มิติซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งอนาคต
หลินหว่านอิงก้มมองข้อมือของตนในความมืดมิด ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บฟืน ปานแดงรูปหยดน้ำที่ติดตัวมาตั้งแต่ชาติก่อนกำลังเปล่งประกายเรืองรองจางๆ นางหลับตาลงแล้วตั้งจิตแน่วแน่ พริบตาเดียวร่างที่ผอมโซก็หายวับไปจากห้องเก็บฟืนอันหนาวเหน็บ
แสงสว่างจ้าสาดส่องกระทบเปลือกตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เบื้องหน้าของนางคือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่สามชั้นที่สว่างไสว แอร์เย็นฉ่ำพัดผ่านผิวกาย ชั้นล่างละลานตาไปด้วยโซนอาหารสดและของชำ ชั้นสองเรียงรายไปด้วยข้าวของเครื่องใช้และเวชภัณฑ์ครบครัน ส่วนชั้นสามคือโกดังเก็บสินค้าและเครื่องมือช่างขนาดมหึมา
"ตามมาจริงๆ ด้วย..." หลินหว่านอิงพึมพำ มุมปากยกยิ้มกว้าง
นางก้าวเดินไปยังโซนอาหารสดอย่างรวดเร็ว เนื้อสัตว์และผักผลไม้บนชั้นวางยังคงความสดใหม่ราวกับเพิ่งถูกนำมาจัดเรียง ไร้ร่องรอยของการเน่าเสียหรือเหี่ยวเฉาแม้แต่น้อย เวลาในมิติแห่งนี้หยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์!
ท้องที่ว่างเปล่าของร่างเดิมส่งเสียงร้องประท้วงอย่างหนัก นางเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์อาหารปรุงสุกทันที หยิบสเต็กเนื้อสันนอกที่ยังร้อนกรุ่นและนมสดหนึ่งขวดใหญ่มานั่งกินที่โต๊ะมุมพักผ่อน รสชาติเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำและนมรสหวานมันไหลลงสู่กระเพาะอาหารที่หดเกร็ง ช่วยเติมเต็มเรี่ยวแรงให้แก่ร่างกายที่ขาดสารอาหารนี้อย่างรวดเร็ว
หลังจัดการอาหารมื้อใหญ่จนอิ่มหนำ หลินหว่านอิงลองหยิบแอปเปิลสีแดงสดลูกหนึ่งออกจากชั้นวาง พริบตาเดียวแอปเปิลลูกใหม่ก็ปรากฏขึ้นแทนที่ในตำแหน่งเดิมทันที
"หยิบใช้ได้ไม่จำกัดจริงๆ สวรรค์ช่างเข้าข้างข้าเสียจริง" นัยน์ตาหงส์ทอประกายวาววับ นางไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องปากท้องในยุคข้าวยากหมากแพงนี้อีกต่อไป
เมื่อร่างกายฟื้นฟูกำลังวังชาแล้ว หลินหว่านอิงจึงตั้งจิตกลับออกมายังห้องเก็บฟืนอีกครั้ง นางแนบหูเข้ากับผนังไม้บางๆ ที่กั้นระหว่างห้องนี้กับห้องโถงใหญ่ ทันใดนั้นเสียงหัวเราะรื่นเริงจากภายนอกก็แว่วเข้ามาในโสตประสาท
"อวี้เอ๋อร์ของแม่ ในที่สุดตัวไร้ค่านั่นก็ยอมไปชนบทแทนเจ้าแล้ว!" เสียงของจ้าวชุนเหมยดังทะลุเข้ามา เต็มไปด้วยความปีติยินดี "พรุ่งนี้พอส่งมันขึ้นรถไฟเสร็จ แม่จะพารกไปซื้อผ้าตัดชุดแต่งงานให้เจ้า รับรองว่าเจ้าจะเป็นเจ้าสาวที่งดงามที่สุด"
"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่" เสียงหวานหยดย้อยของหลินหว่านอวี้ดังขึ้น "แต่ข้าแอบสงสารน้องสามอยู่บ้าง ที่ต้องไปทนลำบากที่ซีซาน ส่วนข้ากลับได้แต่งงานกับพี่สวี่เฉิง..."
"สงสารมันทำไม! คนอย่างมันคู่ควรกับบ้านนอกคอกนานั่นแหละ!" หลินเจี้ยนกั๋วตบโต๊ะดังปัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ดีเสียอีกที่มันไปพ้นทาง เจ้าจะได้แต่งเข้าตระกูลสวี่อย่างสบายใจ ไม่ต้องมีมารผจญ!"
"ใช่แล้วพี่สี่ งานในโรงงานของมันก็ตกเป็นของท่าน คู่หมั้นของมันก็ตกเป็นของท่าน คราวนี้บ้านเราจะได้เจริญรุ่งเรืองเสียที!" หลินจื่อเซวียน น้องชายคนเล็กพูดเสริมพลางหัวเราะชอบใจ
เสียงแก้วกระกระทบกันฉลองชัยชนะดังก้องกังวาน บาดลึกเข้าไปในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
หลินหว่านอิงแค่นเสียงเย็นชาอยู่ในลำคอ นางกอดอกพิงผนังไม้ด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย ฉลองกันให้พอเถิด ดื่มด่ำกับความสุขจอมปลอมนี้ให้เต็มที่ เพราะพรุ่งนี้เช้าพวกเจ้าจะหัวเราะไม่ออก!
สมองอันปราดเปรื่องเริ่มคำนวณแผนการเอาคืนอย่างรวดเร็ว พรุ่งนี้นางจะแสร้งทำเป็นโอนอ่อนผ่อนตาม ยอมก้มหัวรับชะตากรรมเพื่อลดความระแวดระวังของปลิงดูดเลือดพวกนี้ ขอเพียงได้เวลาเตรียมตัวก่อนขึ้นรถไฟ นางจะใช้มิติซูเปอร์มาร์เก็ตนี้กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหลังนี้ให้เหี้ยน ไม่เว้นแม้แต่กระทะทำกับข้าว!
เมื่อมีพื้นที่เก็บของไร้ขีดจำกัด การขนย้ายสมบัติทั้งบ้านก็เป็นเพียงเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ นางจะทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความพินาศย่อยยับให้พวกมันดูต่างหน้า!
หลินหว่านอิงหลับตาลง เตรียมพักผ่อนเอาแรงสำหรับการแสดงละครฉากใหญ่ในวันพรุ่งนี้
ทว่าในจังหวะที่ความเงียบสงัดกำลังโรยตัวลงมานั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเก็บฟืน ตามมาด้วยเสียงปลดกลอนเหล็กจากด้านนอกดังกริ๊ก!
หลินหว่านอิงลืมตาโพลง ร่างกายเกร็งตัวพร้อมรับมือในความมืด ดึกดื่นป่านนี้... ใครกำลังเปิดประตูเข้ามา?!