รอดตายปาฏิหาริย์
มือบางที่สั่นสะท้านเล็กน้อยของถังเสี่ยวหลิงแตะลงบนร่างที่เกร็งทื่อของไก่ตัวนั้นอย่างแผ่วเบา สัมผัสแรกที่ได้รับหาใช่ความเย็นเยียบของซากศพอันไร้วิญญาณ ทว่าคือไออุ่นแห่งชีวิตที่ยังคงไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นขนที่หลุดร่วง แม้ลมหายใจจะแผ่วเบาจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่จังหวะการเต้นของหัวใจใต้ฝ่ามือกลับเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก เพ่งสมาธิเรียกใช้ 'ดวงตาสัตวแพทย์' จากมิติเร้นลับ แสงสีทองจางๆ ที่มีเพียงผู้เป็นนายเท่านั้นที่มองเห็นวาบขึ้นในดวงตากลมโต อักษรโปร่งแสงปรากฏขึ้นเหนือร่างไก่ที่นอนนิ่งสนิท
*[สถานะ: หลับลึกเพื่อซ่อมแซมร่างกาย...]*
ถังเสี่ยวหลิงผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่เกาะกุมจิตใจมาตลอดค่อนคืนมลายหายไปสิ้น อาการชักกระตุกและเกร็งค้างเมื่อครู่หาใช่วาระสุดท้ายของชีวิต ทว่ามันคือปฏิกิริยาตอบสนองต่อฤทธิ์ยาสมุนไพรชิงไต้และโอสถจากมิติที่กำลังออกฤทธิ์ขับพิษไข้และปรับสมดุลภายในอย่างรุนแรง เมื่อผ่านพ้นจุดสูงสุดของความเจ็บปวด ร่างกายอันบอบช้ำจึงเข้าสู่สภาวะจำศีลเพื่อฟื้นฟูกำลัง
เมื่อแน่ใจแล้วว่าวิกฤตการณ์ได้ผ่านพ้นไป สัตวแพทย์สาวจึงลุกขึ้นเติมฟืนในเตาให้ไฟลุกโชน ขับไล่ความหนาวเหน็บแห่งยามวิกาล ก่อนจะนั่งพิงเสาไม้ไผ่และเผลอหลับไปในที่สุด
แสงอรุณเบิกฟ้า ขับไล่ความมืดมิดของราตรีที่ยาวนาน เสียงไก่ขันจากหมู่บ้านไป๋เหมาดังแว่วมาตามสายลมยามเช้า แสงแดดสีทองทอประกายลอดผ่านรอยแยกของหลังคาแฝก ตกกระทบลงบนใบหน้าเรียวเล็กของถังเสี่ยวหลิง นางงัวเงียตื่นขึ้นมา ขยับกายที่ปวดเมื่อยจากการนั่งขดตัวตลอดคืน ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวทำให้หญิงสาวรีบผุดลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังกรงไม้ไผ่ทันที
ภาพเบื้องหน้าทำให้นัยน์ตาดำขลับทอประกายวาววับ
ไก่ทั้งสิบตัวที่เมื่อวานยังนอนรอความตาย บัดนี้กำลังเริ่มขยับปีกไปมา แม้ท่าเดินจะยังดูโซเซอ่อนแรง ทว่าดวงตาที่เคยฝ้าฟางกลับมามีแววสดใส พวกมันส่งเสียงร้องจิ๊บๆ แผ่วเบาพลางพยายามยืดคอขึ้นจิกกินน้ำในราง ถังเสี่ยวหลิงกวาดสายตาช้าๆ ใช้ดวงตาสัตวแพทย์สแกนตรวจสอบพวกมันทีละตัวอย่างละเอียด
*[สถานะ: กำลังฟื้นฟู]*
*[สถานะ: กำลังฟื้นฟู]*
