สูตรอาหารบำรุงกำลัง

บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกเปิดออกอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่น ร่างบอบบางของถังเสี่ยวหลิงยืนหยัดอยู่หลังธรณีประตู นัยน์ตาดุจน้ำบ่อลึกจ้องมองหวังชุ่ยฮวาที่กำลังยืนเท้าสะเอวชี้นิ้วด่าทออยู่เบื้องหน้า รังสีความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากเด็กสาวทำให้สตรีวัยกลางคนผู้กร่างคับลำคอถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ

"ท่านป้าสะใภ้ใหญ่" น้ำเสียงของถังเสี่ยวหลิงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าเย็นเยียบทะลุถึงกระดูก "ท่านลืมไปแล้วหรือว่าหนังสือแยกบ้านถูกประทับตราโดยผู้ใหญ่บ้านไปแล้ว ข้ากับตระกูลถังของท่านนับจากนี้ถือเป็นคนแปลกหน้า เงินที่ข้าใช้ซื้อไก่ก็เป็นเงินที่ข้าหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง หากท่านกลัวว่าความอัปมงคลจะติดตัวไป... เช่นนั้นท่านมายืนตะโกนปาวๆ อยู่หน้าบ้านของตัวอัปมงคลเช่นข้าเพื่อการใดเล่า? ไม่กลัวรึว่าสิ่งลี้ลับที่ติดตามซากไก่พวกนั้นจะเกาะชายเสื้อท่านกลับไปสู่บ้านใหญ่ตระกูลถัง?"

คำพูดที่แทงใจดำผสานกับแววตาที่จ้องมองมาราวกับมองทะลุวิญญาณ ทำให้หวังชุ่ยฮวารู้สึกเสียวสันหลังวาบ นางเป็นคนงมงายเชื่อเรื่องโชคลาง ยิ่งเห็นลานบ้านที่เงียบสงัดและกลิ่นอายประหลาดที่แผ่ออกมาจากบ้านหลังเล็ก นางก็รีบชักมือกลับ ดึงสาบเสื้อเข้าหากันด้วยความหวาดระแวง

"นัง... นังเด็กเหลือขอ! ข้าก็แค่มาเตือนด้วยความหวังดี ในเมื่อเจ้าอยากจะกอดซากไก่เน่าพวกนั้นตายไปก็เชิญ!" หวังชุ่ยฮวาสบถด่าทิ้งท้ายเพื่อรักษาหน้า ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีกลับไปอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าจะมีวิญญาณไก่ตามติดไปจริงๆ

ถังเสี่ยวหลิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ปิดประตูลงดาลอย่างแน่นหนา นางไม่มีเวลามาใส่ใจกับสุนัขที่ได้แต่เห่าหอน ภารกิจเบื้องหน้าคือการพลิกฟื้นชีวิตของไก่ทั้งสิบตัวนี้ต่างหาก หญิงสาวคว้าตะกร้าไม้ไผ่สะพายขึ้นหลัง มุ่งหน้าไปยังชายป่าตีนเขาชุยผิงอย่างเงียบเชียบ

หยาดน้ำค้างยามเช้ายังคงเกาะพราวบนใบหญ้า ถังเสี่ยวหลิงใช้เคียวเล่มเล็กเกี่ยวตัดเศษผักกาดป่าที่มักถูกชาวบ้านมองข้าม ผักป่าเหล่านี้แม้รสชาติจะขมปร่าไม่เหมาะแก่การนำมาทำอาหารให้มนุษย์ แต่สำหรับสัตว์ปีกแล้ว มันคือแหล่งกากใยและวิตามินชั้นยอดที่ช่วยในการขับถ่ายและบำรุงระบบอวัยวะภายใน หลังจากได้ผักกาดป่าเต็มตะกร้า นางก็เดินเลียบไปตามริมลำธารสายเล็กท้ายหมู่บ้าน เก็บเปลือกหอยทากและเปลือกหอยกาบที่ถูกทิ้งร้างมาจนเต็มกระเป๋าผ้า เปลือกหอยเหล่านี้คือแหล่งแคลเซียมบริสุทธิ์ที่ธรรมชาติมอบให้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เปลือกไข่ในอนาคตแข็งแรง ไม่เปราะบาง

