ไข่ไก่แลกความหวาน ธุรกิจไซส์มินิเริ่มต้น
กลิ่นหอมจางๆ ของไข่ต้มลอยมาปะทะปลายจมูก ปลุกสัญชาตญาณความหิวโหยของเฉียวอันให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง ร่างกายที่ขาดแคลนโปรตีนมานานโหยหามันราวกับคนเดินทางในทะเลทรายที่พบโอเอซิส สายตาของนางจับจ้องไปยังไข่ไก่ฟองกลมเกลี้ยงในชามของซูหงเหมยอย่างไม่อาจละวาง
ดวงตาคู่นั้นที่เคยอ่อนล้าและท้อแท้ บัดนี้กลับทอประกายแห่งความมุ่งมั่นอีกครั้ง ความคิดเรื่องการค้าขายที่เพิ่งจุดประกายขึ้นเมื่อครู่ บัดนี้ได้พบกับโอกาสแรกแล้ว
ซูหงเหมยนั่งกอดชามใบนั้นไว้ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า นางจ้องมองไข่ไก่ต้มด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันคือของบำรุงที่มารดาส่งมาให้ด้วยความยากลำบาก คือโปรตีนเพียงน้อยนิดที่จะช่วยให้นางมีแรงทำงานหนักในไร่นาต่อไป ทว่า...ในห้วงคำนึงของนาง ความหอมหวานและสัมผัสหนึบหนับของ 'ไข่มุก' ในชานมเมื่อคืนวานยังคงแจ่มชัด รสชาติอันน่าอัศจรรย์นั้นตราตรึงอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืม เมื่อเทียบกับความสุขล้ำลึกที่ได้ลิ้มรสเครื่องดื่มสวรรค์นั้นแล้ว ไข่ต้มในมือก็พลันดูจืดชืดไปถนัดตา
นางถอนหายใจยาว เหลือบมองไปยังประตูห้องพักของเฉียวอันอย่างชั่งใจ ในที่สุด ความปรารถนาในรสชาติอันแปลกใหม่ก็เป็นฝ่ายชนะ
เฉียวอันซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ เห็นแววตาลังเลของสหายร่วมห้องก็ลอบยิ้มในใจ นางแสร้งทำเป็นเดินกลับห้องพักอย่างไม่รีบร้อน แต่จังหวะการก้าวเดินนั้นเชื่องช้าราวกับจงใจเปิดโอกาสให้ฝ่ายนั้นได้เอ่ยปาก
และมันก็ได้ผลดังคาด
"สหายเฉียว...เดี๋ยวก่อน!" เสียงของซูหงเหมยดังขึ้นจากด้านหลัง เฉียวอันหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปเผชิญหน้า เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถาม
ซูหงเหมยหน้าแดงเล็กน้อย นางลุกขึ้นยืน ก้มหน้ามองชามในมือของตนอย่างประหม่า "เอ่อ...คือว่า...ข้า..." นางอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเฉียวอัน "ข้าได้ไข่ต้มมาจากที่บ้าน...แต่ข้า...ข้าคิดถึงรสชาติของ...สิ่งนั้น...ที่เจ้าให้ข้าดื่มเมื่อคืน"
ดวงตาของนางเป็นประกายวาววับด้วยความคาดหวัง "ข้า...ข้าเอาไข่ไก่ฟองนี้แลกกับเครื่องดื่มของเจ้า...สักถ้วยได้หรือไม่?"
ในที่สุด! ประโยคที่เฉียวอันรอคอยก็หลุดออกมาจากปากของซูหงเหมยจนได้
หัวใจของเฉียวอันเต้นระรัวด้วยความยินดี แต่นางยังคงรักษาใบหน้าที่เรียบเฉยเอาไว้ "เจ้าหมายถึงชานมไข่มุกน่ะหรือ?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจต่อรอง "วัตถุดิบที่ใช้ทำนั้นหายากยิ่งนัก โดยเฉพาะน้ำตาลทรายแดงและใบชาอย่างดี..."