ตัวอักษรสีเขียวสว่างไสวที่แสดงถึงความหวังปรากฏขึ้นเหนือนกปีกหักทั้งสิบ จากคำว่า 'วิกฤต' สีแดงฉานที่ดูน่าสะพรึงกลัว บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสัญญาณแห่งการรอดชีวิต ถังเสี่ยวหลิงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกอย่างแท้จริง รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มแรกที่ออกมาจากใจนับตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้
"รอดแล้ว... พวกเจ้าทั้งหมดรอดตายปาฏิหาริย์" นางพึมพำกับตัวเอง ทุนรอนก้อนสุดท้ายไม่สูญเปล่า ก้าวแรกแห่งการพลิกชะตาชีวิตและสร้างความมั่งคั่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ขณะที่สัตวแพทย์สาวกำลังคำนวณแผนการบำรุงขั้นต่อไปในหัว เสียงกรอบแกรบก็ดังขึ้นจากทางรั้วไม้ไผ่เตี้ยๆ หลังบ้าน ถังเสี่ยวหลิงหันขวับไปมอง สบเข้ากับดวงตากลมโตของเด็กชายวัยสิบหนาวที่กำลังปีนป่ายเกาะรั้วชะโงกหน้าเข้ามา สองมือเล็กๆ ของเขายึดลำไผ่ไว้แน่น
"เจ้าต้าหนิว?" นางเลิกคิ้วถามเสียงเรียบ
เด็กชายชะงัก เบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า นิ้วสั้นป้อมชี้ไปยังกรงไก่ด้วยความตกตะลึง ปากอ้าค้างอยู่นานก่อนจะละล่ำละลักออกมา "พะ... พี่เสี่ยวหลิง! เมื่อวานท่านแม่บอกว่าท่านซื้อไก่ใกล้ตายของลุงซุนมาสิบตัว ข้าแอบปีนรั้วมาดูเพราะคิดว่าเช้านี้พวกมันคงตายเรียบหมดแล้วเสียอีก... ตะ...แต่พวกมันกำลังเดินได้! ไก่ผี! ไก่ผีแน่ๆ!"
ต้าหนิวแทบไม่เชื่อสายตา ไก่ของซุนเอ้อร์เฉียงที่ใครๆ ในตลาดเจิ้นหลิงต่างก็รู้ว่าติดโรคและไม่มีทางรอด บัดนี้กลับกำลังเดินเตาะแตะจิกกินเศษฟางอยู่ในกรงของหญิงสาวที่ชาวบ้านต่างนินทาว่าเสียสติไปแล้ว
ถังเสี่ยวหลิงกอดอก เดินเข้าไปใกล้รั้ว ท่าทีเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ "ไก่ผีที่ใดกัน พวกมันยังมีชีวิตอยู่ต่างหาก และอีกไม่นาน จะเติบโตเป็นไก่ที่อ้วนท้วนและแข็งแรงที่สุดในหมู่บ้านไป๋เหมา" นางหยุดเว้นจังหวะ กวาดตามองสรีระที่แข็งแรงเกินวัยของเด็กชายบ้านใกล้เรือนเคียง "ต้าหนิว เจ้าว่างหรือไม่?"
เด็กชายกระพริบตาปริบๆ พยักหน้าหงึกหงักด้วยความซื่อสัตย์ "ข้าเพิ่งช่วยท่านพ่อสับฟืนเสร็จ ตอนนี้ไม่มีอันใดทำขอรับ"
"ดีมาก" หญิงสาวหรี่ตาลง ประเมินผู้ช่วยตัวน้อยตรงหน้า "ไก่พวกนี้เพิ่งรอดพ้นจากความตาย ร่างกายของพวกมันต้องการการบำรุงอย่างหนัก ข้าต้องการไส้เดือนจำนวนมากเพื่อนำมาสับทำอาหารให้พวกมัน หากเจ้าไปขุดไส้เดือนที่เชิงเขาชุยผิงมาให้ข้าได้ทุกวัน..."
