แสร้งยอมจำนนเพื่อแผนการใหญ่

บานประตูห้องเก็บฟืนถูกกระชากเปิดออกดังกึกก้อง แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันก๊าดสาดส่องกระทบใบหน้าเย็นชาของหลินหว่านอิง ผู้ที่ยืนตระหง่านอยู่หลังบานประตูคือจ้าวชุนเหมย ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนบูดบึ้งราวกับกินรังแตน นางมาเพื่อบังคับให้บุตรสาวเซ็นเอกสารยินยอมไปชนบทก่อนรุ่งสาง เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนบ้านนินทา

"นังตัวดี! ออกมาเซ็นชื่อเดี๋ยวนี้ ถ้าวันนี้แกยังดื้อด้าน ฉันจะเฆี่ยนแกให้ตายคามือ!"

หลินหว่านอิงไม่ตอบโต้ นางหลุบตาลงซ่อนประกายวาวโรจน์ แสร้งทำไหล่ลู่คอตก บีบน้ำตาให้คลอเบ้าอย่างน่าสงสาร "แม่คะ... ฉันยอมแล้ว ฉันจะไปชนบทซีซานแทนพี่หว่านอวี้"

จ้าวชุนเหมยชะงัก คาดไม่ถึงว่าบุตรสาวที่หัวรั้นมาตลอดจะยอมจำนนง่ายดายปานนี้ หลินเจี้ยนกั๋วที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังรีบก้าวพรวดเข้ามา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปีติยินดี "แกคิดได้เช่นนี้ก็ดี! ถือว่าทดแทนบุญคุณที่พวกเราเลี้ยงดูแกมา!"

"แต่ฉันมีข้อแม้" หลินหว่านอิงเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงสั่นเครือทว่าแฝงความเด็ดขาด "ฉันขอเวลาเตรียมตัวเก็บของวันนี้หนึ่งวัน และก่อนไป... ฉันอยากกินอาหารดีๆ สักมื้อ ขอซาลาเปาแป้งขาวกับเนื้อสัตว์ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปร้องเรียนที่คณะกรรมการชุมชน ว่าพวกท่านบีบบังคับสวมรอยแย่งงานของฉัน!"

คำขู่เรื่องคณะกรรมการชุมชนจี้ถูกจุดตายของหลินเจี้ยนกั๋วพอดี ชายผู้รักหน้าตายิ่งชีพหน้าถอดสี รีบพยักหน้ารับทันควัน "ได้! แค่อาหารมื้อเดียว พ่อจะให้แม่แกทำให้กิน แต่อย่าได้คิดเล่นตุกติกเชียว!"

เช้าตรู่วันนั้น โต๊ะอาหารของตระกูลหลินจึงมีซาลาเปาแป้งขาวร้อนกรุ่นและผัดไข่ใส่หมูสามชั้นวางอยู่ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยเตะจมูก หลินหว่านอิงคีบซาลาเปาเข้าปากอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางสายตาเคียดแค้นของหลินจื่อเซวียน น้องชายคนเล็กที่เพิ่งตื่นนอน

"นังตัวซวย! แกมีสิทธิ์อะไรมากินซาลาเปาแป้งขาวของฉัน! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ!" เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีผู้ถูกตามใจจนเสียคนตวาดลั่น เขากระทืบเท้าเดินอาดๆ เข้ามา หวังจะคว้าจานอาหารตรงหน้านางไปทิ้งพื้น พร้อมกับยื่นเท้าออกไปกะจะขัดขานางให้ล้มหน้าคะมำเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ

ทว่าหลินหว่านอิงจับสังเกตได้ตั้งแต่เขาเริ่มขยับตัว ริมฝีปากบางยกยิ้มเย็นเยียบ นางแสร้งทำเป็นตกใจ ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ทรงตัวหลบปลายเท้าของอีกฝ่ายอย่างพลิ้วไหว พร้อมกับจงใจทิ้งน้ำหนักกระแทกส้นเท้าเหยียบลงบนหลังเท้าของหลินจื่อเซวียนอย่างแรง!

"โอ๊ย!" หลินจื่อเซวียนร้องลั่น เสียหลักพุ่งถลาไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อย หน้าของเขากระแทกเข้ากับมุมโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างจัง

*กร๊อบ!*

เสียงวัตถุแข็งกระทบไม้ดังกังวาน ตามมาด้วยเสียงฟันหน้าสองซี่ที่หักกระเด็นตกลงบนพื้นกระดาน หลินจื่อเซวียนล้มลงไปกองกับพื้น กุมปากที่บวมเจ่อพลางร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด

"อ๊าย! จื่อเซวียนของแม่!" จ้าวชุนเหมยกรีดร้องสุดเสียง ถลันเข้าไปประคองลูกชายหัวแก้วหัวแหวน หลินเจี้ยนกั๋วหน้าดำคร่ำเครียด รีบเข้ามาดูอาการลูกชาย

"ต๊ายตาย... น้องเล็กเป็นอะไรไป ทำไมถึงเดินไม่ระวังจนสะดุดขาตัวเองล้มหน้าฟาดโต๊ะแบบนี้ล่ะจ๊ะ?" หลินหว่านอิงยกมือทาบอก แสร้งทำตื่นตระหนกตกใจสุดขีด "รีบพาไปหาหมอเถอะค่ะ เดี๋ยวแผลจะติดเชื้อเอานะคะ!"