ซูหงเหมยหน้าเสียลงเล็กน้อย นางทราบดีว่าของหวานในยุคนี้มีค่าเพียงใด น้ำตาลทุกเกล็ดล้วนเป็นของล้ำค่า "ขะ...ข้าทราบดี แต่ไข่ไก่ฟองนี้ก็เป็นของบำรุงชั้นดีเช่นกันนะ!" นางรีบเสนอข้อดีของสินค้าตนเอง "ท่านแม่ข้าต้มมันจนสุกกำลังดี กินแล้วมีแรงทำงานได้ทั้งวันเลยนะ!"
เฉียวอันลอบพยักหน้าในใจ นางรู้คุณค่าของไข่ไก่ดียิ่งกว่าใคร ในยุคสมัยที่เนื้อสัตว์เป็นเพียงความฝัน ไข่ไก่หนึ่งฟองก็เปรียบดั่งโอสถทิพย์สำหรับร่างกายที่อ่อนล้าจากการทำงานหนัก
"ก็ได้" เฉียวอันเอ่ยขึ้นในที่สุด ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดนั้นลง "ในเมื่อเจ้าจริงใจถึงเพียงนี้ ข้าก็จะยอมลำบากสักหน่อย"
ใบหน้าของซูหงเหมยพลันสว่างวาบขึ้นด้วยความดีใจ "จริงหรือ! ขอบคุณสหายเฉียว! ขอบคุณมาก!"
"เข้าไปรอในห้องข้าก่อน ข้าจะไปเตรียมของในครัว" เฉียวอันกล่าวพลางรับชามไข่ต้มมาจากมือของซูหงเหมย ความอุ่นจางๆ ของไข่ที่ส่งผ่านเนื้อกระเบื้องทำให้กระเพาะของนางบิดตัวด้วยความหิวโหยอีกครั้ง แต่นางก็อดทนไว้
หลังจากกำชับให้ซูหงเหมยคอยดูต้นทางที่หน้าต่าง เฉียวอันก็หายเข้าไปในโรงครัวที่ตอนนี้ว่างเปล่า นางเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว ด้วยความทรงจำจากชาติก่อน การทำชานมไข่มุกหนึ่งแก้วนั้นง่ายดายราวกับหายใจ นางดึงวัตถุดิบออกจากมิติโกดังคาเฟ่ลับของนางอย่างเงียบเชียบที่สุด...แป้งมันสำปะหลังที่ถูกนวดเตรียมไว้แล้ว น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงเข้มข้นที่เคี่ยวจนหอมกรุ่น ใบชาแดงชั้นเลิศ และนมผงคุณภาพดี
ไม่นานนัก กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ก็เริ่มอบอวลไปทั่วโรงครัวเล็กๆ เฉียวอันรีบเทส่วนผสมทั้งหมดลงในถ้วยใบใหญ่ที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากันอย่างรวดเร็วก่อนที่กลิ่นจะลอยออกไปไกลกว่านี้ ของเหลวสีน้ำตาลนวลน่าดื่มตัดกับเม็ดไข่มุกสีดำขลับที่นอนก้นอยู่ด้านล่าง ช่างเป็นภาพที่ปลุกเร้าความอยากได้อย่างน่ามหัศจรรย์
นางรินชานมใส่ถ้วยของซูหงเหมยจนเต็ม ก่อนจะเทส่วนที่เหลือเพียงเล็กน้อยใส่ถ้วยของตน แล้วรีบกลับเข้าไปในห้องพัก ที่ซึ่งสหายของนางกำลังรอคอยอย่างกระสับกระส่าย
ทันทีที่ซูหงเหมยได้รับถ้วยชานมคืนมา นางก็แทบจะยกขึ้นดื่มในทันที ดวงตาเบิกกว้างอย่างเปี่ยมสุขเมื่อรสชาติหวานละมุนและกลิ่นชาหอมกรุ่นแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก นางค่อยๆ ดูดเม็ดไข่มุกขึ้นมาเคี้ยวอย่างเพลิดเพลิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ
เฉียวอันมองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะหันมาสนใจ 'รางวัล' ของตนเองบ้าง นางค่อยๆ ปอกเปลือกไข่ต้มอย่างเบามือ เผยให้เห็นเนื้อไข่ขาวเนียนนุ่มน่าสัมผัส นางกัดเข้าไปคำแรก...รสชาติของไข่แดงที่ต้มสุกกำลังดี มันทั้งนุ่มนวลและเข้มข้น ความรู้สึกอิ่มอุ่นแผ่ซ่านจากกระเพาะไปทั่วทั้งร่างราวกับพลังชีวิตที่ขาดหายไปกำลังถูกเติมเต็ม นี่คือรสชาติของโปรตีน รสชาติของการอยู่รอด!
