กวาดล้างทรัพย์สินตระกูลหลิน
เสี้ยววินาทีที่บานประตูถูกถีบกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรง หลินหว่านอิงไม่ปล่อยให้ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำ นางกำหนดจิตเพียงเสี้ยวสติ ร่างเพรียวบางก็หายวับไปจากกลางห้องนอนใหญ่ราวกับสลายกลายเป็นอากาศธาตุ!
นางหลบเข้ามาใน ‘มิติซูเปอร์มาร์เก็ต’ ได้อย่างเฉียดฉิว!
แสงไฟนีออนสว่างไสวของห้างสรรพสินค้าล้ำยุคอาบไล้ร่างของนาง ชั้นวางสินค้าโลหะเรียงรายสุดลูกหูลูกตาเต็มไปด้วยเสบียงอาหารที่ไม่มีวันหมด หลินหว่านอิงยืนอยู่ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์นั้น นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว ก่อนจะเพ่งสมาธิผ่านจิตออกไปยังโลกภายนอก ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษที่มิติมอบให้
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยมืดมิด บัดนี้สว่างวาบด้วยแสงจากตะเกียงน้ำมัน จ้าวชุนเหมยถือตะเกียงพุ่งพรวดเข้ามา ตามด้วยหลินเจี้ยนกั๋วที่สวมเสื้อกล้ามยับยู่ยี่ ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความร้อนรน
"ค้นดูให้ทั่ว! มันต้องซ่อนอยู่ในนี้แน่! สมุดทะเบียนบ้านกับใบรับรองการลงชนบทของนังเด็กสารเลวนั่น!" จ้าวชุนเหมยกระซิบเสียงลอดไรฟัน พลางรื้อค้นลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งอย่างบ้าคลั่ง ของใช้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยถูกจับโยนกระจัดกระจาย
"เบาเสียงหน่อยสิ! เดี๋ยวพวกบ้านข้างๆ ก็ตื่นมาได้ยินหรอก!" หลินเจี้ยนกั๋วเอ่ยตำหนิภรรยาเสียงเข้ม "ถ้าพรุ่งนี้เช้าไม่มีเอกสารพวกนั้น เราจะส่งมันขึ้นรถไฟไม่ได้ รีบหาเร็วเข้า!"
"ข้าก็กำลังหาอยู่นี่ไง! เมื่อเย็นข้าจำได้ว่าเอามาเก็บไว้ในห้องนี้นี่นา!"
ทั้งสองคนก้มๆ เงยๆ รื้อค้นทั่วห้องอยู่เพียงครู่เดียว ท้ายที่สุดจ้าวชุนเหมยก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมตัวเก่าที่แขวนอยู่หลังประตู
"เจอแล้ว! โธ่เอ๊ย ข้าลืมไปว่าเอาใส่ไว้ในเสื้อตัวนี้เอง" หญิงวัยกลางคนถอนหายใจยาว ก่อนจะหรี่ตาลง ใบหน้าเหี่ยวย่นเผยรอยยิ้มชั่วร้าย "หึ พรุ่งนี้พอส่งมันขึ้นรถไฟ ทุกอย่างในบ้านนี้ก็จะเป็นของหว่านอวี้กับจื่อเซวียนแต่เพียงผู้เดียว ส่วนนังตัวซวยนั่นก็ปล่อยให้มันไปแห้งตายในชนบทกันดารเสีย!"