"นังตัวดี! ฝากไว้ก่อนเถอะ!" หลินเจี้ยนกั๋วตวาดลั่น ไม่มีเวลามาสืบสวนหาความจริง เขากับจ้าวชุนเหมยรีบพยุงหลินจื่อเซวียนที่ร้องไห้จ้าวิ่งออกจากบ้าน ตรงดิ่งไปยังสถานีอนามัยทันที ส่วนหลินหว่านอวี้ก็ออกไปทำงานที่โรงงานตั้งแต่เช้าแล้ว

ความวุ่นวายจางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดภายในบ้าน หลินหว่านอิงปัดมือเบาๆ ทิ้งคราบความอ่อนแอลงทันที แววตาแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด เวลาทองของนางมาถึงแล้ว!

เพื่อการกวาดล้างทรัพย์สินคืนนี้ นางต้องรู้ตำแหน่งที่ซ่อนสมบัติทั้งหมดให้แน่ชัดเสียก่อน ร่างบางก้าวเข้าไปในห้องนอนใหญ่ของหลินเจี้ยนกั๋วและจ้าวชุนเหมย ภายในห้องค่อนข้างมืดและเต็มไปด้วยฝุ่น นางหลับตาลง กำหนดจิตเชื่อมต่อกับ 'มิติซูเปอร์มาร์เก็ต' ทันที

เพียงเสี้ยววินาที สติของนางก็ปรากฏขึ้นที่ชั้นสามของห้างสรรพสินค้า โซนโกดังและเครื่องมือช่าง หลินหว่านอิงเดินตรงไปยังชั้นวางอุปกรณ์ สุ่มหยิบไฟฉายแรงสูงขนาดเล็กและชะแลงเหล็กอันจิ๋วออกมา นางจัดการลอกฉลากและแกะบรรจุภัณฑ์พลาสติกทิ้งลงถังขยะในมิติ ป้องกันไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอมหลุดรอดออกมาขัดกับยุคสมัย

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ของทั้งสองสิ่งก็อยู่ในมือแล้ว นางเปิดสวิตช์ไฟฉาย ลำแสงสว่างจ้าส่องทะลุความมืดมิด กวาดมองไปตามซอกหลืบ ใต้เตียง และหลังตู้เสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่า ชะแลงเหล็กในมือถูกใช้เคาะแผ่นไม้กระดานบนพื้นเบาๆ เพื่อฟังเสียงความกลวง

*ก๊อก... ก๊อก... ปึก!*

เสียงทึบสลับกับเสียงกลวงดังขึ้นบริเวณใต้ตู้เสื้อผ้า หลินหว่านอิง勾มุมปากขึ้น นางใช้ชะแลงงัดแผ่นกระดานที่หลวมออกอย่างเบามือ เผยให้เห็นกล่องเหล็กเคลือบสีเขียวขี้ม้าซ่อนอยู่ด้านใน

เมื่อเปิดออกดู แสงจากไฟฉายก็สะท้อนกับธนบัตรใบละสิบหยวนปึกใหญ่ คูปองอาหาร คูปองเนื้อ ตั๋วผ้า และตั๋วอุตสาหกรรมที่หายากยิ่งในยุคนี้ นี่คือหยาดเหงื่อแรงงานและเงินเก็บทั้งชีวิตของครอบครัวหลิน รวมถึงเงินเดือนที่พวกเขารีดไถไปจากเจ้าของร่างเดิมด้วย!

หลินหว่านอิงจดจำตำแหน่งไว้อย่างแม่นยำ นางยังไม่เก็บมันเข้ามิติตอนนี้ เพื่อไม่ให้แหวกหญ้าให้งูตื่น คืนนี้ต่างหากคืองานประมูลของจริง นางจัดการปิดแผ่นกระดานกลับคืนสภาพเดิมไร้ร่องรอย จากนั้นจึงย้ายไปสำรวจห้องของหลินหว่านอวี้ ค้นพบเงินซ่อนใต้หมอนและเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีกจำนวนหนึ่ง

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน สมบัติของตระกูลหลินอยู่ในกำมือของนางหมดแล้ว หลินหว่านอิงเตรียมจะเก็บไฟฉายและชะแลงกลับเข้ามิติ ทว่าในจังหวะที่นางกำลังหันหลังกลับนั้นเอง...

*ปัง!*

เสียงประตูหน้าบ้านถูกถีบเปิดออกอย่างรุนแรง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของคนหลายคนพุ่งตรงเข้ามาทางห้องนอนใหญ่ พร้อมกับเสียงตะคอกของจ้าวชุนเหมยที่ดังลั่น

"ค้นดูให้ทั่ว! มันต้องซ่อนอยู่ในนี้แน่!"

หลินหว่านอิงเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ พวกเขากลับมาเร็วกว่าที่คิด แถมยังพุ่งตรงมาที่ห้องนี้! นางยังยืนอยู่กลางห้องนอนของพวกเขา พร้อมกับแผ่นกระดานที่เพิ่งเหยียบทับลงไปไม่สนิทดี!