โกดังคาเฟ่ในมิติลับ และการต้มไข่มุกครั้งแรก
ราตรีกาลในบ้านพักยุวชนแห่งหมู่บ้านชุนเฟิงเงียบสงัดจนน่าพรั่นพรึง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเหล่าสตรีผู้เหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานมาทั้งวัน และเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดปีกอยู่ภายนอก ทว่าสำหรับเฉียวอันแล้ว ในความมืดมิดกลับมีเสียงอีกเสียงหนึ่งที่ดังสนั่นหวั่นไหวอยู่ภายใน...เสียงแห่งความโหยหาที่กัดกินลึกลงไปถึงแก่นวิญญาณ
ก้อนแป้งข้าวโพดในมือนางแข็งกระด้างและเย็นชืด แต่ความคิดคำนึงถึงรสชาติหวานหอมกลับร้อนรุ่มดุจเปลวเพลิง ความทรงจำจากชาติภพก่อนฉายชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ภาพของหยดน้ำค้างที่เกาะบนแก้วชานมเย็นฉ่ำ รสสัมผัสของไข่มุกสีนิลที่นุ่มหนึบและชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง ความหอมกรุ่นของใบชาดำชั้นเลิศที่ผสมผสานกับความมันของนมสด...ทุกอย่างถาโถมเข้ามาทำร้ายนางอย่างเลือดเย็น
ความปรารถนานี้รุนแรงเสียยิ่งกว่าความหิวโหยทางกาย มันคือความโหยหาของจิตวิญญาณที่ถูกพรากจากสิ่งที่รัก เฉียวอันรู้สึกราวกับปลาที่ขาดน้ำ ร่างกายบิดเกร็งอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองความมืดอย่างไร้จุดหมาย
ไม่ได้...นางจะปล่อยให้ตนเองเฉาตายอยู่ในสถานที่แห่งนี้เพราะขาดชานมไข่มุกไม่ได้เด็ดขาด!
ในวินาทีที่ความตั้งใจอันแรงกล้านั้นพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ห้วงสมาธิของนางพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง โลกภายนอกดูเหมือนจะเลือนหายไป เสียงลมหายใจของสหายร่วมห้องเงียบงัน เสียงแมลงภายนอกจางหาย ความรู้สึกของเตียงไม้แข็งๆ ใต้แผ่นหลังพลันมลายสิ้น สรรพสิ่งรอบกายนางแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าสีขาวโพลนอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง
ก่อนที่ทุกอย่างจะปรากฏชัดเจนขึ้นอีกครั้ง...
เฉียวอันผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก แต่สิ่งที่นางเห็นกลับไม่ใช่ม่านเตียงเก่าคร่ำคร่าหรือใบหน้าหลับใหลของหลินเสวี่ยที่นอนอยู่ฝั่งตรงข้าม ที่นี่คือ...โกดัง?
มันเป็นโกดังที่โอ่โถงและสะอาดสะอ้านอย่างไม่น่าเชื่อ พื้นปูนขัดมันเรียบกริบสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวนวลที่สว่างไสวไปทั่วทั้งบริเวณ ชั้นวางของเหล็กกล้าสูงตระหง่านทอดยาวสุดลูกหูลูกตา บนชั้นเหล่านั้นอัดแน่นไปด้วยกระสอบ ถัง และกล่องนานาชนิดที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
หัวใจของเฉียวอันเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก นางก้มลงมองมือของตนเองแล้วหยิกแขนอย่างแรง ความเจ็บแปลบที่แล่นปราดขึ้นมายืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
นางก้าวเดินไปข้างหน้าราวกับถูกมนตร์สะกด บนกระสอบใบใหญ่ใบหนึ่งมีตัวอักษรที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ‘แป้งมันสำปะหลังชั้นเลิศ’ ถัดไปคือถังไม้ที่ปิดสนิทซึ่งมีป้ายเขียนว่า ‘น้ำตาลทรายแดงเกรดพรีเมียม’ และในกล่องสุญญากาศขนาดมหึมาคือ ‘ใบชาดำอัสสัม’ ที่ส่งกลิ่นหอมจางๆ เล็ดลอดออกมาแม้จะยังไม่ได้เปิด
นี่มัน...นี่มันคือโกดังเก็บวัตถุดิบหลังร้านคาเฟ่แฟรนไชส์ของนางในชาติก่อน!
