เป้าหมาย: ตลาดมืดตรอกอูเจีย

แสงอรุณรุ่งสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสาที่เก่าคร่ำคร่า ปลุกบรรยากาศในบ้านพักยุวชนหญิงให้ตื่นจากนิทรา แต่ทว่าเช้าวันนี้กลับไม่เหมือนทุกวัน ความเงียบงันอันน่าอึดอัดได้เข้ามาแทนที่เสียงจอแจที่เคยเป็น

สายลมหนาวพัดโชยเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายแห่งความตึงเครียด ทุกสายตาที่จับจ้องมายังเฉียวอันล้วนแฝงไว้ด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งความเกรงกลัว ระแวงสงสัย และความอยากรู้อยากเห็นระคนกันไป เหตุการณ์ "ดักหนู" เมื่อคืนก่อนได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาไร้เสียงที่แพร่สะพัดไปทั่ว ทุกคนต่างเข้าใจดีว่าสตรีร่างบางที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมผู้นี้ แท้จริงแล้วหาใช่ลูกพลับนิ่มที่ใครจะบีบก็บีบ ใครจะคลึงก็คลึงได้ตามอำเภอใจ

เฉียวอันยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง ใบหน้าของนางเรียบเฉยดุจผืนน้ำในบ่อน้ำโบราณ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นใดๆ นางปฏิบัติภารกิจยามเช้าของตนไปตามปกติ ตั้งแต่ล้างหน้าบ้วนปากไปจนถึงการจัดเก็บที่นอน ทว่าภายใต้ความเยือกเย็นนั้น สมองของนางกำลังคำนวณและวางแผนอย่างรวดเร็ว

ชัยชนะเมื่อคืนนี้เป็นเพียงการซื้อเวลาชั่วคราวเท่านั้น สายตาอาฆาตมาดร้ายของหลินเสวี่ยยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของนาง มันคือคำประกาศสงครามอย่างเปิดเผย นางรู้ดีว่าหลินเสวี่ยจะต้องไม่ยอมรามือ และจะหาทุกวิถีทางเพื่อโค่นล้มนางให้จงได้ การพึ่งพาเพียงการแลกเปลี่ยนอาหารเล็กๆ น้อยๆ กับสหายในบ้านพัก ไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นคงในระยะยาวได้อีกต่อไปแล้ว

นางจำเป็นต้องมีไพ่ในมือที่แข็งแกร่งกว่านี้...จำเป็นต้องมีทุนรอนและทรัพยากรที่มากพอจะปกป้องตนเองและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

เมื่อความคิดตกผลึก ดวงตาของเฉียวอันก็ทอประกายแน่วแน่ขึ้นมาวูบหนึ่ง วันหยุดพักประจำสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงนี้ คือโอกาสอันดีที่สุด!

เป้าหมายของนางชัดเจน: เมืองเฟิ่งหยาง และตลาดมืดในตำนาน...ตรอกอูเจีย!

คืนก่อนวันหยุด เฉียวอันรอจนกระทั่งเสียงลมหายใจของทุกคนในห้องพักสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าทุกคนได้เข้าสู่ห้วงนิทราอันลึกซึ้งแล้ว นางจึงค่อยๆ ลุกจากเตียงอย่างแผ่วเบาราวกับวิฬาร์ย่อง ไร้ซึ่งเสียงใดๆ ให้เล็ดลอดออกมา

นางเคลื่อนกายไปยังโรงครัวเล็กๆ ที่บัดนี้มืดสนิทและเงียบสงัด หัวใจเต้นระรึงเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นระคนกับความประหวั่นพรั่นพรึง นางไม่ได้จุดตะเกียง แต่กลับอาศัยเพียงแสงจันทร์สลัวที่ส่องกระทบลงมาเป็นเครื่องนำทาง ด้วยจิตสำนึกที่แน่วแน่ นางเข้าสู่มิติโกดังวัตถุดิบคาเฟ่ของนางในทันที

