มิติครัวพฤกษาสวรรค์

สายลมราตรีพัดหวีดหวิวราวกับเสียงโหยหวนของวิญญาณเร่ร่อน ความหนาวเย็นเสียดแทงเข้าสู่กระดูกทุกข้อของซูเยว่ซิน เบื้องหน้าของนางคือเศษซากที่เรียกตนว่ากระท่อม ผนังดินปริร้าวเป็นรอยแยกขนาดใหญ่พอที่คนจะลอดผ่านได้ หลังคาฟางผุพังจนเห็นประกายดาวบนท้องฟ้าได้รำไร นี่มิใช่ที่พักอาศัยของคน แต่เป็นเพียงที่กำบังลมที่ใกล้จะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อ

“ท่านแม่... เสี่ยวรุ่ยหนาว...” เสียงสั่นเครือของบุตรชายปลุกซูเยว่ซินจากภวังค์แห่งความสิ้นหวัง

นางก้มลงมองใบหน้าเล็กๆ ที่ซุกซบอยู่กับอก ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ ริมฝีปากแห้งแตกและเริ่มมีสีคล้ำ ดวงตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้หรี่ปรือโรยแรง หัวใจของซูเยว่ซินบีบรัดรุนแรงราวกับถูกกรงเล็บเหล็กบีบขย้ำ

“เสี่ยวรุ่ยลูกแม่... อดทนอีกนิดนะ เราจะเข้าไปข้างในกัน” นางกล่าวด้วยเสียงที่พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สั่นเครือ

ซูเยว่ซินประคองร่างน้อยๆ ของบุตรชายพลางใช้ไหล่ดันบานประตูไม้ที่ผุพังจนแทบจะหลุดออกจากวงกบเข้าไปด้านใน กลิ่นอับชื้นและฝุ่นดินลอยคละคลุ้งจนนางต้องเบือนหน้าหนี ภายในกระท่อมมืดสนิทและว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เตาไฟหรือเศษฟืนสักชิ้น มีเพียงกองฟางแห้งกรังที่มุมหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นที่นอนเก่าของใครสักคน

นางค่อยๆ วางหลินเสี่ยวรุ่ยลงบนกองฟางที่ดูจะสะอาดที่สุด ถอดเสื้อคลุมชั้นนอกที่เปรอะเปื้อนของตนออกห่มคลุมให้บุตรชายอย่างมิดชิด ร่างเล็กๆ ยังคงสั่นสะท้านไม่หยุด

“ท่านแม่... ข้าหิว...” เสียงแผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากนั้น เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลในใจของซูเยว่ซิน

นางทรุดกายนั่งลงข้างๆ ลูก มองไปรอบๆ ความมืดมิดด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ในชาติก่อนนางคือเชฟระดับห้าดาวที่ไม่เคยขาดแคลนวัตถุดิบชั้นเลิศ แต่วันนี้... นางไม่มีแม้แต่ข้าวสารสักเม็ดหรือน้ำเปล่าสักหยดที่จะประทังชีวิตของลูกชาย ความรู้สึกอับจนหนทางถาโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก

น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจที่สะสมมาตลอดทั้งวันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ศีรษะของนางหนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่ถ่วงทับ เปลือกตาหนักอื้อจนแทบจะลืมไม่ขึ้น... ในห้วงคำนึงสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบไป นางได้แต่อธิษฐานอย่างสิ้นหวัง... หากสวรรค์มีจริง ขอเพียงแค่มีห้องครัวเล็กๆ ที่อบอุ่น มีแปลงผักสักแปลง และมีน้ำสะอาดให้ลูกของนางได้ดื่ม...

พลัน! ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของนาง แสงสีทองนวลพลันสาดส่องวาบขึ้นในห้วงความคิด!

ซูเยว่ซินรู้สึกราวกับจิตวิญญาณของนางถูกดึงออกจากร่างที่อ่อนล้า ความรู้สึกหนักอึ้งและหนาวเหน็บหายวับไปในพริบตา แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นและสดชื่นอย่างน่าประหลาด นางลืมตาขึ้นอีกครั้ง... และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้นางถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออก

นางไม่ได้อยู่ในกระท่อมผุพังอีกต่อไป แต่กลับยืนอยู่กลางลานดินกว้างที่อาบไล้ไปด้วยแสงตะวันอันอบอุ่น ท้องฟ้าที่นี่สดใสไร้เมฆหมอก อากาศบริสุทธิ์หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นดินและพฤกษานานาพรรณ เบื้องหน้าของนางคือกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กที่ดูสะอาดสะอ้านและแข็งแรง บนแผ่นป้ายไม้ที่แขวนอยู่เหนือประตู สลักอักษรโบราณสี่ตัวไว้อย่างงดงาม...

***‘มิติครัวพฤกษาสวรรค์’***

หัวใจของซูเยว่ซินเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก นี่มันเรื่องอะไรกัน? หรือนางจะเหนื่อยจนเสียสติไปแล้ว?

