ก้าวแรกสู่ตลาดอำเภอ
แสงอรุณรุ่งแรกแย้มสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างที่ผุพัง ปลุกซูเยว่ซินจากการเฝ้าระวังตลอดทั้งราตรี นางค่อยๆ ยื่นนิ้วไปแตะที่หน้าผากของหลินเสี่ยวรุ่ยอย่างแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่กลับสู่ภาวะปกติจนเกือบสมบูรณ์แล้ว ความโล่งอกอันท่วมท้นถาโถมเข้าสู่หัวใจราวกับเขื่อนพังทลาย
นางมองใบหน้าซีดเซียวแต่ทว่าสงบนิ่งของบุตรชายแล้วจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว นางจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปไม่ได้โดยเด็ดขาด
ซูเยว่ซินค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบที่สุด จัดแจงห่มผ้าผืนบางให้บุตรชายจนมิดชิด ก่อนจะตรงไปยังมุมกระท่อมที่วางตะกร้าสมุนไพรไว้ นางใช้เนตรประเมินสำรวจอีกครั้ง เถาหานปิงและรากขิงเหมันต์ที่เหลือยังคงเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ บ่งบอกถึงคุณภาพอันไร้ที่ติ แม้จะถูกเด็ดมาข้ามคืนแล้วก็ตาม นี่คือสมบัติล้ำค่า คือทุนก้อนแรกที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของนางกับบุตรชาย!
นางคัดเลือกสมุนไพรส่วนที่ดีที่สุดออกมาอย่างพิถีพิถัน จัดเรียงมันลงในตะกร้าใบเล็กที่บุรองด้วยผ้าสะอาด ทว่าปัญหาใหม่ก็ปรากฏขึ้น นางจะเดินทางไปยังตลาดอำเภอผิงอันที่ห่างไกลได้อย่างไรโดยทิ้งบุตรชายที่เพิ่งฟื้นไข้ไว้เพียงลำพัง
ความคิดแล่นวาบเข้ามาในหัว ป้าหลี่! ในยามคับขันเช่นนี้ มีเพียงป้าหลี่เท่านั้นที่นางพอจะไว้ใจได้
ซูเยว่ซินไม่รอช้า นางห่อไข่ไก่ป่าสองฟองที่เก็บไว้เป็นอย่างดีด้วยใบไม้ขนาดใหญ่ แล้วรีบเดินไปยังบ้านของป้าหลี่ที่อยู่ไม่ไกล เมื่อเล่าความจำเป็นทั้งหมดให้ฟัง ป้าหลี่ผู้ใจดีก็พยักหน้ารับปากทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ไปเถิดเยว่ซิน ไม่ต้องเป็นห่วงเสี่ยวรุ่ย ป้าจะดูแลเขาให้เอง เจ้าเองก็เดินทางระวังตัวด้วย”
น้ำใจของป้าหลี่ทำให้นางรู้สึกตื้นตันจนขอบตาร้อนผ่าว นางโค้งคำนับขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะรีบกลับมาที่กระท่อม จุมพิตที่หน้าผากของบุตรชายเบาๆ แล้วจึงสะพายตะกร้าสมุนไพรขึ้นหลัง มุ่งหน้าออกจากหมู่บ้านเซียงเหอ สู่เส้นทางดินที่ทอดยาวไปยังอำเภอผิงอันด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความหวัง
ระยะทางจากหมู่บ้านไปยังตัวอำเภอต้องใช้เวลาเดินเท้าราวหนึ่งชั่วยามเต็ม แสงตะวันเริ่มแรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ซูเยว่ซินกลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ทุกย่างก้าวของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ภาพของข้าวสารขาวๆ เนื้อชิ้นโต และผ้าห่มผืนหนานุ่มลอยวนเวียนอยู่ในความคิด เป็นแรงผลักดันให้นางก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ในที่สุด ภาพกำแพงดินสูงของตัวอำเภอผิงอันก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา เสียงจอแจของผู้คนและรถม้าดังแว่วมาแต่ไกล เมื่อนางเดินผ่านประตูอำเภอเข้าไป โลกใบใหม่ที่แตกต่างจากหมู่บ้านอันเงียบสงบโดยสิ้นเชิงก็เปิดฉากขึ้นตรงหน้า สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงและแผงลอยที่ตั้งเรียงราย ผู้คนเดินขวักไขว่ เสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังเซ็งแซ่ กลิ่นอาหารหอมกรุ่นนานาชนิดลอยปะทะจมูกจนชวนให้ท้องร้อง
ซูเยว่ซินตื่นตาตื่นใจอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะรีบดึงสติกลับมา เป้าหมายของนางในวันนี้คือโรงหมอที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ นางสอบถามทางจากชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาไม่นาน ก็พบกับป้ายไม้ขนาดใหญ่ที่สลักอักษรสี่คำอย่างงดงามทรงพลัง ‘โรงหมอหุยชุน’
