตาจะเย็นชาเมื่อมองตามหลังหวังชุ่ยฮวา แต่เมื่อหันกลับมาหาบิดา กลับมีเพียงความสงบนิ่ง

เด็กสาวดึงกระบอกไม้ไผ่เปล่าสองใบออกมาจากเอวบิดา นางหันหลังบังสายตาผู้คนรอบข้าง อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต เชื่อมต่อจิตวิญญาณเข้ากับมิติสวนสมุนไพร ชั่วอึดใจเดียว น้ำพุวิเศษที่ใสสะอาด บริสุทธิ์ และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการฟื้นฟูก็ถูกถ่ายเทลงสู่กระบอกไม้ไผ่จนเต็มเปี่ยม

"นี่มัน..." ฉู่ต้าจื้อเบิกตากว้างเมื่อรับกระบอกไม้ไผ่กลับมา น้ำข้างในใสแจ๋วราวกับผลึกแก้ว ไม่มีคราบโคลนแม้แต่น้อย

"ข้าแอบรองน้ำส่วนที่ใสที่สุดไว้ได้ก่อนที่ป้าใหญ่จะเข้ามาแย่งชิงเจ้าค่ะ" ฉู่ลั่วปิงเอ่ยคำลวงด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางคือผู้มีแผนสำรองเสมอ นางย่อมรู้ดีว่าตาน้ำใต้ดินบริเวณนี้มีสิ่งใดเจือปนอยู่ และนางก็ตั้งใจที่จะล่อให้ป้าใหญ่มาขโมยมันไปตั้งแต่แรก "เรารีบนำน้ำนี้ไปให้ท่านแม่และเสี่ยวเฉินเถิดเจ้าค่ะ"

ในขณะที่ครอบครัวสายรองกำลังดื่มด่ำกับน้ำพุวิเศษที่ช่วยชโลมทั้งร่างกายและจิตใจให้ฟื้นคืนกำลัง ทางฝั่งของสายหลักกลับเกิดเรื่องขึ้น หวังชุ่ยฮวาที่หอบถังน้ำกลับไป ไม่ได้แบ่งให้แม่เฒ่าหลินหรือสามีของนางมากนัก นางแอบหลบไปหลังเกวียน แล้วยกถังน้ำที่เต็มไปด้วยตะกอนขุ่นนั้นขึ้นดื่มอึกๆ อย่างตะกละตะกลาม หวังจะดับความกระหายและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไว้ผู้เดียว

นางหารู้ไม่ว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ของฉู่ลั่วปิงได้วิเคราะห์พื้นที่นี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว ดินใต้โขดหินนี้ไม่ใช่ดินธรรมดา แต่เป็นดินเหนียวขาวที่มีความหนาแน่นสูงและจับตัวเป็นก้อนแข็งเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำในกระเพาะ การดื่มน้ำที่ขุดได้ใหม่ๆ โดยไม่รอให้ตะกอนดินเหนียวตกตะกอนก่อน ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่น่าสะพรึงกลัว

กาลเวลาล่วงเลยจนตะวันลับขอบฟ้า อากาศเย็นเยียบเริ่มปกคลุมค่ายพักพิง

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับสุกรถูกเชือดก็ดังแหวกความเงียบงันของยามค่ำคืน!

"โอ๊ย!! ปวดเหลือเกิน! ท้องข้า! ท้องข้าเหมือนมีหินถ่วงอยู่ข้างใน!"

ร่างอวบอูมของหวังชุ่ยฮวาล้มกลิ้งลงกับพื้น นางใช้สองมือกุมหน้าท้องที่บวมเป่งของตนเอง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายเต็มหน้าผาก เสียงร้องโอดครวญของนางทำให้คนทั้งสายหลักต้องสะดุ้งตื่นด้วยความโกลาหล

ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงตะโกนโหวกเหวกของฉู่ต้าเฉียง ฉู่ลั่วปิงเพียงแค่นั่งผิงไฟอยู่ห่างๆ นัยน์ตาดำขลับสะท้อนแสงเพลิงเป็นประกายเยียบเย็น การแย่งชิงของของผู้อื่นด้วยความโลภ ย่อมต้องจ่ายด้วยราคาที่สาสม นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทเรียนเท่านั้น

และในจังหวะที่เสียงร้องของป้าใหญ่กำลังดังก้อง เสียงกลไกอันคุ้นเคยก็ดังกังวานขึ้นในโสตประสาทของแพทย์หญิงจากโลกอนาคต

*[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบปัญญาประดิษฐ์: ดินเร่งการเจริญเติบโตทำงานเสร็จสิ้น พืชผลในมิติสวนสมุนไพรเจริญเติบโตเต็มที่และพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวแล้ว!]*

มุมปากของเด็กสาวหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ในที่สุด... เสบียงแห่งความหวังของพวกเขาก็พร้อมเสียที

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เก็บเกี่ยวครั้งแรกในมิติ]**