มารยาแม่ผัว ป่วยทิพย์ก็ต้องเจอหมอเถื่อน!

แสงอรุณรุ่งสาดส่องลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างกระดาษ ปลุกลู่ซือเยว่ให้ตื่นจากภวังค์ แผนการเล็กๆ น้อยๆ ที่วางไว้เมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด ทว่าสิ่งแรกที่นางทำหาใช่การก่อกวนตระกูลเฉียวไม่

นางหันไปมองร่างเล็กๆ ของเฉียวตงตงที่หลับใหลอยู่ข้างกาย เด็กน้อยยังคงผอมบาง แต่ลมหายใจกลับสม่ำเสมอขึ้น ใบหน้าที่เคยซีดเซียวเริ่มมีเลือดฝาดจางๆ ปรากฏให้เห็น นี่คือผลลัพธ์จากการบำรุงด้วยอาหารชั้นดีจากมิติของนาง

ลู่ซือเยว่ลอบนำไข่ไก่นึ่งเนื้อเนียนนุ่มและโจ๊กข้าวหอมกรุ่นที่อุ่นร้อนจากในมิติออกมาอย่างเงียบเชียบ นางค่อยๆ ปลุกเด็กชายให้ตื่นขึ้นมากินอาหารเช้าที่เปี่ยมด้วยคุณค่า เฉียวตงตงยังคงเงียบขรึมเช่นเคย แต่แววตาที่มองมายังนางกลับเต็มไปด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ เมื่อเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเขาขณะตักโจ๊กเข้าปาก หัวใจของลู่ซือเยว่ก็พลันอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด

เมื่อส่งลูกเลี้ยงกลับไปนอนต่อ นางก็เริ่มแผนการขั้นต่อไปทันที!

ลู่ซือเยว่หยิบเนื้อหมูสามชั้นชิ้นงามที่ได้จากระบบออกมาวางบนเขียง นางหั่นมันเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนจะโยนลงไปในกระทะเหล็กที่ตั้งไฟจนร้อนฉ่า

*ซ่า!*

เสียงเนื้อหมูที่กระทบกับความร้อนดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมของมันหมูที่ถูกเจียวจนน้ำมันแตกตัวลอยอบอวลไปทั่วทุกอณูของบ้านดินซอมซ่อหลังนี้ กลิ่นของมันทรงพลังมากพอที่จะปลุกให้คนตายลุกขึ้นมาได้ ไม่ต้องพูดถึงคนเป็นที่อดอยากปากแห้ง!

เพียงไม่นาน เสียงกระทืบเท้าตึงตังก็ตามมาด้วยเสียงโหยหวนที่ดังมาจากห้องของหม่าเจาตี้

"โอย... โอย... ข้าจะตายแล้ว! ใครก็ได้ช่วยข้าที! หัวใจข้า... หน้าอกข้า...มันบีบรัดไปหมดแล้ว!"

เสียงคร่ำครวญนั้นดังเสียจนราวกับกลัวว่าเพื่อนบ้านจะไม่ได้ยิน ลู่ซือเยว่แค่นยิ้มมุมปาก นางรู้ดีว่าละครฉากใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

ประตูห้องของนางถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงโดยเฉียวต้าเฉียง ผู้เป็นพ่อผัว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจอมปลอม "ซือเยว่! มัวทำอะไรอยู่ แม่ของเจ้าป่วยหนักปานนี้ยังจะมีใจทำอาหารอีกรึ!"

ลู่ซือเยว่แสร้งทำหน้าตกใจ นางรีบวางตะหลิวในมือลงแล้ววิ่งตามออกไปดู ที่ห้องโถงกลางบ้าน ร่างของหม่าเจาตี้นอนฟุบอยู่บนเตียงคังเก่าๆ มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกไว้แน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด (ที่เสแสร้งขึ้น)

"ท่านแม่! ท่านแม่เป็นอะไรไปเจ้าคะ!" ซุนกุ้ยฮวาที่มือยังบวมเป่งจากเมื่อคืน รีบเข้าไปประคองพลางร่ำไห้ฟูมฟายราวกับจะขาดใจ "ท่านพ่อ ต้องรีบไปตามหมอมาดูอาการท่านแม่นะเจ้าคะ!"