นางลองหยิกแขนตัวเอง ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจริงยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน นางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ด้านซ้ายของกระท่อมมีแปลงดินสี่เหลี่ยมสองแปลงที่มีดินสีดำขลับราวกับนิลเนื้อดี ไอดินอุดมสมบูรณ์ลอยขึ้นแตะจมูก ชวนให้รู้สึกถึงพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นอยู่ภายใน ส่วนด้านขวาของกระท่อม มีบ่อน้ำพุขนาดเล็กที่ก่อขึ้นจากหินสีขาวสะอาด น้ำในบ่อใสราวกับผลึกแก้ว มีฟองอากาศผุดพรายขึ้นมาไม่ขาดสาย ส่งเสียงใสดังกังวานน่าฟัง

ซูเยว่ซินเดินเข้าไปใกล้กระท่อมไม้ไผ่ ประตูที่ไม่ได้ลงกลอนเปิดออกอย่างง่ายดาย ภายในคือห้องครัวในฝันของเชฟทุกคน! เตาไฟที่ก่อขึ้นอย่างดี ชั้นวางของที่ทำจากไม้เนื้อสวย บนชั้นวางมีเครื่องครัวครบครัน ทั้งหม้อ กระทะ มีด และภาชนะดินเผา ทุกอย่างใหม่เอี่ยมและสะอาดหมดจดราวกับไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องเก็บของที่มีชั้นวางว่างเปล่าเรียงรายอยู่เต็มผนัง

นางเดินกลับออกมาด้านนอก ยังคงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้นในหัวของนาง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงบุรุษหรือสตรี แต่เป็นเสียงที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก ทว่ากลับชัดเจนทุกถ้อยคำ

[ ยินดีต้อนรับสู่ ‘มิติครัวพฤกษาสวรรค์’ ]

[ ท่านคือผู้ครอบครองมิติแห่งนี้ ]

[ สิ่งอำนวยความสะดวกเริ่มต้น: แปลงดินวิญญาณ 2 แปลง, บ่อน้ำพุวารีพิสุทธิ์ 1 บ่อ, กระท่อมเก็บของ 1 หลัง ]

[ มอบทักษะเริ่มต้น: เนตรประเมิน ระดับ 1 ]

สิ้นเสียงนั้น ข้อมูลมากมายพลันหลั่งไหลเข้าสู่สมองของซูเยว่ซินราวกับสายน้ำ ทำให้นางเข้าใจถึงสรรพคุณของสถานที่แห่งนี้ในทันที

‘แปลงดินวิญญาณ’ สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ให้เร็วกว่าปกติสามเท่า และพืชที่ปลูกในนี้จะมีรสชาติเลิศล้ำและเปี่ยมไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์

‘บ่อน้ำพุวารีพิสุทธิ์’ น้ำจากบ่อนี้ไม่เพียงแต่ใช้ดื่มกินและทำอาหารได้ แต่ยังช่วยฟื้นฟูพลังกาย ชูรสชาติของวัตถุดิบให้โดดเด่น และสามารถใช้ปรับปรุงสภาพดินที่แห้งแล้งภายนอกให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ได้อีกด้วย

และทักษะ ‘เนตรประเมิน’ จะทำให้นางสามารถมองเห็นข้อมูล คุณภาพ และสรรพคุณของวัตถุดิบต่างๆ ได้เพียงแค่มอง!

ซูเยว่ซินอ้าปากค้าง นี่มัน... นี่มันคือปาฏิหาริย์! สวรรค์ไม่ได้ทอดทิ้งนาง! ความหวังที่เคยมอดดับไปแล้ว บัดนี้กลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างเจิดจ้ากว่าเดิม

นางก้มลงใช้อุ้งมือรองน้ำจากบ่อน้ำพุขึ้นมาดื่ม ความเย็นสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียที่เกาะกุมมาตลอดทั้งวันพลันสลายหายไปในพริบตา ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นี่คือสมบัติล้ำค่า! คือเส้นทางรอดของนางและลูก!

ทว่า... ในขณะที่หัวใจของนางกำลังพองโตด้วยความยินดี โลกทั้งใบก็หมุนคว้างอีกครั้ง จิตของนางถูกดึงกลับสู่ความเป็นจริงอย่างรุนแรง

ซูเยว่ซินสะดุ้งตื่นขึ้นในกระท่อมผุพังที่มืดมิดและหนาวเหน็บเช่นเดิม ความรู้สึกอบอุ่นและสดชื่นเมื่อครู่หายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น กลิ่นอับชื้นและเสียงลมหวีดหวิวกลับมาตอกย้ำถึงชะตากรรมอันโหดร้ายของนางอีกครั้ง

นางก้มลงมองหลินเสี่ยวรุ่ยที่ยังคงหลับใหลด้วยลมหายใจรวยรินอยู่บนกองฟาง ร่างกายของเขายังคงสั่นเทาไม่หยุด

มิติครัวพฤกษาสวรรค์นั้นวิเศษเพียงใดก็จริงอยู่... แต่ในนั้นมีเพียงดินและน้ำที่ว่างเปล่า ไม่มีเมล็ดพันธุ์ ไม่มีอาหาร ไม่มีฟืนไฟ และที่สำคัญที่สุด... มันไม่สามารถมอบความอบอุ่นให้แก่บุตรชายของนางในคืนอันหนาวเหน็บนี้ได้

ซูเยว่ซินกำหมัดแน่น นางมีเครื่องมือชั้นยอดอยู่ในมือแล้ว แต่จะทำอย่างไรจึงจะผ่านพ้นคืนนี้และรุ่งเช้าที่กำลังจะมาถึงไปได้... ในเมื่อลูกชายของนางกำลังจะทนความหิวและความหนาวไม่ไหวอยู่รอมร่อ