เมื่อกลับมาถึงลานหลังบ้าน เจ้าต้าหนิว เด็กชายจอมพลังก็มายืนรออยู่แล้วพร้อมกับกระบอกไม้ไผ่ที่อัดแน่นไปด้วยไส้เดือนตัวอวบอ้วน ถังเสี่ยวหลิงพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ เอ่ยปากชมเชยและย้ำคำมั่นสัญญาเรื่องไข่ต้มในวันข้างหน้า ทำเอาเด็กชายยิ้มกว้างจนตาหยีแล้ววิ่งกลับไปช่วยมารดาทำงานบ้านต่ออย่างอารมณ์ดี

บัดนี้ วัตถุดิบทั้งหมดถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ ถังเสี่ยวหลิงนำท่อนไม้กระดานมาทำเป็นเขียง เริ่มต้นขั้นตอนการปรุง 'สูตรอาหารไข่ทองคำ' ขั้นต้น สัตวแพทย์สาวลงมือสับผักกาดป่าจนละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำเปลือกหอยมาทุบด้วยสากหินจนกลายเป็นผงหยาบ สุดท้ายคือนำไส้เดือนจำนวนมากมาสับผสมรวมกัน

นางใช้ไม้พายคนส่วนผสมทั้งหมดในรางไม้เก่าๆ กลิ่นคาวจัดของไส้เดือนสดผสมผสานกับกลิ่นคาวของเปลือกหอยและกลิ่นเขียวเหม็นหืนของผักกาดป่า ลอยคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ สำหรับมนุษย์แล้ว นี่คือกลิ่นที่ชวนให้กระเพาะอาหารปั่นป่วนยิ่งนัก แต่ในสายตาของสัตวแพทย์ นี่คือสุดยอดอาหารเปี่ยมโภชนาการที่อุดมไปด้วยโปรตีนบริสุทธิ์ แร่ธาตุ และวิตามิน

ทว่าแค่นี้ยังไม่สมบูรณ์แบบพอ...

ถังเสี่ยวหลิงหลับตาลง กำหนดจิตสื่อสารกับมิติเร้นลับส่วนตัว ภาพห้องยารักษาสัตว์ในยุคปัจจุบันปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง นางเลือกดึงเอา 'โอสถสกัดวิตามินรวมเข้มข้น' สำหรับเร่งการเจริญเติบโตและฟื้นฟูเซลล์ของสัตว์ปีกออกมา หยดของเหลวสีเหลืองทองใสบริสุทธิ์เพียงสามหยดลงไปในรางอาหาร ก่อนจะใช้ไม้พายคนให้เข้ากันอีกครั้ง ทันทีที่โอสถจากมิติผสานเข้ากับวัตถุดิบธรรมชาติ กลิ่นคาวที่เคยรุนแรงก็ยิ่งส่งกลิ่นเฉพาะตัวที่กระตุ้นสัญชาตญาณความหิวโหยของสัตว์อย่างรุนแรง

ในขณะเดียวกันนั้นเอง บริเวณรั้วไม้ไผ่หลังบ้านซึ่งมีรอยโหว่เล็กๆ ปรากฏร่างของเด็กสาววัยแรกรุ่นผู้หนึ่งกำลังด้อมๆ มองๆ อยู่ ถังเจียว ลูกพี่ลูกน้องผู้มีจิตใจริษยา ถูกมารดาส่งมาสอดแนมว่าถังเสี่ยวหลิงกำลังทำเรื่องอัปมงคลอันใดอยู่ นางสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีชมพูอ่อนที่เพิ่งตัดใหม่ หวังจะมาอวดโฉมและเยาะเย้ยญาติผู้น้องให้เจ็บใจเล่น

ทว่าทันทีที่ถังเจียวชะโงกหน้าผ่านซอกรั้วไม้ไผ่ สายลมยามสายก็พัดเอากลิ่นอาหารไก่ในรางไม้ลอยมาปะทะจมูกของนางอย่างจัง!