เฉียวต้าเฉียงพยักหน้าอย่างร้อนรน ก่อนจะหันมาตวาดใส่ลู่ซือเยว่ "ยังจะยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบเอาเงินที่เจ้าซ่อนไว้ออกมา! ต้องใช้เงินจ้างหมอมาดูอาการแม่ของเจ้า!"

ในที่สุด หางของจิ้งจอกก็โผล่ออกมาจนได้ ลู่ซือเยว่ลอบยิ้มเยาะในใจ พวกเขาคงคิดว่านางมีเงินช่วยเหลือของเจิ้งถิงที่ตายไปซุกซ่อนอยู่ จึงคิดแผนป่วยการเมืองนี้ขึ้นมาเพื่อบีบคั้นเอามันไป

ทว่าลู่ซือเยว่คนนี้ไหนเลยจะยอมให้ใครมาขูดรีดได้ง่ายๆ

นางแสร้งทำสีหน้าวิตกกังวลอย่างสุดซึ้ง เดินเข้าไปใกล้เตียงคังแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "จริงด้วยเจ้าค่ะ! ดูอาการท่านแม่แล้วหนักหนานัก หากรอหมอมาจากในอำเภอคงไม่ทันการณ์แน่!"

คำพูดของนางทำให้ทุกคนชะงัก หม่าเจาตี้ที่แกล้งนอนหายใจรวยรินถึงกับลืมตาขึ้นมามองอย่างสงสัย

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร" เฉียวต้าเฉียงขมวดคิ้วถาม

ลู่ซือเยว่หันมาประสานมือพลางกล่าวอย่างนอบน้อม "ข้าน้อยโชคดีนัก ตอนยังเด็กเคยติดตามท่านยายไปเรียนรู้วิชาแพทย์แผนโบราณมาบ้างเจ้าค่ะ ท่านยายของข้าเป็นหมอเทวดาผู้มีชื่อเสียงในเรื่องการฝังเข็มรักษาโรคแปลกๆ ข้าพอจะจดจำเคล็ดวิชามาได้บ้าง หากท่านพ่ออนุญาต ข้าน้อยจะลองรักษาท่านแม่ดูเองเจ้าค่ะ รับรองว่าไม่ต้องเสียเงินแม้แต่อีแปะเดียว!"

คำเสนอนี้ทำให้ทุกคนในตระกูลเฉียวถึงกับพูดไม่ออก พวกเขาต้องการเงิน ไม่ได้ต้องการให้นางรักษาจริงๆ!

"จะบ้าหรือ!" ซุนกุ้ยฮวาร้องขึ้น "เจ้าจะเอาชีวิตท่านแม่มาล้อเล่นรึ!"

"พี่สะใภ้ใหญ่พูดเช่นนี้ได้อย่างไร" ลู่ซือเยว่สวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "ข้าเพียงหวังดี อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ไม่ต้องเสียเงินจ้างหมอแพงๆ นี่ข้าทำผิดหรือไร? หรือว่า...อาการป่วยของท่านแม่เป็นเรื่องโกหกกัน?"

ประโยคสุดท้ายของนางเหมือนคมมีดที่ทิ่มแทงใจดำของหม่าเจาตี้และเฉียวต้าเฉียง ทั้งสองสบตากันเลิ่กลั่ก

"จะ...เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด!" หม่าเจาตี้เค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก "ข้าเจ็บเจียนตายอยู่แล้ว!"

"เช่นนั้นก็ดีเลยเจ้าค่ะ!" ลู่ซือเยว่ตบมือฉาดใหญ่ "ท่านแม่โปรดนอนนิ่งๆ ข้าจะไปเตรียมอุปกรณ์สักครู่!"

นางไม่รอให้ใครได้ทัดทาน รีบเดินกลับเข้าห้องของตนไป ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าสะใภ้รองผู้นี้กำลังเล่นละครบทไหนอยู่กันแน่

ครู่ต่อมา ลู่ซือเยว่ก็เดินกลับออกมา ในมือของนางถือบางสิ่งบางอย่างที่สะท้อนแสงวับวาว เมื่อทุกคนเพ่งมองให้ดีก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความสยดสยอง!