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้าแล้วจึงก้าวเข้าไปภายใน กลิ่นสมุนไพรนานาชนิดที่ผสมปนเปกันลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ด้านในมีผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังรอรับยาอยู่หลังฉากกั้น เสมียนหนุ่มกำลังง่วนอยู่กับการจัดยาตามเทียบ ซูเยว่ซินเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์จ่ายยาอย่างสุภาพ
“พี่ชาย ข้ามีสมุนไพรป่าคุณภาพดีมาขาย ไม่ทราบว่าทางโรงหมอรับซื้อหรือไม่?” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงพลางวางตะกร้าลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา
เสมียนหนุ่มเหลือบมองนางด้วยหางตา แววตาแฝงความดูแคลนเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพเสื้อผ้าที่เก่าและปะชุนของนาง “สมุนไพรป่ารึ? วางไว้ตรงนั้นก่อน เดี๋ยวข้าจัดการเทียบยาให้ท่านผู้นี้เสร็จแล้วจะไปดูให้” เขาตอบอย่างขอไปที
ซูเยว่ซินขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่มิได้กล่าวอันใด นางรู้ดีว่าในโลกที่ตัดสินคนจากภายนอกเช่นนี้ การจะได้รับความเชื่อถือนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
ทว่า ในจังหวะที่นางกำลังจะเปิดผ้าคลุมตะกร้าให้เขาดูนั่นเอง เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจก็ดังขึ้นจากด้านหลังฉากกั้น “อาฝู มีเรื่องอันใดกัน?”
สิ้นเสียง ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีเขียวอ่อนสะอาดตาก็ก้าวออกมา บุรุษผู้นี้อายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดราวกับหยกสลัก คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาเรียวยาวทอประกายสุขุมและเฉียบแหลม ท่าทางสง่างามเปี่ยมด้วยกลิ่นอายของผู้มีการศึกษา แม้จะสวมเพียงชุดเรียบง่าย แต่กลับไม่อาจปิดบังรัศมีความเป็นคุณชายสูงศักดิ์ได้แม้แต่น้อย
เขาคือไป๋จื่อเซวียน เจ้าของโรงหมอหุยชุนแห่งนี้
เสมียนอาฝูรีบโค้งกายคารวะ “คุณชายไป๋ ไม่มีอันใดขอรับ สตรีผู้นี้บอกว่ามีสมุนไพรป่ามาขาย ข้าน้อยกำลังจะตรวจสอบให้ขอรับ”
สายตาของไป๋จื่อเซวียนเคลื่อนจากเสมียนมายังซูเยว่ซิน และหยุดลงที่ตะกร้าใบเล็กบนเคาน์เตอร์ เขาสังเกตเห็นมุมผ้าที่เผยอขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเถาสมุนไพรที่มีประกายราวกับน้ำแข็งเกาะอยู่ภายใน แม้จะเห็นเพียงเล็กน้อย แต่กลิ่นหอมเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ลอยออกมาก็ทำให้ประกายตาของเขาไหววูบ
“เปิดผ้าออกให้ข้าดู” เขาสั่งเสียงเรียบ
ซูเยว่ซินพยักหน้ารับแล้วจึงค่อยๆ เปิดผ้าที่คลุมตะกร้าออกอย่างช้าๆ ทันทีที่สมุนไพรทั้งหมดปรากฏแก่สายตา ไม่เพียงแต่ไป๋จื่อเซวียนเท่านั้น แม้แต่เสมียนอาฝูที่เคยมีท่าทีดูแคลนก็ยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เถาหานปิงแต่ละเส้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ใบยังคงความเขียวสดราวกับเพิ่งเด็ดออกมาใหม่ๆ ผิวของเถามีประกายสีเงินระยิบระยับราวกับเกล็ดน้ำแข็งเกาะจับ ส่วนรากขิงเหมันต์นั้นเล่า แต่ละรากอวบใหญ่ได้ขนาด ส่งกลิ่นหอมฉุนเผ็ดร้อนที่บ่งบอกถึงอายุและสรรพคุณทางยาอันเข้มข้น สมุนไพรทั้งหมดถูกคัดเลือกและดูแลรักษามาอย่างดีเยี่ยม ปราศจากรอยช้ำหรือตำหนิใดๆ ทั้งสิ้น
“นี่...นี่มัน!” เสมียนอาฝูอุทานออกมาอย่างลืมตัว
ไป๋จื่อเซวียนก้าวเข้ามาใกล้ เขายื่นมือที่เรียวงามราวกับสตรีออกมาหยิบเถาหานปิงขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด ดวงตาที่เคยสงบนิ่งฉายแววประหลาดใจอย่างชัดเจน “เถาหานปิงอายุไม่ต่ำกว่าสิบปี ทั้งยังเติบโตในสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ที่สุด รากขิงเหมันต์นี่ก็เช่นกัน... สรรพคุณทางยาสูงล้ำกว่าที่ข้าเคยพบเห็นในตลาดทั้งหมด”
เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับซูเยว่ซินโดยตรง แววตาเปลี่ยนจากความประหลาดใจเป็นความสนใจใคร่รู้ “แม่นาง สมุนไพรเหล่านี้เจ้าไปได้มาจากที่ใด?”