"เอาล่ะ เจอแล้วก็รีบไปนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปคุมมันขึ้นรถไฟ ห้ามให้เกิดเรื่องผิดพลาดเด็ดขาด" หลินเจี้ยนกั๋วตัดบท
เสียงฝีเท้าของสองสามีภรรยาเดินออกจากห้องไป เสียงประตูปิดลง ตามมาด้วยเสียงสวบสาบของการล้มตัวลงนอน ไม่นานนัก เสียงกรนทุ้มต่ำก็ค่อยๆ ดังประสานกันขึ้นมาในความมืด
ภายในมิติ หลินหว่านอิงที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา นัยน์ตาหงส์ทอประกายวาววับ "ฝันไปเถอะ พรุ่งนี้พวกเจ้าจะได้รู้ซึ้งว่านรกบนดินหน้าตาเป็นอย่างไร"
เมื่อแน่ใจว่าทั้งสองหลับสนิทแล้ว นางจึงปรากฏตัวกลับมายืนอยู่กลางห้องนอนใหญ่ในโลกเดิมอีกครั้งอย่างเงียบกริบราวกับภูตผี
เวลาไม่คอยท่า หลินหว่านอิงลงมือทันที นางคุกเข่าลง งัดแผ่นกระดานเจ้าปัญหาออกอย่างรวดเร็วและเบามือ กล่องเหล็กเคลือบสีเขียวขี้ม้าถูกยกขึ้นมาวางบนตัก
*พรึ่บ!*
เพียงแค่ปลายนิ้วเรียวสัมผัส กล่องเหล็กที่บรรจุธนบัตรใบละสิบหยวนปึกใหญ่ คูปองอาหาร คูปองอุตสาหกรรม ตั๋วผ้า และตั๋วเนื้อที่หลินเจี้ยนกั๋วและจ้าวชุนเหมยสู้อุตส่าห์รีดไถและเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต ก็ถูกดูดกลืนหายเข้าไปในโกดังชั้นสามของมิติซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างหมดจด!
เงินพวกนี้คือหยาดเหงื่อแรงงานของเจ้าของร่างเดิม นางย่อมมีสิทธิ์ยึดคืนทุกแดง!
หลินหว่านอิงปิดแผ่นกระดานกลับคืนสภาพเดิม จัดการร่องรอยไม่ให้ผิดสังเกต จากนั้นนางลุกขึ้นเดินไปที่เสื้อคลุมตัวเก่าหลังประตู ล้วงหยิบสมุดทะเบียนบ้านและใบรับรองการลงชนบทของตนเองเก็บเข้ามิติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะย่องเบาออกจากห้องนอนใหญ่ ตรงดิ่งไปยังห้องของหลินหว่านอวี้ พี่สาวหน้าเนื้อใจเสือที่แย่งชิงทุกอย่างไปจากนาง
บานประตูไม้เปิดออกไร้เสียง ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นแป้งหอม หญิงสาวร่างบอบบางกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ริมฝีปากของหลินหว่านอวี้ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ราวกับกำลังฝันหวานถึงอนาคตที่ได้สวมรอยเป็นพนักงานโรงงานและได้แต่งงานกับชายหนุ่มอนาคตไกล
หลินหว่านอิงเดินเข้าไปใกล้ตู้เสื้อผ้า นางเปิดบานตู้ออก เสื้อผ้าชุดใหม่เอี่ยม ชุดกระโปรงลายดอกไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมในยุคนี้ เสื้อโค้ทกันหนาวเนื้อดี และรองเท้าหนังขัดมันเงาวับ ทุกชิ้นถูกกวาดเรียบเข้ามิติในพริบตา!
นางหันกลับมาที่เตียง ล้วงมือเข้าไปใต้หมอนของหลินหว่านอวี้อย่างแผ่วเบา ดึงห่อผ้าเช็ดหน้าสีแดงออกมา ภายในมีเงินสดอีกห้าสิบหยวนและปิ่นปักผมเงินชิ้นเล็กที่คู่หมั้นของเจ้าของร่างเดิมเคยมอบให้
*วูบ!* ของมีค่าทั้งหมดหายวับเข้าไปในมิติทันที
หลินหว่านอิงมองใบหน้าหลับพริ้มของพี่สาว มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาถึงขีดสุด
"ชอบขโมยของคนอื่นนักใช่ไหม ได้ ข้าจะมอบของขวัญส่งท้ายอันน่าประทับใจให้เจ้าเอง"
นางหยิบกรรไกรตัดผ้าเล่มเขื่องจากลิ้นชักโต๊ะขึ้นมา เดินกลับไปหยุดอยู่ข้างเตียง มือซ้ายจับปอยผมสีดำขลับที่หลินหว่านอวี้เฝ้าทะนุถนอมอย่างดีขึ้นมาหนึ่งกำมือ
*ฉับ! ฉับ! ฉับ!*
เสียงกรรไกรขบกันเบาๆ ท่ามกลางความมืด เส้นผมยาวสลวยร่วงกราวลงสู่พื้น หลินหว่านอิงลงมืออย่างว่องไวและไร้ความปรานี ทรงผมของหลินหว่านอวี้ถูกหั่นจนแหว่งวิ่น สั้นยาวไม่เท่ากัน บางจุดสั้นเตียนติดหนังศีรษะ บางจุดยาวรุ่ยร่าย ดูน่าเกลียดน่าชังราวกับถูกสุนัขจรจัดแทะเล็ม!