ความจริงอันน่าเหลือเชื่อนี้กระแทกเข้าใส่เฉียวอันอย่างจัง นางเคยได้ยินเรื่องราวในนิยายเกี่ยวกับการทะลุมิติมาพร้อมกับ ‘มิติส่วนตัว’ แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้นกับตนเอง และมิติที่ติดตัวนางมากลับเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต้องการส่วนลึกของจิตใจได้อย่างน่าอัศจรรย์
เฉียวอันวิ่งสำรวจไปทั่วด้วยความลิงโลด นางเห็นชั้นวางนมผงนำเข้าจากต่างประเทศ ถังใส่ผงโกโก้ ขวบผงมัทฉะ และวัตถุดิบสำหรับทำของหวานอีกนับร้อยชนิด ทุกอย่างถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ราวกับไม่มีวันหมดสิ้น! นางไม่จำเป็นต้องอดอยากอีกต่อไปแล้ว!
ทว่า...หลังจากความตื่นเต้นยินดีผ่านพ้นไป เฉียวอันก็ตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งที่สำคัญยิ่ง นางเดินวนหาอยู่หลายรอบ แต่กลับไม่พบเครื่องจักรชงชาอัตโนมัติ ไม่มีตู้เย็นที่แช่เครื่องดื่มสำเร็จรูปเอาไว้แม้แต่แก้วเดียว
มิตินี้มีเพียง ‘วัตถุดิบ’ เท่านั้น
กฎเกณฑ์นี้ทำให้เฉียวอันสงบลงในทันที สวรรค์ประทานเส้นทางรอดให้นางแล้ว แต่มิได้ปูทางให้ด้วยกลีบกุหลาบ หากนางต้องการชานมไข่มุก นางต้องลงมือทำมันด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ
แต่เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเกินพอแล้ว!
ดวงตาของเฉียวอันทอประกายแห่งความมุ่งมั่นอีกครั้ง นางไม่รอช้า รีบเดินไปยังกระสอบแป้งมันสำปะหลัง ใช้สองมือตักผงแป้งสีขาวละเอียดขึ้นมาจำนวนหนึ่ง แล้วไปตักน้ำตาลทรายแดงสีเข้มใส่ในภาชนะเล็กๆ จากนั้นจึงหยิบใบชาดำมาหนึ่งกำมือ ทุกอย่างถูกห่อด้วยผ้าผืนเล็กๆ ที่นางพอจะหาได้ในมิติแห่งนี้
เมื่อจิตของนางคิดจะออกจากมิติ ทิวทัศน์รอบกายก็พลันบิดเบี้ยวอีกครั้ง และในชั่วพริบตานางก็กลับมานอนอยู่บนเตียงไม้แคบๆ ของตนเองดังเดิม ห่อผ้าเล็กๆ ที่บรรจุวัตถุดิบล้ำค่าวางอยู่ข้างกายราวกับปาฏิหาริย์
เฉียวอันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับหัวใจที่เต้นรัว นางรออยู่ครู่หนึ่งจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตื่นขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆ ลุกจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุด ทุกย่างก้าวของนางเงียบกริบราวกับวิฬาร์ย่องในความมืด นางต้องไปที่โรงครัวรวมซึ่งอยู่นอกตัวเรือนนอน ที่นั่นมีเตาดินขนาดเล็กที่ทุกคนใช้ร่วมกัน
โชคยังดีที่ยามนี้เป็นเวลาดึกสงัด ทุกคนต่างหลับสนิทอยู่ในห้วงนิทรา เฉียวอันมาถึงโรงครัวที่มืดมิดได้อย่างปลอดภัย นางจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงเล็กขึ้น แสงสีส้มริบหรี่ขับไล่ความมืดออกไปได้เพียงน้อยนิด แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำงานของนาง
นางเริ่มจากก่อไฟในเตาดินอย่างชำนาญ ก่อนจะนำหม้อดินใบเล็กที่พอจะหาได้มาตั้งบนเตาเพื่อต้มน้ำ ในยุคสมัยนี้ แม้แต่ฟืนก็ยังเป็นของมีค่า แต่เพื่อชานมไข่มุกแล้ว เฉียวอันไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย
ขณะรอน้ำเดือด นางเทแป้งมันสำปะหลังลงในชาม ค่อยๆ รินน้ำร้อนจัดลงไปแล้วใช้ตะเกียบคนอย่างรวดเร็ว ความร้อนทำให้แป้งจับตัวเป็นก้อน จากนั้นนางจึงเริ่มใช้มือนวดแป้งที่ยังร้อนระอุนั้นด้วยความอดทน ความรู้สึกของแป้งนุ่มๆ ในมือนำพาความทรงจำอันแสนสุขกลับมาอีกครั้ง
เมื่อได้แป้งที่เนียนนุ่มได้ที่แล้ว นางก็เริ่มลงมือปั้นเม็ดไข่มุกด้วยความเร็วและความชำนาญที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือด เม็ดแป้งกลมๆ ขนาดไล่เลี่ยกันค่อยๆ ถูกปั้นขึ้นทีละเม็ด ทีละเม็ด จนเต็มชามขนาดเล็ก
จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด...การต้มไข่มุกและเคี่ยวน้ำตาลทรายแดง
นางนำหม้ออีกใบหนึ่งมาตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายแดงและน้ำลงไปเล็กน้อย ไม่นานนัก น้ำตาลก็เริ่มละลายและเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมหวานไหม้เจือคาราเมลอันเข้มข้นลอยอวลขึ้นมาในอากาศ...
กลิ่นนี้...ในยุคสมัยที่น้ำตาลเป็นของล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำ กลิ่นหอมหวานที่เข้มข้นถึงเพียงนี้ไม่ต่างอะไรกับยาเสน่ห์ชั้นเลิศ มันเป็นกลิ่นที่แปลกประหลาดและยั่วยวนเกินกว่าที่ใครในบ้านพักยุวชนเคยได้สัมผัสมาก่อน มันลอยออกจากโรงครัวฝ่าความหนาวเย็นของยามค่ำคืน แทรกซึมผ่านช่องว่างของประตูและหน้าต่างเข้าไปในเรือนนอนอย่างเงียบเชียบ
ภายในห้องนอนรวมที่มืดสนิท ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่นอนอยู่บนเตียงไม่ไกลจากเตียงของเฉียวอันพลันขยับตัวเล็กน้อย จมูกของนางขยับฟุดฟิด เปลือกตาเริ่มสั่นระริกราวกับกำลังจะถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราด้วยกลิ่นหอมอันน่าอัศจรรย์ใจนั้น
แต่เฉียวอันผู้กำลังจดจ่ออยู่กับการทำอาหารกลับไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติใดๆ นางกำลังมีความสุขกับการเฝ้ามองเม็ดไข่มุกสีขาวที่ลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำเดือด ก่อนจะตักมันลงไปเคี่ยวในน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงข้นคลั่ก จนเม็ดไข่มุกค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเป็นมันวาวงดงาม ในขณะเดียวกัน กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาที่นางต้มในกาอีกใบก็เริ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้งออกมาผสมผสานกัน
ในที่สุด ทุกอย่างก็เสร็จสมบูรณ์ เฉียวอันตักไข่มุกอุ่นๆ ที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำเชื่อมคาราเมลขึ้นมาหนึ่งช้อน ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยความปีติยินดีจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มันคือผลงานชิ้นแรกในโลกใบใหม่ คือหยาดน้ำทิพย์ที่จะช่วยต่อชีวิตของนาง
ทว่า...ในขณะที่นางกำลังจะนำช้อนเข้าปากเพื่อลิ้มรสชาติที่โหยหามาแสนนาน...
เอี๊ยด...
เสียงบานประตูไม้ของเรือนนอนฝั่งสตรีที่อยู่ห่างออกไปพลันดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในความเงียบสงัดของยามวิกาล ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่กำลังย่ำเข้ามาใกล้โรงครัวอย่างเชื่องช้า...
เฉียวอันพลันแข็งค้าง ช้อนในมือหยุดชะงักอยู่กลางอากาศ! ใครบางคนตื่นขึ้นมาแล้ว