สิ่งที่อยู่ในมือนางหาใช่เข็มเงินเล่มเล็กๆ ที่ใช้ฝังเข็มไม่ แต่มันคือเข็มเย็บผ้าเล่มเขื่องที่ใช้สำหรับปะกระสอบข้าวสาร! เข็มเล่มนั้นทั้งหนาและยาว ปลายของมันยังมืดคล้ำจากสนิมจางๆ แลดูน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าคมมีดเสียอีก!

"อุปกรณ์พร้อมแล้วเจ้าค่ะ" ลู่ซือเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้มหวานหยด ทว่าในสายตาของหม่าเจาตี้ มันคือรอยยิ้มของพญามัจจุราช

นางเดินตรงเข้าไปหาแม่ผัวที่นอนตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงคัง "ท่านแม่โปรดนอนนิ่งๆ นะเจ้าคะ ตามตำราที่ข้าเรียนมา อาการเจ็บหน้าอกเช่นนี้เกิดจากลมปราณพิษอุดกั้น ต้องใช้เข็มแทงลงไปที่จุด 'ถานจง' กลางทรวงอกเพื่อระบายลมปราณออกมา จุดนี้สำคัญนัก ต้องแทงให้ลึก...ลึกถึงสามนิ้วเป็นอย่างน้อย ลมปราณพิษถึงจะถูกขับออกมาจนหมดสิ้น!"

นางพูดพลางยกเข็มยักษ์ในมือขึ้นเล็งไปที่กลางหน้าอกของหม่าเจาตี้ ทำท่าราวกับจะทิ่มแทงลงมาให้ได้ในทันที

ภาพเข็มเล่มใหญ่ ปลายแหลมคมที่กำลังจ่ออยู่ตรงหน้า ห่างจากผิวหนังของตนไม่ถึงคืบ ทำให้หม่าเจาตี้ลืมไปสิ้นว่าตนกำลังแกล้งป่วย นางกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง!

"อย่านะ! อย่าเข้ามานะ!"

ร่างที่เมื่อครู่ยังนอนหายใจรวยริน บัดนี้กลับดีดตัวลุกขึ้นนั่งราวกับติดสปริง นางกระโจนลงจากเตียงคัง วิ่งไปหลบอยู่หลังเฉียวต้าเฉียงด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าคนป่วยหนักจะทำได้

"ขะ...ข้าหายแล้ว! ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว!" หม่าเจาตี้ตะโกนเสียงหลง "จู่ๆ ลมปราณพิษมันก็หายไปเอง! ไม่ต้องฝังเข็มแล้ว!"

ลู่ซือเยว่เลิกคิ้วสูง ทำหน้าประหลาดใจ "อ้าว หายดีแล้วหรือเจ้าคะ? ช่างน่าอัศจรรย์ใจเสียจริง วิชาของท่านยายข้าช่างศักดิ์สิทธิ์นัก แค่เห็นเข็มก็หายป่วยเป็นปลิดทิ้ง!"

คำพูดประชดประชันของนางทำให้ใบหน้าของหม่าเจาตี้และเฉียวต้าเฉียงเปลี่ยนจากซีดขาวเป็นเขียวคล้ำด้วยความอับอายและเจ็บแค้น ละครฉากใหญ่ที่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงเตรียมมา บัดนี้กลับพังทลายลงไม่เป็นท่าด้วยเข็มเล่มเดียว!

บรรยากาศในบ้านตระกูลเฉียวพลันเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบของหม่าเจาตี้ที่ยังคงดังอยู่ ลู่ซือเยว่ยืนถือเข็มเล่มนั้นค้างไว้กลางอากาศ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ นางมองหน้าพ่อผัวและแม่ผัวสลับกัน สายตาของนางราวกับจะบอกว่า...

ละครฉากต่อไป พวกท่านจะเล่นบทอะไรกันอีกเล่า?