เมื่อเห็นผลงานชิ้นเอก หลินหว่านอิงก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ นางเก็บกรรไกรเข้ามิติ แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวหลัง
เป้าหมายต่อไป... ห้องครัว!
เมื่อก้าวเข้ามาในพื้นที่ครัว หลินหว่านอิงก็ปลดปล่อยพลังของมิติอย่างเต็มที่ นางตั้งใจจะย้ายสมบัติทุกชิ้นไม่ให้เหลือรอด
*พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!*
ข้าวสารครึ่งกระสอบที่มุมห้อง? เก็บ!
แป้งสาลีสิบชั่งในถังไม้? เก็บ!
น้ำมันหมูในไหเคลือบ? เก็บ!
เนื้อเค็มที่แขวนไว้เหนือเตา? เก็บ!
แม้แต่กระทะเหล็กใบใหญ่บนเตา หม้อต้ม ถ้วยชามกระเบื้อง ตะเกียบ มีดทำครัว กะหล่ำปลีที่เหลือครึ่งหัว ไปจนถึงเปลือกกระเทียมบนโต๊ะ และฟืนทุกท่อน นางกวาดเรียบไม่ให้เหลือแม้แต่ฝุ่น! พื้นที่ครัวที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของ บัดนี้ว่างเปล่าโล่งเตียนจนแทบจะได้ยินเสียงสะท้อน
ยังไม่จบเพียงแค่นั้น หลินหว่านอิงเดินสำรวจรอบบริเวณบ้านอีกครั้ง สายตาของนางกวาดมองประดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ โต๊ะเก้าอี้ไม้ในห้องโถง? เก็บ! นาฬิกาปลุกบนชั้นวาง? เก็บ! กาน้ำชาและแก้วกระเบื้อง? เก็บ! ผ้าปูโต๊ะ? เก็บ!
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ทรัพย์สินทุกชิ้นที่สามารถหยิบฉวยได้ของบ้านตระกูลหลิน ถูกย้ายเข้าไปวางกองรวมกันอยู่ในโกดังมิติของนางจนหมดสิ้น บ้านหลินในยามนี้ ไม่ต่างอะไรกับบ้านร้างที่เพิ่งสร้างเสร็จ มีเพียงแค่โครงสร้างและกำแพงสี่ด้านเท่านั้น!
"ถือเป็นค่าเช่าที่อยู่อาศัยที่พวกเจ้าติดค้างเด็กคนนี้ก็แล้วกัน" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มเย้ยหยันประดับบนใบหน้า
เวลาล่วงเลยจนใกล้รุ่งสาง ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น หลินหว่านอิงกลับไปที่ห้องเก็บฟืนของตนเอง นางสะพายย่ามใบเก่าที่บรรจุเพียงเสื้อผ้าขาดๆ สองสามชุด เพื่อใช้ตบตาผู้คนระหว่างการเดินทาง
ถึงเวลาต้องไปแล้ว
นางก้าวเดินไปที่ประตูหน้าบ้าน มือเรียวเอื้อมไปปลดกลอนเหล็กออกอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เกิดเสียง
ทว่าในจังหวะที่บานประตูกำลังจะแง้มออกนั้นเอง...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูห้องนอนเล็กดังขึ้นฝ่าความเงียบสงัด ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าลากพื้นดังครืดคราดของหลินจื่อเซวียน น้องชายตัวแสบที่เดินงัวเงียออกมาเพื่อทำธุระกลางดึก!
"นั่นใครน่ะ... ยืนทำอะไรตรงประตู..." เด็กหนุ่มขยี้ตาพลางเพ่งมองมาทางเงาตะคุ่มในความมืด น้ำเสียงงัวเงียเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย
หลินหว่านอิงชะงักกึก มือของนางยังค้างอยู่ที่สลักประตู หากถูกพบตัวตอนนี้ แผนการหลบหนีอย่างเงียบเชียบทั้งหมดเป็นอันจบสิ้น!