ดวงตาของถังเสี่ยวหลิงทอประกายเจ้าเล่ห์เล็กน้อย นางรู้ดีว่าควรใช้สิ่งใดล่อใจเด็กชายวัยกำลังโต "เมื่อไก่พวกนี้แข็งแรงจนเริ่มออกไข่ ข้าจะต้มไข่ใบโตๆ ร้อนๆ ให้เจ้ากินเป็นรางวัล"
คำว่า 'ไข่ต้ม' ราวกับมนตร์สะกดอันทรงพลัง สำหรับเด็กชายชาวบ้านที่ครอบครัวต้องหาเช้ากินค่ำ ได้กินเนื้อเพียงปีละไม่กี่ครั้งในช่วงเทศกาล ไข่ต้มถือเป็นอาหารโอชะอันล้ำค่า ต้าหนิวกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ดวงตาเปล่งประกายเป็นรูปไข่ไก่ เขารีบพยักหน้ารับอย่างแข็งขันราวกับไก่จิกข้าวเปลือก
"พี่เสี่ยวหลิงพูดจริงนะ! ท่านเป็นผู้ใหญ่ห้ามคืนคำเด็กเด็ดขาด ข้าจะไปขุดไส้เดือนตัวอ้วนๆ มาให้ท่านเดี๋ยวนี้เลย ท่านรอข้าประเดี๋ยว!"
พูดจบ ร่างเล็กก็กระโดดตุ้บลงจากรั้ว วิ่งหน้าตั้งมุ่งสู่เชิงเขาชุยผิงอย่างกระตือรือร้น ทิ้งฝุ่นตลบไว้เบื้องหลัง
ถังเสี่ยวหลิงมองตามแผ่นหลังเล็กไปจนลับสายตา การบำรุงระยะเริ่มต้นจำเป็นต้องใช้โปรตีนจากสัตว์ และไส้เดือนคือแหล่งโปรตีนชั้นเลิศที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อหา ทว่าเพียงไส้เดือนอย่างเดียวย่อมไม่พอ การจะทำให้ไก่ที่บอบช้ำเหล่านี้กลับมาสมบูรณ์พันธุ์จนออกไข่ที่มีคุณภาพสูงระดับที่สามารถขายได้ราคาสองเท่านั้น ต้องอาศัยสูตรอาหารที่สมบูรณ์แบบตามหลักสัตวแพทยศาสตร์
นางวางแผนไว้ในใจว่าจะต้องใช้เศษผักกาดป่าเพื่อเพิ่มกากใย เปลือกหอยบดละเอียดจากริมลำธารเพื่อเสริมสร้างแคลเซียมให้เปลือกไข่แข็งแรง และที่สำคัญที่สุด... โอสถสกัดเข้มข้นจากมิติเร้นลับที่จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด
หญิงสาวหมุนตัวเตรียมจะเดินไปหยิบตะกร้าไม้ไผ่เพื่อออกไปเก็บเศษผักป่ามาเตรียมไว้รอผู้ช่วยตัวน้อย ทว่าทันใดนั้นเอง!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหวราวกับตั้งใจจะพังมันให้พินาศลงมา ตามด้วยเสียงตะโกนแหลมปรี๊ดที่คุ้นหูบาดลึกเข้ามาในโสตประสาท
"นังเด็กจองหอง! ถังเสี่ยวหลิง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ข้าได้ยินชาวบ้านเขาลือกันให้แซ่ดว่าเมื่อวานเจ้าเอาเงินไปซื้อซากไก่เน่าเข้าบ้านงั้นรึ! ช่างทำเรื่องอัปมงคลดึงดูดความซวยนัก รีบเอาซากพวกมันโยนทิ้งไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ความวิบัติจะลามมาถึงตระกูลถังของข้า!"
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดและเย่อหยิ่งของหวังชุ่ยฮวา ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้หน้าด้านฮุบที่นาสิบหมู่ของนางดังแว่วมาแต่ไกล ถังเสี่ยวหลิงชะงักฝีเท้า นัยน์ตาที่เคยสงบนิ่งพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในเหมันตฤดู รังสีอำมหิตจางๆ แผ่ซ่านรอบกาย รอยยิ้มหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ
'เพิ่งจะพลิกวิกฤตได้ไม่ทันไร... ก็มีคนอยากรนหาที่ตายมาเคาะถึงหน้าประตูบ้านแต่เช้าตรู่เชียวหรือ'
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สูตรอาหารบำรุงกำลัง]**