“ข้าบังเอิญพบมันบนภูเขาหลังหมู่บ้านเจ้าค่ะ” ซูเยว่ซินตอบตามความจริงเพียงครึ่งเดียว นางย่อมไม่อาจเปิดเผยความลับเรื่องมิติพฤกษาสวรรค์ได้
ไป๋จื่อเซวียนเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาเป็นหมอ ย่อมรู้ดีว่าสมุนไพรคุณภาพระดับนี้มิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะ ‘บังเอิญ’ พบเจอได้ง่ายๆ สตรีตรงหน้าแม้อยู่ในอาภรณ์ซอมซ่อ แต่ดวงตากลับกระจ่างใสและมั่นคง ท่าทีสงบนิ่งไม่ตื่นตระหนก ช่างดูไม่เหมือนหญิงชาวบ้านธรรมดาทั่วไป
“สมุนไพรทั้งหมดนี้ ข้ารับซื้อ” เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว “อาฝู ไปเบิกเงินมาหนึ่งตำลึง”
คำว่า “หนึ่งตำลึง” ทำให้ทั้งเสมียนอาฝูและซูเยว่ซินตกใจพร้อมกัน หนึ่งตำลึงเงินมีค่าเท่ากับหนึ่งพันอีแปะ! สำหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำแล้ว นี่คือเงินจำนวนมหาศาลที่อาจต้องทำงานเก็บหอมรอมริบเป็นปีจึงจะได้มา!
“คุณชาย! นี่มัน...ราคาสูงเกินไปนะขอรับ สมุนไพรพวกนี้แม้จะคุณภาพดี แต่ปกติแล้วราคาไม่น่าจะถึง...” เสมียนอาฝูรีบท้วง
“ของล้ำค่าย่อมคู่ควรกับราคาที่คู่ควร” ไป๋จื่อเซวียนตัดบทเสียงเรียบ “สำหรับข้าแล้ว สมุนไพรชุดนี้มีค่ามากกว่าหนึ่งตำลึงด้วยซ้ำ ไปเบิกเงินมา”
เมื่อเห็นสายตาอันเด็ดขาดของผู้เป็นนาย เสมียนอาฝูจึงไม่กล้ากล่าวอะไรอีก รีบวิ่งหายเข้าไปหลังร้านอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็นำถุงผ้าหนักอึ้งออกมาส่งให้ซูเยว่ซิน
ซูเยว่ซินรับถุงเงินมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความหนักของเงินตำลึงในมือนั้นราวกับความฝัน นางกล่าวขอบคุณเสียงแผ่วเบาแล้วเตรียมจะหมุนตัวจากไป ทว่า...
“แม่นาง รอเดี๋ยวก่อน”
เสียงของไป๋จื่อเซวียนดังขึ้นอีกครั้ง ซูเยว่ซินหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาด้วยความประหลาดใจ
บุรุษหนุ่มในชุดสีเขียวยังคงมีรอยยิ้มสุภาพประดับบนใบหน้า แต่แววตาของเขากลับลุ่มลึกจนยากจะหยั่งถึง เขามองตรงมาที่นางก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่ทำให้นางหัวใจกระตุกวูบ
“สมุนไพรชั้นเลิศเช่นนี้หายากนัก... ไม่ทราบว่าแม่นางพอจะทราบวิธีการปรุงยาที่สามารถดึงสรรพคุณของมันออกมาได้สูงสุดหรือไม่?”