ภายในมิติอันคุ้นเคย ชั้นวางที่เคยว่างเปล่าเมื่อครั้งแรกที่นางมาถึง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศที่เติมเต็มโดยอัตโนมัติ นางเลือกหยิบใบชาแดงคุณภาพเยี่ยมที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจรุงใจ น้ำตาลทรายแดงสีเข้มข้น นมผงเนื้อละเอียด และที่สำคัญที่สุดคือแป้งมันสำปะหลังสีขาวนวลสำหรับทำ ‘เจินจู’ หรือไข่มุกอันเป็นหัวใจหลักของเครื่องดื่มวิเศษของนาง

เฉียวอันลงมือนวดแป้งอย่างชำนิชำนาญบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในโรงครัว ความทรงจำจากชาติก่อนทำให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ นางปั้นแป้งเป็นเม็ดกลมเล็กๆ ขนาดไล่เลี่ยกันด้วยความรวดเร็ว จากนั้นจึงนำไปต้มในน้ำเดือดบนเตาฟืนที่นางก่อขึ้นอย่างเงียบเชียบที่สุด

ในขณะเดียวกัน อีกเตาหนึ่งก็กำลังเคี่ยวน้ำตาลทรายแดงจนข้นเหนียวส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นี้คือสิ่งที่อันตรายที่สุด นางจึงต้องทำงานแข่งกับเวลา รีบต้มชาดำรสเข้มข้น เติมนมผง แล้วนำไข่มุกที่สุกกำลังดีลงไปผสมผสาน คลุกเคล้ากับน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงจนเข้ากันดี

ในที่สุด ‘ชานมไข่มุกเจินจู’ สูตรต้นตำรับก็เสร็จสมบูรณ์ ไออุ่นและกลิ่นหอมหวานละมุนลอยขึ้นมาจากภาชนะ ช่างเป็นภาพและกลิ่นที่ตัดกับความแร้นแค้นของยุคสมัยนี้อย่างสิ้นเชิง เฉียวอันรีบดับไฟในเตาและจัดการเก็บกวาดทุกอย่างให้กลับสู่สภาพเดิมไม่ให้เหลือร่องรอยแม้แต่น้อย จากนั้นจึงบรรจงเทชานมไข่มุกร้อนๆ ลงในกระติกน้ำร้อนโลหะใบเก่าที่นางได้มาจากการแลกเปลี่ยนเมื่อหลายวันก่อนอย่างระมัดระวัง

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ขณะที่ยุวชนคนอื่นๆ ยังคงหลับใหล เฉียวอันก็เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางแล้ว นางสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีมอซอที่เก่าและมีรอยปะชุนหลายแห่ง สะพายย่ามผ้าใบเก่าๆ ที่ภายในซ่อนกระติกน้ำร้อนเอาไว้อย่างมิดชิด รวบผมยาวเป็นเปียสองข้างอย่างเรียบง่าย มองดูไม่ต่างจากเด็กสาวชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง

การเดินทางสิบลี้สู่เมืองเฟิ่งหยางนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ถนนดินลูกรังขรุขระเต็มไปด้วยฝุ่นควัน ยามย่างเท้าแต่ละก้าวต้องใช้เรี่ยวแรงมากกว่าปกติ เฉียวอันต้องคอยหลบเลี่ยงสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้ใหญ่บ้านหรือเจ้าหน้าที่จากคอมมูนที่อาจจดจำนางได้ ทุกครั้งที่เห็นเกวียนเทียมวัวหรือจักรยานสวนทางมา นางจะรีบก้มหน้าเดินชิดริมทาง หรือแสร้งทำเป็นนั่งพักใต้ร่มไม้เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต

สองข้างทางคือทิวทัศน์อันแห้งแล้งของชนบททางตอนเหนือ ผืนดินแตกระแหงบ่งบอกถึงความยากลำบากในการเพาะปลูก ชาวนาที่ทำงานในไร่มีใบหน้ากร้านแดดและร่างกายผ่ายผอม ทุกอย่างตอกย้ำถึงความจำเป็นที่นางต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดให้ได้