กลิ่นคาวเลือดจางๆ ของไส้เดือนสับ ผสมกับความคาวเหม็นหืนของเปลือกหอยและเศษผักป่า มันเป็นกลิ่นที่เกินกว่าคุณหนูชาวนาที่รักสวยรักงามเช่นนางจะทานทนได้ ถังเจียวเบิกตากว้าง ใบหน้าที่เคยประทินโฉมมาอย่างดีพลันซีดเผือดลงราวกับกระดาษ ความรู้สึกพะอืดพะอมตีตื้นขึ้นมาจากกระเพาะอาหารจนถึงลำคอ

"แหวะ! อุ๊บ..." ถังเจียวยกมือขึ้นปิดปากและจมูกแน่น ร่างกายโก่งตัวด้วยความรังเกียจขีดสุด นางถอยกรูดออกจากรั้วไม้ไผ่ทันที สายตาที่มองผ่านช่องรั้วเห็นเพียงกองโคลนสีคล้ำกลิ่นเหม็นเน่าที่ถังเสี่ยวหลิงกำลังกวนอยู่อย่างตั้งใจ

'นังคนบ้า! สติฟั่นเฟือนไปแล้วแน่ๆ ถึงกับเอาซากแมลงเหม็นเน่ามาคลุกเคล้าเล่น ช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก! อยู่ใกล้แล้วข้าคงต้องติดกลิ่นเหม็นขอทานของนางมาเป็นแน่!' ถังเจียวบริภาษในใจด้วยความขยะแขยง นางไม่อาจทนสูดดมกลิ่นเหม็นคาวนี้ได้อีกแม้แต่เสี้ยวลมหายใจเดียว จึงรีบสะบัดกระโปรงสีชมพูของตนแล้วหมุนตัวเดินหนีกลับบ้านใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่จะปริปากเยาะเย้ยตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก

ถังเสี่ยวหลิงเพียงแค่ปรายหางตามองเงาร่างที่วิ่งหนีไปพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชา นางย่อมรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วว่ามีคนแอบดูอยู่ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายทนกลิ่นสวรรค์ของไก่ไม่ได้ นางก็ไม่ต้องเปลืองแรงขับไล่

หญิงสาวก้มลงมองผลงานในรางไม้ ก่อนจะยกมันเดินตรงไปยังมุมลานบ้านที่ใช้เป็นพื้นที่เลี้ยงชั่วคราว ทันทีที่วางรางอาหารลง ไก่ทั้งสิบตัวที่เคราและหงอนเคยซีดเซียว บัดนี้เริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นมาบ้างแล้วจากการรักษาเมื่อวาน พวกมันส่งเสียงร้อง 'กุ๊ก กุ๊ก' อย่างตื่นเต้น สัญชาตญาณบอกพวกมันว่าของที่อยู่ตรงหน้าคือสุดยอดอาหารบำรุงกำลัง ไก่ทั้งสิบตัวกรูเข้ามารุมจิกกินอาหารสูตรพิเศษอย่างตะกละตะกลาม ราวกับพายุที่พัดผ่านทุ่งหญ้า

ถังเสี่ยวหลิงยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจ ทักษะดวงตาสัตวแพทย์ของนางเปิดทำงานโดยอัตโนมัติ แถบสถานะเหนือหัวไก่แต่ละตัวเริ่มเปล่งประกายสีเขียวอ่อน บ่งบอกถึงการดูดซึมสารอาหารและอัตราการฟื้นฟูร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด สูตรอาหารบำรุงกำลังผสานโอสถสกัดนี้ ได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมเกินกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก

ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนการสร้างรากฐานฟาร์มปศุสัตว์ของนาง ทว่า...

*ฮิ้ววว... เอี๊ยด... อ๊าด...*

สายลมแห่งฤดูใบไม้ร่วงระลอกใหม่พัดกระหน่ำลงมาจากภูเขาชุยผิง พัดพาเอาความหนาวเย็นยะเยือกมาเยือนลานบ้าน โครงไม้ไผ่เก่าๆ ที่มุงด้วยฟางข้าวบางเบาอันเป็นเล้าไก่ชั่วคราว สั่นคลอนและส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ถังเสี่ยวหลิงขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาฉายแวววิตกกังวล แม้ภายในร่างกายของไก่เหล่านี้จะเริ่มแข็งแรงขึ้น แต่หากต้องเผชิญกับลมหนาวที่ทะลุผ่านหลังคาโหว่ๆ และไร้ซึ่งรั้วรอบขอบชิดที่แข็งแรงพอจะป้องกันสัตว์นักล่าที่อาจตามกลิ่นคาวอาหารลงมาจากภูเขาในยามวิกาล... ความทุ่มเททั้งหมดของนางอาจสูญเปล่าได้ในคืนเดียว!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ปรับปรุงเล้าไก่]**