หลังจากจัดการไข่ต้มจนหมดฟองและดื่มชานมส่วนของตนจนหยดสุดท้าย เฉียวอันก็รู้สึกว่าเรี่ยวแรงของนางกลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์ ความอ่อนเพลียที่เกาะกินมาหลายวันมลายหายไปสิ้น
"อร่อยเหลือเกิน..." ซูหงเหมยพึมพำออกมาหลังจากดื่มจนหมดถ้วย "สหายเฉียว...ของสิ่งนี้วิเศษจริงๆ"
เฉียวอันพยักหน้ารับ "มันก็คุ้มค่ากับไข่ไก่ของเจ้า" นางกล่าวเรียบๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคสำคัญที่คิดเตรียมไว้ "ต่อไปนี้ หากเจ้ามีของดีๆ เช่นนี้อีก ก็สามารถนำมาแลกเปลี่ยนได้"
นางหยุดเล็กน้อย สบตาซูหงเหมยตรงๆ "ไข่ไก่หนึ่งฟอง แลกกับชานมหนึ่งถ้วย นี่คืออัตราแลกเปลี่ยนของเรา"
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนการทำสัญญาอย่างลับๆ ซูหงเหมยพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย สำหรับนางแล้ว การแลกเปลี่ยนนี้คุ้มค่ายิ่งกว่าคุ้มค่า "ตกลง! ข้าเข้าใจแล้ว! ท่านแม่ของข้ามักจะหาทางส่งไข่ไก่มาให้ข้าสัปดาห์ละสองถึงสามฟอง...ต่อไปนี้...มันจะเป็นของเจ้าทั้งหมด!"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเฉียวอัน นี่คือจุดเริ่มต้น ธุรกิจไซส์มินิของนางได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว แม้มันจะเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนเล็กๆ ระหว่างคนสองคน แต่มันคือบันไดขั้นแรกที่จะนำนางไปสู่ความอยู่รอดและความมั่งคั่งในยุคสมัยอันแร้นแค้นนี้
ขณะที่สองสาวยิ้มให้กันอย่างรู้ความหมาย แบ่งปันความลับและความสุขเล็กๆ ร่วมกันในห้องพักแคบๆ นั้นเอง พลันมีเสียงกระแอมไอดังขึ้นอย่างจงใจจากด้านนอกประตูที่ปิดไม่สนิท
"พวกเจ้า...ทำอะไรกันอยู่ในนั้น?"
เสียงที่เย็นชาและแฝงแววอิจฉาริษยานั้นเป็นของหลินเสวี่ย ศัตรูคู่แค้นของเฉียวอัน!
ทั้งเฉียวอันและซูหงเหมยพลันแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือด ความสุขเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวาดหวั่นที่เกาะกุมหัวใจ กลิ่นหอมหวานของชานมที่ยังคงตกค้างอยู่ในห้อง...บัดนี้กลับกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่อาจนำพาหายนะมาสู่พวกนาง