หลังจากเดินเท้ามาเกือบสองชั่วยาม ในที่สุดกำแพงเมืองเฟิ่งหยางก็ปรากฏให้เห็นอยู่ลิบๆ หัวใจของเฉียวอันพลันเต้นแรงขึ้น นี่คือครั้งแรกที่นางได้เข้ามาในตัวเมืองอย่างแท้จริง บรรยากาศของเมืองเฟิ่งหยางแตกต่างจากหมู่บ้านชุนเฟิงราวฟ้ากับดิน ถนนหนทางกว้างขวางและเรียบกว่า มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด สองข้างทางเรียงรายไปด้วยอาคารอิฐสีเทา แม้จะดูเก่าแก่แต่ก็ยังคงความโอ่อ่าสมเป็นศูนย์กลางของเขตปกครอง

เฉียวอันไม่กล้าเดินเตร็ดเตร่ให้เป็นที่สะดุดตา นางแสร้งทำทีเป็นเดินชมของในสหกรณ์อุปโภคบริโภคของรัฐ พลางเงี่ยหูฟังและสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ ตรอกอูเจีย...ตามข้อมูลที่นางได้ยินมา มันซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของสหกรณ์แห่งนี้นี่เอง

นางเดินอ้อมไปทางด้านหลังของอาคาร ที่นั่นคือตรอกแคบๆ ที่มีขยะและของเก่ากองระเกะระกะ ปากทางเข้าดูมืดทึบและน่าหวาดหวั่นสมชื่อ ‘ตรอกอีกา’ ไม่มีป้ายบอกชื่อใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงผู้คนท่าทางลับๆ ล่อๆ ที่เดินหายเข้าไปในความมืดนั้นอย่างรวดเร็ว บ้างก็สะพายย่ามตุง บ้างก็หอบหิ้วบางสิ่งไว้ในอกเสื้อ สายตาทุกคู่ที่สวนกันเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

นี่แหละคือที่ที่นางตามหา!

เฉียวอันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้า กระชับย่ามบนบ่าให้แน่นขึ้น น้ำหนักของกระติกน้ำร้อนที่อยู่ภายในเป็นดั่งเครื่องเตือนใจถึงเป้าหมายในวันนี้ นางปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับบรรยากาศอันน่าอึดอัดของที่นี่

นางมองซ้ายมองขวาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าปลอดคน จึงตัดสินใจก้าวเท้าแรกเข้าไปในเงามืดของตรอกอูเจีย...

ทว่ายังไม่ทันที่ปลายเท้าของนางจะได้สัมผัสพื้นดินในตรอกนั้นดี เสียงตวาดอันดังลั่นทรงอำนาจก็ก้องกังวานขึ้นจากทางด้านหน้าของสหกรณ์ ทำให้ผู้คนโดยรอบแตกตื่นราวกับฝูงนกแตกรัง!

"หยุด! ทีมตรวจสอบวินัยและเศรษฐกิจเมืองเฟิ่งหยางมาตรวจค้น! ใครที่กำลังทำการค้าขายที่ผิดกฎหมาย ให้หยุดเดี๋ยวนี้!"

สิ้นเสียงประกาศนั้น พลันเกิดความโกลาหลอลหม่านขึ้นในบัดดล! ผู้คนที่เคยเดินกันอย่างลับๆ ล่อๆ บริเวณปากตรอก ต่างพากันวิ่งหนีเอาตัวรอดกันอย่างไม่คิดชีวิต บ้างก็ทิ้งข้าวของที่นำมาขายแล้วเผ่นหนี บ้างก็วิ่งสวนกันจนล้มลุกคลุกคลาน

หัวใจของเฉียวอันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม! เพิ่งจะมาถึงเป็นครั้งแรกก็ต้องมาเจอกับการกวาดล้างครั้งใหญ่เสียแล้วหรือนี่! ร่างกายของนางแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น นางยืนอยู่ตรงปากตรอกพอดี เป็นจุดที่เปิดโล่งและเสี่ยงต่อการถูกจับกุมมากที่สุด